Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2948/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องยังสถานที่ซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลย จำเลยจึงไม่มีโอกาสทราบว่าถูกฟ้องเป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ แต่พฤติการณ์เช่นว่านั้นได้สิ้นสุดลงในวันที่ 11 มีนาคม 2525 เมื่อจำเลยทราบจากธนาคารว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากในบัญชีกระแสรายวันของจำเลย จำเลยจะต้องยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ภายใน 15 วัน คือเริ่มนับแต่วันที่ 12 และครบกำหนดในวันที่ 26 มีนาคม 2525 การที่จำเลยมายื่นคำร้องเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2525 จึงเป็นอันพ้นกำหนดเวลาตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 208

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระราคาสินค้าพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ลงวันที่ 17 มีนาคม 2525

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคำร้องของจำเลยไม่มีข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลเป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 208 วรรคสอง ให้ยกคำร้อง จำเลยยื่นคำร้องฉบับใหม่ลงวันที่ 1 เมษายน 2525 อ้างจำเลยอยู่บ้านเลขที่ 158 ถนนสรรพสิทธิ์ มิใช่เลขที่ 113 ถนนมิตรภาพ ที่โจทก์กล่าวในฟ้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในผล โดยยืนยันว่าจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เกินกำหนด 15 วัน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาวินิจฉัยมีคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ฉบับลงวันที่ 1 เมษายน 2525 จำเลยได้ยื่นภายในกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 หรือไม่ ได้ความว่าจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2525 อ้างเหตุว่าโจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องยังสถานที่ซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลยโดยจงใจเพื่อมิให้จำเลยมีโอกาสต่อสู้คดี จำเลยเพิ่งทราบเมื่อวันที่ 11 มีนาคม2525 จากธนาคารกสิกรไทย จำกัด ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากในบัญชีกระแสรายวันของจำเลยที่ฝากไว้แก่ธนาคาร จากที่ได้ความดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่า แม้การที่โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องยังสถานที่ซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลย

จำเลยจึงไม่มีโอกาสทราบว่าถูกฟ้อง เป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจจะบังคับได้ จำเลยก็จะต้องยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่พฤติการณ์เช่นว่านั้นได้สิ้นสุดลง และพฤติการณ์เช่นว่านั้นจะต้องถือว่าสิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2525 ระยะเวลา 15 วัน จะต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2525 และครบกำหนดในวันที่ 26 มีนาคม 2525 ดังนั้น การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่เมื่อวันที่ 1 เมษายน2525 จึงเป็นอันพ้นกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 208 สำหรับระยะเวลา 6 เดือนที่จำเลยอ้างมาในฎีกานั้นมาใช่ระยะเวลาที่กฎหมายให้ผู้ที่ขาดนัดยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ไม่แต่เป็นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเป็นข้อขีดนั้นไว้ว่า แม้กรณีจะเป็นอย่างไรก็ตามถ้าพ้นกำหนด6 เดือนนับแต่วันยึดทรัพย์หรือได้มีการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธีอื่นแล้ว ก็จะยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ไม่ได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเชิด รักตะบุตร์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ประสาท บุณยรังษี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6718/2558

หนี้ตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 1958/2539 ของศาลแพ่งที่เจ้าหนี้นำมาขอรับชำระหนี้ ศาลแพ่งมีคำพิพากษาวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2539 และเป็นคดีที่ลูกหนี้ (จำเลย) อาจขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้เนื่องจากลูกหนี้ขาดนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3831/2552

เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ภายใน 10 ปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด สำหรับคดีที่อาจขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้เนื่องจากจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณาและศาลมีคำพิพากษาให้แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4197/2550

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 208 (เดิม) (ปัจจุบัน มาตรา 199 จัตวา, 207) คำขอให้พิจารณาใหม่ ให้ยื่นต่อศาลภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากาษาหรือคำสั่งให้แก่จำเลย ถ้าคู่ความที่ขาดนัดไม่สามารถยื่นค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2546

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ในคดีนี้ซึ่งเป็นหนี้ค่าจ้างก่อสร้างอาคารโรงเรียนเทคโนโลยี ร. การที่ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอจัดการกิจการโรงเรียนเทคโนโลยี ฉ. แทนจำเลยผู้ไม่อยู่ชั่วคราว จนกว่าจำเลยจะกลับมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2587/2545

การที่ผู้ร้องอ้างเหตุในคำขอให้พิจารณาใหม่ว่า นิติกรรมค้ำประกันของผู้ร้องตกเป็นโมฆียะกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 30 ซึ่งจะตกเป็นโมฆะต่อเมื่อถูกบอกล้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 176…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้