Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507มาตรา 14 บัญญัติห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือครอบครองหรืออยู่อาศัยในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ก็เป็นบทบัญญัติที่ใช้บังคับระหว่างรัฐกับราษฎร เป็นผลให้ราษฎรที่เข้ายึดถือครอบครองหรืออยู่อาศัยไม่ได้สิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งไม่อาจอ้างสิทธิใด ๆ ใช้ยันรัฐได้แต่ในระหว่างโจทก์จำเลยซึ่งเป็นราษฎรด้วยกันเมื่อจำเลยเป็นผู้ปลูกสร้างห้องแถวพิพาทบนที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยก็มีสิทธิยึดถือและใช้สอยห้องแถวพิพาท กับมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับห้องแถวพิพาทโดยมิชอบ รวมทั้งมีสิทธิที่จะจำหน่ายห้องแถวพิพาทในสถานะเช่นเดียวกับเจ้าของเมื่อโจทก์ได้ซื้อห้องแถวพิพาทจากจำเลย และจำเลยได้ยอม รับสิทธิของโจทก์โดยได้ทำหนังสือสัญญาเช่าห้องแถวพิพาท จากโจทก์ สัญญาเช่าจึงใช้บังคับได้มีผลผูกพันจำเลย เมื่อจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าและโจทก์ได้บอกเลิก สัญญาเช่าแล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย ทั้งสองออกจากห้องแถวพิพาทและเรียกค่าเช่าที่ค้างชำระ จากจำเลยได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองขนย้ายบริวารและทรัพย์สินออกไปจากที่ดิน 1 ไร่ พร้อมห้องแถว 5 ห้อง เลขที่ 937 หมู่ 12บ้านเขาถ้ำหมี ตำบลหนองมะค่าโมง อำเภอด่านช้างจังหวัดสุพรรณบุรี และที่ดินอีก 100 ไร่ตั้งอยู่หมู่ 5 ตำบลเดียวกัน ที่จำเลยทั้งสองทำสัญญาเช่าจากโจทก์ และให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเช่าที่ค้างพร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า ห้องแถวพิพาททั้ง 5 ห้องเป็นของจำเลยทั้งสองซึ่งปลูกสร้างมานานประมาณ 15 ปีแล้วสำหรับที่ดินจำนวน 1 ไร่ ที่ใช้ปลูกบ้านแถวดังกล่าวและที่ดินอีก100 ไร่ เป็นที่ดินป่าสงวนแห่งชาติซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน การทำสัญญาเช่าที่ดินป่าสงวนแห่งชาติมีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงเป็นโมฆะ

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และห้องแถวก็ได้ปลูกอยู่ในที่ดินซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนควบบนที่ดินป่าสงวนแห่งชาติจำเลยจึงไม่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินและห้องแถวที่จะนำไปโอนขายให้แก่โจทก์ได้ เมื่อโจทก์ไม่อาจรับโอนได้โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะนำไปให้จำเลยเช่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ห้องแถวไม่เป็นส่วนควบที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยทั้งสองจึงมีกรรมสิทธิ์ในห้องแถวดังกล่าว และสามารถนำไปโอนขายให้แก่โจทก์ได้ เมื่อโจทก์ซื้อมาโจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์และมีสิทธิที่จะให้เช่าได้

จำเลยทั้งสองเช่าและผิดนัดไม่ชำระดังกล่าว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเช่าที่ค้างชำระจากจำเลยทั้งสองได้ พิพากษาแก้ให้ขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากห้องแถวพิพาท 5 ห้องและให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเช่าที่ค้างและค่าเสียหายจนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะออกไปจากห้องแถวพิพาท 5 ห้องนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า แม้ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 บัญญัติห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือครอบครองหรืออยู่อาศัยในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ก็เป็นเพียงบทบัญญัติที่ใช้บังคับระหว่างรัฐกับราษฎร ซึ่งเป็นผลให้ราษฎรที่เข้ายึดถือครอบครองหรืออยู่อาศัยไม่ได้สิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งไม่อาจอ้างสิทธิใด ๆ ใช้ยันรัฐได้ แต่ในระหว่างโจทก์จำเลยซึ่งเป็นราษฎรด้วยกัน เมื่อจำเลยเป็นผู้ปลูกสร้างห้องแถวพิพาท แม้จะปลูกสร้างอยู่บนที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยก็ย่อมมีสิทธิยึดถือและใช้สอยห้องแถวพิพาท กับมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับห้องแถวพิพาทโดยมิชอบ รวมทั้งมีสิทธิ ที่จะจำหน่ายห้องแถวพิพาทในสถานะเดียวกับเจ้าของเมื่อโจทก์ได้ซื้อห้องแถวพิพาทจากจำเลยและจำเลยได้ยอมรับสิทธิของโจทก์โดยได้ทำหนังสือสัญญาเช่าห้องแถวพิพาทจากโจทก์ สัญญาเช่าจึงใช้บังคับได้มีผลผูกพันจำเลยเมื่อจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าและโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้วโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากห้องแถวพิพาทและเรียกค่าเช่าที่ค้างชำระจากจำเลยได้

กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าห้องแถวพิพาทเป็นส่วนควบกับที่ดินป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ ตามที่จำเลยทั้งสองฎีกา เพราะรัฐซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินป่าสงวนแห่งชาติมิได้เข้ามาโต้แย้งสิทธิของตนกับโจทก์จำเลยในคดีนี้ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ · บุญธรรม อยู่พุก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้