Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2935/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ยอมออกบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่โจทก์ที่ 1และไม่ยอมให้โจทก์ที่ 2 ยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนโดยอ้างว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าว ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิเรื่องสัญชาติของโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง การที่บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยจะถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ได้จะต้องปรากฏว่า บุคคลนั้นมีบิดาเป็นคนต่างด้าวหรือมารดาเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น เมื่อโจทก์ทั้งสามเกิดในราชอาณาจักรไทยในขณะที่มารดายังคงเป็นคนสัญชาติไทยอยู่ และมีบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายเป็นคนสัญชาติไทย หาใช่โจทก์ทั้งสามเกิดจากมารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายไม่ ดังนั้น แม้ภายหลังมารดาโจทก์ถูกเพิกถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337ข้อ 1(3) โจทก์ทั้งสามก็ไม่ใช่บุคคลที่ต้องถูกเพิกถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1 โจทก์จึงยังคงเป็นบุคคลสัญชาติไทย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์ทั้งสามเป็นคนสัญชาติไทย ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันออกบัตรประจำตัวประชาชนแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ทั้งสามเป็นคนต่างด้าว มีสัญชาติญวนและมีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ ไม่สามารถมีบัตรประจำตัวประชาชนได้ตามกฎหมาย จำเลยทั้งสามไม่ได้โต้แย้งสัญชาติโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ทั้งสามมีสัญชาติไทย ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันออกบัตรประจำตัวประชาชนแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่านายประพนธ์ อู่ศิริกุลพาณิชย์ เป็นคนสัญชาติไทย ส่วนนางสมใจแซ่เหงียน เกิดในราชอาณาจักรไทย แต่บิดามารดาเป็นคนญวนอพยพและเดิมเป็นคนสัญชาติไทย ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2515 นางสมใจถูกเพิกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 เมื่อปีพ.ศ. 2508 นายประพนธ์และนางสมใจแต่งงานกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2511 นายประพนธ์และนางสมใจได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย นายประพนธ์และนางสมใจมีบุตร 3 คนคือ โจทก์ทั้งสาม โจทก์ทั้งสามเกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2509,25 มีนาคม 2512 และ 26 พฤษภาคม 2514 ตามลำดับ และเมื่อโจทก์ที่ 1ยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชน

จำเลยที่ 1 ได้ออกใบรับคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่โจทก์ที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ขอใบรับคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนคืนจากโจทก์ที่ 1 อ้างว่าโจทก์ที่ 1 เป็นคนญวนอพยพพิเคราะห์แล้ว ในปัญหาที่ว่า โจทก์ทั้งสามมีอำนาจฟ้องหรือไม่เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 อ้างว่ามารดาโจทก์ทั้งสามเป็นคนต่างด้าวเป็นคนญวนอพยพ โจทก์ทั้งสามจึงเป็นคนต่างด้าว จำเลยที่ 1 ไม่ยอมออกบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่โจทก์ที่ 1 และไม่ยอมให้โจทก์ที่ 2ซึ่งเป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกับโจทก์ที่ 1 ยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชน จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานออกบัตรและจำเลยที่ 3เป็นรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชนข้ออ้างของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิเรื่องสัญชาติของโจทก์ทั้งสามแล้ว

โจทก์ทั้งสามจึงมีอำนาจฟ้อง ฎีกาจำเลยทั้งสามในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ในปัญหาที่ว่าโจทก์ทั้งสามเป็นคนสัญชาติไทยหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายประพนธ์กับนางสมใจแต่งงานกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรคือโจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 1จึงไม่เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายประพนธ์ ต่อมานายประพนธ์และนางสมใจจดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1547 บัญญัติว่า "เด็กเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกัน จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลัง..." ดังนี้โจทก์ที่ 1 จึงเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายประพนธ์และนางสมใจ ส่วนโจทก์ที่ 2 ที่ 3เกิดในระหว่างนายประพนธ์และนางสมใจสมรสกันตามกฎหมายแล้ว จึงเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายประพนธ์และนางสมใจ

โจทก์ทั้งสามเกิดในราชอาณาจักรไทยจึงเป็นคนสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติพ.ศ. 2508 มาตรา 7(3) มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่า เมื่อนางสมใจมารดาโจทก์ทั้งสามถูกเพิกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 โจทก์ทั้งสามจะต้องถูกเพิกถอนสัญชาติไทยด้วยหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 บัญญัติว่า ข้อ 1 ให้ถอนสัญชาติไทยของบรรดาบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาเป็นคนต่างด้าวหรือมารดาเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย และในขณะที่เกิดบิดาหรือมารดานั้นเป็น(1) ผู้ที่ได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย(2) ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว หรือ(3) ผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองเห็นว่า การที่บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยจะถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวนั้น จะต้องปรากฏว่า บุคคลนั้นมีบิดาเป็นคนต่างด้าวหรือมารดาเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น

คดีนี้มารดาโจทก์ทั้งสามเกิดในราชอาณาจักรไทยแต่บิดามารดาเป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองมารดาโจทก์ทั้งสามจึงเป็นคนสัญชาติไทยโดยการเกิดในราชอาณาจักรไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7(3) และขณะที่โจทก์ทั้งสามเกิด มารดาโจทก์ทั้งสามยังเป็นคนสัญชาติไทยอยู่ มิใช่คนต่างด้าว นอกจากนี้ถึงแม้มารดาโจทก์ทั้งสามถูกเพิกถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1(3) ปรากฏว่าในขณะที่โจทก์ที่ 2 และที่ 3 เกิด โจทก์ที่ 2 และที่ 3 มีนายประพนธ์เป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายอยู่ หาใช่โจทก์ที่ 2 และที่ 3 เกิดจากมารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายไม่โจทก์ทั้งสามจึงมิใช่บุคคลที่ต้องถูกเพิกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1 ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งสามเป็นบุคคลสัญชาติไทยนั้น

ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น แต่ปรากฏว่าโจทก์ที่ 2 ยังมิได้ยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนโจทก์ที่ 1 แม้จะยื่นคำขอดังกล่าวไว้แล้ว เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จะออกบัตรประจำตัวประชาชนให้เมื่อมีหลักเกณฑ์อื่นครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันออกบัตรประจำตัวประชาชนแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไปทันทีจึงไม่ชอบ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์ทั้งสามเป็นบุคคลสัญชาติไทย ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · นิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้