Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เรื่องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 46 ในคดีอาญาพนักงานอัยการบรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองบุกรุกที่ดินของโจทก์ โดยจำเลยทั้งสองร่วมกันสร้างบ้านพักอาศัยเป็นบ้านชั้นเดียว ตัวบ้านทิศตะวันตกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ด้านหลังบ้านมีสุขา และเล้าไก่ อยู่ในที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพข้อหาบุกรุก ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่า บ้าน สุขา และเล้าไก่ของจำเลยทั้งสองปลูกสร้างบนที่ดินของโจทก์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้พิพากษาคดีส่วนแพ่งให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทตามแผนที่พิพาทที่ทำไว้ในคดีอาญา ในการปฎิบัติตามคำพิพากษาศาลุอทธรณ์ภาค 5 ที่จำเลยทั้งสองต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจึงต้องถือตามแนวที่ปรากฏในแผนที่พิพาทดังกล่าว เพราะหากถือตามแนวที่เจ้าพนักงานที่ดินรังวัดบ้านของจำเลยทั้งสองก็จะอยู่นอกแนวและไม่ถูกบังคับคดีซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ในคดีอาญา

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟัองขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนและขนย้ายสิ่งปลูกสร้างพร้อมทั้งบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์เนื้อที่ประมาณ 20 ตารางวาและชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ คดีส่วนอาญา โจทก์ในคดีนี้เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกที่ดินของโจทก์เนื้อที่ประมาณ 15 ตารางวา และฐานทำให้เสีทรัพย์โดยตัดฟันต้นลำไยและทำลายรั้วคอนกรีตของโจทก์

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพความผิดฐานบุกรุก ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองและคดีถึงที่สุด ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที 1897/2546 ส่วนคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทตามแผนที่พิพาทที่โจทก์และจำเลยทั้งสองร่วมกันนำรังวัดทำแผนที่วิวาทไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1897/2546 ของศาลชั้นต้นและคดีถึงที่สุดแล้ว ศาลออกคำบังคับให้จำเลยทั้งสองปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการบังคับคดีโดยแจ้งว่าจำเลยทั้งสองต้องรื้อถอนบ้านของจำเลยทั้งสองออกไปด้วย ซึ่งบ้านดังกล่าวอยู่นอกเขตที่ดินพิพาท ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 อธิบายคำพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากเขตที่ดินโจทก์นำชี้ คือ สเส้นสีชมพู หรือเขตที่ดินตามที่เจ้าพนักงานที่ดินรังวัดได้ คือ เส้นสีน้ำเงิน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งว่า คดีนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 1897/2546 ซึ่งในคดีอาญาดังกล่าว

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพว่าได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ร่วมตามแผนที่พิพาทที่เจ้าพนักงานที่ดินทำขึ้น ลงวันที่ 24 มากราคม 2545 ส่วนคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนและขนย้ายสิ่งปลูกสร้างพร้อมบริวารออกจากที่ดินพิพาทตามแผนที่พิพาทที่โจทก์และจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทำรังวัด ทำแผนที่พิพาทไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1897/2546 ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปโดยถือเอาตามแผนที่พิพาทดังกล่าว ซึ่งต้องถือเอาตามเขตที่ดินเส้นสีชมพู

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 อธิบายคำพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองต้องรื้อถอนและขนย้ายสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทในเขตเส้นสีชมพูตามแผนที่พิพาทถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้ หากถือแนวเส้นสีชมพูในแผนที่พิพาทจำเลยทั้งสองจะต้องถูกบังคับคดีให้รื้อถอนบ้านออกไปด้วย แต่หากถือแนวเส้นสีน้ำเงินจำเลยทั้งสองก็ไม่ถูกบังคับคดีให้ต้องรื้อถอนบ้านออกไป เห็นว่าคดีนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ในคดีอาญาพนักงานอัยการบรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองบุกรุกที่ดินของโจทก์ โดยจำเลยทั้งสองร่วมกันสร้างบ้านพักอาศัยเป็นบ้านชั้นเดียวกว้างประมาณ 6 เมตร

ยาวประมาณ 12.69 เมตร ตัวบ้านด้านทิศตะวันตกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ ด้านหลังบ้านมีสุขากว้างประมาณ 3.69 เมตร ยาวประมาณ 3.69 เมตร และเล้าไก่กว้างประมาณ 1 เมตร ยาวประมาณ 2 เมตร อยู่ในที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพข้อหาบุกรุก ข้อเท็จริงจึงต้องฟังว่า บ้าน สุขา และเล้าไก่ของจำเลยทั้งสองปลูกสร้างบนที่ดินของโจทก์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้พิพากษาคดีส่วนแพ่งให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทตามแผนที่พิพาทที่ทำไว้ในคดีอาญา ในการปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่จำเลยทั้งสองต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจึงต้องถือตามแนวเส้นสีชมพูในแผนที่พิพาท เพราะหากถือตามแนวเส้นสีน้ำเงินบ้านของจำเลยทั้งสองก็จะอยู่นอกแนวและไม่ถูกบังคับคดีซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ในคดีอาญา และคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 คำอธิบายคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์ · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · วิรัช ชินวินิจกุล
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้