Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2931/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานที่รู้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 แต่การที่เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมสืบทราบว่ามีการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่บ้านของจำเลยที่ 1 และวางแผนให้สายลับไปล่อซื้อ จำเลยที่ 1 ตกลงนัดเวลาให้มารับเมทแอมเฟตามีนในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ในเวลาประมาณ 2 นาฬิกา ขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจกระจายกำลังเข้าล้อมบ้านของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 มาพบจำเลยที่ 1 และออกจากบ้านไปพร้อมกับจำเลยที่ 1 ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ร่วมรู้เห็นในการกระทำผิดด้วย เพราะหากจำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ซึ่งจะไปซื้อเมทแอมเฟตามีนมาเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ย่อมจะต้องกระทำอย่างลับ ๆ เพื่อปกปิดไม่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ได้ การที่จำเลยที่ 1 ชักชวนให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจร่วมไปด้วย พฤติการณ์แห่งคดีจึงเชื่อได้ว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 67, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ริบของกลาง และนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 673/2541และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1071/2541 ของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง จำคุกคนละ 10 ปีจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี

ริบของกลาง ยกคำขอให้นับโทษต่อจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ โดยจำเลยที่ 1 ขอให้ลงโทษสถานเบาศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2คนละ 8 ปี ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสองได้พร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวน 193 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกซุกซ่อนไว้ในถุงใส่เครื่องมือใต้เบาะรถจักรยานยนต์ แจ้งข้อหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี คดีสำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่สุด

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจโทวิรัตน์เบิกความเป็นพยานว่าเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2541 พยานสืบทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่บ้านของจำเลยที่ 1 จึงให้สายลับไปติดต่อล่อซื้อในคืนนั้น แต่ไม่สามารถล่อซื้อได้เพราะจำเลยที่ 1 บอกว่าเมทแอมเฟตามีนหมด ให้มาเอาในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น ต่อมาเวลา 1 นาฬิกาของวันใหม่ พยานกับสิบตำรวจตรีทักษิณ สุวรรณกาศ และสิบตำรวจตรีชาตรี ทองภักดี กับพวก ได้กระจายกำลังเข้าล้อมบ้านของจำเลยที่ 1 ครั้นเวลาประมาณ 2 นาฬิกา พยานเห็นจำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์มาที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้าบ้านของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 เข้าไปโทรศัพท์

สักครู่ จำเลยที่ 1 ก็เปิดประตูบ้าน จำเลยที่ 2 จูงรถจักรยานยนต์เข้าไปในบ้าน ประมาณ 5 นาที จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน โดยมีจำเลยที่ 2 นั่งซ้อนท้ายจนกระทั่งเวลาประมาณ 5.30 นาฬิกา จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์กลับมาจอดที่หน้าบ้านโดยมีจำเลยที่ 2 นั่งซ้อนท้าย พยานจึงวิทยุสั่งการให้เจ้าพนักงานตำรวจที่ล้อมบ้านเข้าตรวจค้นจับกุมพบเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวกับพบอาวุธปืน วิทยุสื่อสารและกระสุนปืนที่ตัวจำเลยที่ 2 โดยโจทก์มีสิบตำรวจตรีทักษิณและสิบตำรวจตรีชาตรีเบิกความสนับสนุน ส่วนจำเลยที่ 2 อ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 2.15 นาฬิกา พยานขับรถจักรยานยนต์จากอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เพื่อกลับบ้านที่อำเภอลับแล

จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อมาถึงหน้าวัดพระแท่นศิลาอาสน์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ยางล้อหน้ารั่ว ครั้นมาถึงหน้าบ้านของจำเลยที่ 1 เห็นเปิดไฟสลัว ๆ จึงโทรศัพท์ถึงจำเลยที่ 1 ขออาศัยนอนค้างคืน แต่จำเลยที่ 1 กลับชวนไปรับประทานอาหารโดยขับรถจักรยานยนต์ไป ส่วนจำเลยที่ 2 นั่งซ้อนท้ายจากนั้นจำเลยที่ 1 ขับรถไปทางอำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย เมื่อถึงบริเวณสามแยกก่อนถึงอำเภอศรีนคร จำเลยที่ 1 บอกให้จำเลยที่ 2 ลงไปคอยที่ศาลาข้างทางประมาณ 2 ชั่วโมง จำเลยที่ 1 ก็ขับรถจักรยานยนต์มารับจำเลยที่ 2 กลับบ้านของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ไม่ทราบว่ามีเมทแอมเฟตามีนซุกซ่อนอยู่ เห็นว่าแม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานที่รู้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1มาสืบให้ศาลเห็นก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 2 มาพบจำเลยที่ 1 ที่บ้านในเวลา 2 นาฬิกา ซึ่งเป็นยามวิกาลและออกจากบ้านไปพร้อมกับจำเลยที่ 1 ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน

ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ร่วมรู้เห็นในการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ด้วย เพราะหากจำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ซึ่งจะไปซื้อเมทแอมเฟตามีนมาเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ย่อมจะต้องกระทำอย่างลับ ๆ เพื่อปกปิดไม่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ได้ การที่จำเลยที่ 1 ชักชวนให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจร่วมไปด้วย พฤติการณ์แห่งคดีจึงเชื่อได้ว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยศ นิสภัครกุล · อภิศักดิ์ พรวชิราภา · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้