Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าซึ่งระบุว่าเมื่อครบกำหนดเวลาตามสัญญาเช่าแล้วหากผู้เช่าประสงค์จะเช่าต่อไป ผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าเช่าต่อไปอีก และค่าเช่าจะได้ตกลงกันภายหลังนั้น เป็นเพียงผู้ให้เช่าให้โอกาสผู้เช่าที่จะต่อสัญญาเช่าได้อีก ในเมื่อตกลงค่าเช่ากันเรียบร้อยแล้ว และไม่มีพันธะผูกพันผู้ให้เช่าว่าจะเรียกร้องค่าเช่ามากน้อยเพียงใด เมื่อผู้ให้เช่ากำหนดอัตราค่าเช่าแล้ว ผู้เช่าไม่สนองรับ ก็เป็นอันตกลงค่าเช่ากันไม่ได้ สัญญาเช่าต่อไปย่อมไม่เกิดเมื่อครบกำหนดเวลาเช่าตามสัญญาเช่าแล้วและสัญญาเช่าต่อไปไม่เกิด เพราะตกลงอัตราค่าเช่ากันไม่ได้ผู้ให้เช่าย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่ากับผู้เช่าได้ และถือไม่ได้ว่าผู้ให้เช่าใช้สิทธิโดยไม่สุจริต

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยกับบริวารให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ และให้ใช้ค่าเสียหาย อ้างว่าสัญญาเช่าสิ้นอายุแล้วจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ให้คำมั่นว่าจะให้จำเลยเช่าต่อ และอยู่ในระหว่างเจรจากันอยู่ โจทก์ผิดสัญญา ทำให้จำเลยเสียหายฟ้องแย้ง ขอให้บังคับโจทก์ทำสัญญาใหม่กับจำเลยอีก 5 ปี รับค่าเช่าจากจำเลยปีละ 1,500 บาท และให้ใช้ค่าเสียหาย 150,000 บาทโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่ต้องรับผิดตามฟ้องแย้งศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งเดิม ไม่รับฟ้องแย้งเฉพาะข้อที่ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายส่วนเรื่องค่าเสียหายของโจทก์ โจทก์แถลงขอสละศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาขับไล่จำเลยกับบริวาร ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์

คำขอนอกจากนี้และฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกจำเลยอุทธรณ์ทั้งปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง โดยผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่นั่งพิจารณารับรองให้อุทธรณ์ได้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาข้อกฎหมายเพียงข้อเดียว การบอกเลิกสัญญาเช่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ นอกนั้นไม่รับศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นประการใด ข้อเท็จจริงจึงเป็นยุติตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินของโจทก์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2505 คิดค่าเช่ากันปีละ 1,050 บาท มีกำหนดเวลาเช่า 5 ปี ตามสำเนาสัญญาเช่าท้ายฟ้อง ครบกำหนดสัญญาเช่าวันที่ 9 ตุลาคม 2510โจทก์จำเลยได้เจรจาเรื่องค่าเช่าเพื่อที่จะต่อสัญญาเช่าตามเงื่อนไขในสัญญาเช่าเดิมกันแล้ว แต่ตกลงกันไม่ได้ โดยโจทก์จะเอาค่าเช่าเดือนละ2,500 บาท

จำเลยให้ปีละ 6,000 บาท สัญญาเช่ากันต่อไปไม่มีศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญาเช่าข้อ 9 มีข้อความว่า "ถ้าครบสัญญาเช่านี้แล้ว ผู้เช่ายังมีความประสงค์จะเช่าต่อไปอีก ผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าเช่าต่อไปอีก สำหรับค่าเช่าจะได้ตกลงกันอีกภายหลัง" ข้อสัญญาดังนี้ ที่ให้ผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าต่อสัญญาได้นั้น เป็นเพียงให้โอกาสจำเลยที่จะต่อสัญญาเช่าได้อีกในเมื่อตกลงค่าเช่ากันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในสัญญาเช่ายังไม่ได้กำหนดไว้ จึงได้เขียนระบุไว้ว่าจะได้ตกลงกันภายหลัง และการกำหนดค่าเช่าก็ไม่มีพันธะผูกพันผู้ให้เช่าว่าจะเรียกร้องกันได้มากน้อยเพียงใด เมื่อโจทก์กำหนดอัตราค่าเช่าแล้วจำเลยไม่สนองรับตามข้อเรียกร้องของผู้ให้เช่า ก็เป็นอันตกลงค่าเช่ากันไม่ได้ สัญญาเช่าต่อไปย่อมไม่เกิด ฉะนั้น โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยได้ จำเลยจะอ้างว่าโจทก์กับพวกสมคบกันใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ย่อมฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย รชตะนันทน์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · เพรียบ หุตางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้