Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2921/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บุตรและภรรยาของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ครอบครองที่ดินพิพาทในระหว่างที่โจทก์ดำเนินคดีอาญากล่าวหาว่า จำเลยบุกรุกครอบครองที่พิพาทของโจทก์ก็ไม่ถือว่าเป็นการครอบครองโดยเจตนายึดถือเพื่อตนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1367 เพราะเป็นเพียงการครอบครองแทนผู้ชนะคดี เมื่อโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 ยังไม่เกิน 1 ปีจำเลยที่ 1 จึงไม่ได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาท เมื่อหนังสือมอบอำนาจของ ก. ระบุไว้ชัดแจ้งว่า ก.มอบอำนาจให้โจทก์เป็นผู้มีอำนาจจัดการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ตลอดจนให้ถ้อยคำต่าง ๆต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถือได้ว่า ก. ได้สละการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1377 และ 1378.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 131 และเลขที่ 140 ตำบลคุยบ้านโอง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อปี 2527 จำเลยทั้งสองถูกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกข้อหาบุกรุกตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่1852/2528 หลังจากพ้นโทษแล้วจำเลยทั้งสองได้มาบุกรุกที่ดินของโจทก์ทั้งสองแปลงดังกล่าวอีก ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่ดิน และส่งมอบให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยและห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไปจำเลยที่ 1 ให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยได้ครอบครองและทำประโยชน์ปลูกบ้านและไม้ผลยืนต้นไว้ในที่ดินพิพาทมานานแล้ว แม้จำเลยทั้งสองจะถูกจำคุกตามคำพิพากษาของศาลนี้แต่บริวารของจำเลยก็ยังครอบครองที่ดินพิพาทแทนตลอดมาโดยเปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี

จนได้สิทธิครอบครองตามกฎหมายแล้ว โจทก์มิได้ฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน1 ปี นับแต่ถูกแย่งการครอบครอง อีกทั้งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 131 นั้น โจทก์ได้ขายให้แก่นางกิมฮัวไปแล้วโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้ชัดแจ้งว่าจำเลยบุกรุกที่ดินแปลงใดเป็นเนื้อที่เท่าไรและเมื่อใด ฟ้องโจทก์จึงเคลือบคลุม โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากที่ดิน ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 131 และ 140 ห้ามมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องที่ดินดังกล่าวอีก ให้จำเลยส่งมอบที่ดินให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อยจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่าเมื่อปี 2526 จำเลยทั้งสองบุกรุกเข้าครอบครองที่ดินเป็นของตนตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 131และเลขที่ 140 คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ 1 งาน ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.6 โจทก์ได้ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายืน คำพิพากษาถึงที่สุดแล้วตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่1852/2528 ของศาลชั้นต้น ในระหว่างที่จำเลยที่ 1 ถูกจำคุกอยู่นั้นภรรยาและบุตรของจำเลยที่ 1 ยังคงอยู่ในบ้านและทำไร่ทำนาในที่ดินพิพาทตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 1ว่า จำเลยที่ 1 แย่งการครอบครองที่ดินตามแผนที่พิพาทเอกสารหมายจ.6 จนได้สิทธิครอบครองแล้วหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ระหว่างที่จำเลยที่ 1 ถูกจำคุกอยู่นั้นบุตรและภรรยาของจำเลยที่ 1 ได้ครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมา จนกระทั่งจำเลยที่ 1 พ้นโทษเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2529 จำเลยที่ 1 ได้ครอบครองที่ดินพิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาเกิน 1 ปีแล้วจำเลยที่ 1 จึงได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทนั้น เห็นว่า แม้บุตรและภรรยาของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 จะได้ครอบครองที่ดินพิพาทในระหว่างที่โจทก์ดำเนินคดีอาญากล่าวหาว่าจำเลยบุกรุกครอบครองที่พิพาทของโจทก์ก็ตาม แต่ก็จะถือว่าเป็นการครอบครองโดยเจตนายึดถือเพื่อตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 หาได้ไม่เพราะเป็นเพียงการครอบครองแทนผู้ชนะคดีเท่านั้น และปรากฏว่าศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีอาญาเมื่อวันที่ 20พฤศจิกายน 2529 การที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 คดีนี้เมื่อวันที่10 สิงหาคม 2530 จึงยังไม่เกิน 1 ปี

จำเลยที่ 1 จึงไม่ได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นจำเลยที่ 1 ฎีกาต่อมาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะโจทก์มีเพียงหนังสือมอบอำนาจของนางกิมฮัว กัทลีรัตน์ ซึ่งระบุว่าโจทก์ได้ซื้อที่ดินพิพาทคืนจากนางกิมฮัว แต่การซื้อขายที่ดินดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น เห็นว่า โจทก์นำสืบถึงหนังสือมอบอำนาจของนางกิมฮัวเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งระบุไว้ชัดแจ้งว่านางกิมฮัวมอบอำนาจให้โจทก์เป็นผู้มีอำนาจจัดการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ตลอดจนให้ถ้อยคำต่าง ๆ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถือได้ว่านางกิมฮัวได้สละการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1377 และมาตรา 1378 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ ธารีสาร · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้