Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ขอเลื่อนคดี แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รอการไต่สวนมูลฟ้องไว้จนกว่าคดีอาญาอีกเรื่องหนึ่งจะถึงที่สุดและให้จำหน่ายคดีชั่วคราว คำสั่งให้รอการไต่สวนมูลฟ้องไว้ก่อนนั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 และคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นได้สั่งไว้ด้วยว่า เมื่อคดีอีกเรื่องหนึ่งนั้นถึงที่สุดแล้วให้โจทก์แถลงเพื่อจะได้พิจารณาคดีนี้ต่อไปไม่ใช่คำสั่งจำหน่ายคดีโดยเด็ดขาด เป็นคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว ไม่ทำให้ประเด็นแห่งคดีเสร็จไปโจทก์จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งตามมาตรา 196 เช่นกัน(อ้างนัยฎีกาที่ 157/2506 และ 1621/2506)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องคดีอาญาสินไหม ขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ทำให้โจทก์เสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๗, ๑๕๗, ๑๖๒ และ ๘๓ กับให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนมูลฟ้อง ครั้นถึงวันนัดไต่สวนซึ่งโจทก์ขอเลื่อนมาเป็นครั้งที่ ๔ โจทก์ขอเลื่อนการไต่สวนอีก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ทำให้คดีล่าช้าและเสร็จไม่ทันคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๒๐๒๕/๒๕๑๕ ที่พนักงานอัยการฟ้องโจทก์กับพวกเกี่ยวกับมูลคดีเดียวกันนี้ ซึ่งคดีดังกล่าวศาลได้พิจารณาไปเกือบหมดพยานโจทก์แล้ว จึงให้รอการไต่สวนไว้จนกว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๒๐๒๕/๒๕๑๕ จะถึงที่สุด และเนื่องจากคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายด้วยจำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาส่วนอาญา จึงให้จำหน่ายคดีชั่วคราว เมื่อคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๒๐๒๕/๒๕๑๕ ถึงที่สุดแล้วให้โจทก์แถลงเพื่อพิจารณาคดีนี้ต่อไปภายใน ๑ เดือน นับแต่คดีนั้นถึงที่สุด โจทก์ร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว และขอให้ดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เพราะเป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๒๖ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้รอการไต่สวนมูลฟ้องไว้ก่อนจนกว่าจะทราบผลที่สุดของคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๒๐๒๕/๒๕๑๕ ของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน ต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖ และตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๗/๒๕๐๖ ระหว่างนายทรัพย์ โภชน์พันธุ์ กับพวก โจทก์นายทองคำ โพธิ์มา จำเลย และคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำหน่ายคดีนั้น ศาลชั้นต้นก็ได้สั่งไว้ด้วยว่า เมื่อคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๒๐๒๕/๒๕๑๕ ถึงที่สุดแล้ว ให้โจทก์แถลงเพื่อจะได้พิจารณาคดีนี้ต่อไป จึงไม่ใช่เป็นคำสั่งจำหน่ายคดีโดยเด็ดขาดแต่เป็นคำสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว อันเป็นคำสั่งที่ไม่ทำให้ประเด็นแห่งคดีเสร็จไปแต่อย่างใดโจทก์จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖ และตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๒๑/๒๕๐๖ ระหว่างนายสุนทร มณีนิล กับพวก โจทก์นายสาย คันศร จำเลยที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้นชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชลบุรี - ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้