Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2929/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ค.ทำสัญญาประกันตัวจำเลยต่อศาลโดยว. รับรองหลักทรัพย์ของ ค.ว่าถ้าค. ไม่สามารถชำระค่าปรับได้ครบถ้วน ขาดอยู่เท่าใด ว. ยินยอมใช้ให้จนครบ ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่ได้เงินที่จะนำมาชำระค่าปรับเป็นจำนวนแน่นอนเท่าใด ก็ยังไม่มีทางรู้ได้ว่ายังขาดแน่นอนเท่าใดเมื่อ ค. ผิดสัญญาประกัน ถูกยึดทรัพย์และขายทอดตลาดทรัพย์ไปบางส่วนแล้วได้เงินน้อยกว่าค่าปรับมากแม้จะคาดหมายได้จากทรัพย์ที่ถูกยึดมาว่าเมื่อนำออกขายทอดตลาดจะได้เงินไม่เพียงพอชำระค่าปรับ ก็เป็นเพียงคาดคะเนเท่านั้น เมื่อการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของนายประกันยังไม่เสร็จ ศาลก็จะสั่งให้ยึดทรัพย์และอายัดสิทธิเรียกร้องของ ว. ผู้รับรองหลักทรัพย์ไว้ชั่วคราวก่อนหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกคนละ 2 ปี

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ระหว่างอุทธรณ์จำเลยที่ 1 และนายคำรณ ดำรงชีพ ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว โดยนายคำรณเป็นผู้ประกันและแสดงหลักทรัพย์ โดยมีสิบตำรวจเอกวิชัย เงาฉายเป็นผู้รับรองหลักทรัพย์ ต่อมานายคำรณ ดำรงชีพผิดสัญญาประกันเนื่องจากไม่สามารถนำตัวจำเลยที่ 1 ไปส่งศาลได้ตามนัด เพราะจำเลยที่ 1 หลบหนี ศาลชั้นต้นสั่งปรับนายคำรณ ดำรงชีพ ตามสัญญาประกันเป็นเงิน 50,000 บาท ครบกำหนดชำระตามคำบังคับแล้ว นายคำรณไม่ชำระ ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีให้ยึดทรัพย์เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของนายคำรณประกาศขายทอดตลาด และขายไปได้ 2 แปลงในราคาแปลงละ 3,900 บาท ที่เหลืออีก 4 แปลงปรากฏว่าไม่มีผู้ซื้อ

ศาลชั้นต้นเห็นว่าทรัพย์ที่ยึดจากนายคำรณนั้น เมื่อตีราคาแล้วไม่ครบจำนวนเงิน 50,000 บาท และมีพฤติการณ์แสดงว่าไม่พอชำระหนี้แก่ศาล จึงมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 23 มกราคม 2516 ให้ทำการยึดทรัพย์ของสิบตำรวจเอกวิชัย เงาฉาย ผู้รับรองหลักทรัพย์ของนายคำรณ ดำรงชีพ แต่ให้รอการขายทอดตลาดไว้ก่อน เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดทรัพย์ของสิบตำรวจเอกวิชัย เงาฉายตามคำสั่งศาล ต่อมาศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้อายัดสิทธิเรียกร้องของสิบตำรวจเอกวิชัย เงาฉาย ซึ่งมีต่อลูกหนี้ทั้งหมดอีก ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 31 มกราคม 2516 สิบตำรวจเอกวิชัย เงาฉาย อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นตามรายงานกระบวนพิจารณาทั้ง 2 ฉบับนั้น

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยึดทรัพย์และอายัดสิทธิเรียกร้อง พนักงานอัยการจังหวัดระยองฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ในวันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าว

ศาลชั้นต้นเห็นว่ามีพฤติการณ์ที่เป็นที่เชื่อแน่ได้ว่าทรัพย์ที่ยึดได้จากนายคำรณ ดำรงชีพ ไม่พอชำระค่าปรับ 50,000 บาท และไม่ปรากฏว่านายคำรณยังมีทรัพย์สินอยู่อีก กับเห็นว่าตามพฤติการณ์มีเหตุผลอันสมควรเชื่อว่าหากศาลไม่ยึดทรัพย์ของสิบตำรวจเอกวิชัยไว้ชั่วคราวแล้วสิบตำรวจเอกวิชัยจะทำการโอน ขาย หรือจำหน่ายทรัพย์สินของตนไปเสียให้พ้นอำนาจศาล ศาลไม่อาจจะบังคับเอาแก่สิบตำรวจเอกวิชัยได้จึงให้ทำการยึดทรัพย์ และอายัดสิทธิเรียกร้องของสิบตำรวจเอกวิชัยไว้ทั้งหมด ดังที่ได้มีคำสั่งไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 23 มกราคม 2516 และวันที่ 31 มกราคม 2516 โดยเป็นการยึดและอายัดไว้ชั่วคราวก่อนที่ศาลจะสั่งให้สิบตำรวจเอกวิชัยชำระหนี้แทนนายคำรณ ดำรงชีพ นายประกันต่อไป สิบตำรวจเอกวิชัย เงาฉาย ผู้รับรองหลักทรัพย์อุทธรณ์ขอให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้น

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษากลับคำสั่งของศาลชั้นต้นให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยึดทรัพย์และอายัดสิทธิเรียกร้องซึ่งมีต่อบุคคลภายนอกของสิบตำรวจเอกวิชัย เงาฉาย ผู้รับรองหลักทรัพย์ไว้ชั่วคราวนั้นเสีย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า สิบตำรวจเอกวิชัย เงาฉาย ผู้รับรองหลักทรัพย์ของนายคำรณ ดำรงชีพ ได้รับรองไว้ว่า ถ้านายคำรณไม่สามารถชำระค่าปรับได้ครบถ้วน ขาดอยู่เท่าใด สิบตำรวจเอกวิชัยยินยอมใช้ให้จนครบดังนั้น ตราบใดที่ยังไม่ได้เงินที่จะนำมาชำระค่าปรับเป็นจำนวนแน่นอนเท่าใด ก็ยังไม่มีทางรู้ได้ว่าจำนวนเงินที่ขาดแน่นอนเท่าใดแม้จะเป็นที่คาดหมายได้จากทรัพย์สินที่ถูกยึดมาว่า เมื่อนำออกขายทอดตลาดจะได้เงินไม่เพียงพอชำระค่าปรับก็เป็นเพียงคาดคะเนเท่านั้น การที่ศาลด่วนไปมีคำสั่งยึดทรัพย์และอายัดสิทธิเรียกร้องของสิบตำรวจเอกวิชัย เงาฉาย ผู้รับรองหลักทรัพย์เสียก่อนทั้งที่ยังบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของนายประกันยังไม่เสร็จ จึงเป็นการมิชอบ

ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นคิดคำนวณทรัพย์ที่ถูกยึดในราคาปานกลางแล้ว ก็คงขาดจำนวน จำนวนที่ขาดคิดได้แน่นอนที่สิบตำรวจเอกวิชัยจะต้องรับผิดชำระ ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจยึดทรัพย์และอายัดสิทธิเรียกร้องไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดช วุฒิสิงห์ชัย · บัญญัติ สุชีวะ · ผสม จิตรชุ่ม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้