Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2915/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เอกสารบันทึกข้อตกลงระบุว่า "ที่ดินโฉนดที่ ฯลฯ ยังคงจำนองอยู่ตามสัญญาเดิม และยังคงเหลือเงิน 210,000 บาท"เป็นเพียงหลักฐานแสดงว่าที่ดินโฉนดใดยังติดจำนองอยู่ และหนี้จำนองเหลืออยู่เท่าใดเท่านั้น การนำสืบถึงการชำระหนี้จำนองหาใช่เป็นการนำสืบแก้ไขเอกสารฉบับดังกล่าวไม่ จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 แต่การนำสืบถึงการชำระหนี้จำนองซึ่งเป็นการกู้ยืมเงินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือจะต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 653 วรรคสองการชำระหนี้เงินกู้ด้วยเช็ค เป็นการชำระหนี้ด้วยการออกตั๋วเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคสามจึงเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นซึ่งมิใช่การชำระหนี้ด้วยเงินจึงไม่ต้องด้วย มาตรา 653 วรรคสองศาลย่อมรับฟังพยานบุคคลที่จำเลยนำสืบในเรื่องการชำระหนี้ได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 767/2505)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2514 จำเลยได้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 14407 เพื่อค้ำประกันเงินที่กู้โจทก์ไป 500,000 บาท กำหนดไถ่ถอน 1 ปี ต่อมาจำเลยขอใส่ชื่อบุคคลอื่นอีก 4 คนเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดดังกล่าวเฉพาะส่วนและจำเลยได้แบ่งแยกที่ดินโฉนดดังกล่าวเป็น 26 โฉนด ทุกโฉนดคงติดจำนองโจทก์อยู่ ต่อมาจำเลยได้แบ่งไถ่ถอนจำนองไปบางโฉนด และโจทก์ได้ปลดจำนองให้บางโฉนดยังคงเหลือที่ดินที่ยังคงติดจำนองโจทก์อีก 7 โฉนด และจำเลยยังค้างต้นเงินจำนองอีก210,000 บาท หลังจากนั้นจำเลยไม่เคยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยอีกเลย โจทก์ได้บอกกล่าวบังคับจำนองจำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าได้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 14407 กับโจทก์เป็นเงิน 500,000 บาทจริง แต่โจทก์หักค่าปากถุง

คิดดอกเบี้ยเกินกฎหมายและให้จำเลยทดรองจ่ายภาษี จำเลยได้รับเงินไปจริงเพียง433,750 บาท หลังจากนั้นจำเลยได้ไถ่ถอนจำนองและโจทก์ได้ปลดจำนองให้เป็นระยะ ๆ การชำระเงินของจำเลยเพื่อไถ่ถอนจำนองและเพื่อให้โจทก์ปลดจำนองให้มีหลักฐานใบเสร็จรับเงินเช็คเงินสด หลักฐานการไถ่ถอนและปลอดจำนวนหลักหุ้นทางบัญชี เนื่องจากโจทก์ไม่ได้คิดบัญชีกับจำเลยจึงเป็นเหตุให้จำเลยหลงผิดชำระเงินให้โจทก์เกินไป จำเลยมิได้เป็นหนี้จำนองโจทก์ จำเลยแจ้งให้โจทก์จดทะเบียนไถ่ถอนจำนองให้จำเลยและให้คืนเงินที่จำเลยชำระเกินพร้อมดอกเบี้ยเป็นเงิน271,898.84 บาท แต่โจทก์เพิกเฉย จึงฟ้องแย้งขอให้ศาลบังคับและให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ไม่เคยรับเงินปากถุง

ไม่ได้คิดดอกเบี้ยเกินอัตรา ส่วนค่าภาษีโจทก์ให้จำเลยจ่ายแทน โจทก์มอบเงินต้นให้จำเลยรับไปครบถ้วน จำเลยไม่เคยชำระเงินเกินให้โจทก์ ทั้งจำเลยยังยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์อยู่แต่จำเลยบิดพลิ้วไม่ยอมชำระ จำเลยนำหนี้รายอื่นมาพัวพันทำให้หลงผิด ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยชำระต้นเงินจำนองเกินไป 197,000 บาท ชำระดอกเบี้ยเกินไป 13,579.09 บาท รวมเป็นเงิน210,579.09 บาท โจทก์ต้องคืนให้จำเลยฐานลาภมิควรได้ พิพากษาให้โจทก์ชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยให้แก่จำเลยโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามเอกสารหมาย ล.15 ซึ่งจำเลยไถ่ถอนจำนองครั้งสุดท้าย ระบุว่าหนี้จำนองตามสัญญาเดิมยังเหลืออยู่ 210,000บาท จำเลยจะนำสืบพยานบุคคลว่าได้ชำระเงินจำนองส่วนที่เหลือให้โจทก์แล้ว ไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94วรรคแรก

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน 367,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ยกฟ้องแย้งจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เอกสารหมาย ล.15 ซึ่งมีข้อความว่า"ที่ดินโฉนดที่ ฯลฯ ยังคงจำนองอยู่ตามสัญญาเดิมและยังคงเหลือเงิน210,000 บาท" เป็นเพียงหลักฐานแสดงว่าที่ดินโฉนดใดยังติดจำนองอยู่และหนี้จำนองเหลืออยู่เท่าใดเท่านั้น การนำสืบถึงการชำระหนี้จำนองหาใช่เป็นการนำสืบแก้ไขเอกสารหมาย ล.15 ไม่ จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 แต่การนำสืบถึงการชำระหนี้จำนองซึ่งเป็นการกู้ยืมเงินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือจะต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสองอนึ่งการชำระหนี้เงินกู้ด้วยเช็คนั้นเป็นการชำระหนี้ด้วยการออกตั๋วเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคสาม จึงเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นซึ่งมิใช่การชำระหนี้ด้วยเงิน จึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสอง ศาลย่อมรับฟังบุคคลที่จำเลยนำสืบในเรื่องการชำระหนี้ได้ ส่วนการชำระดอกเบี้ยไม่อยู่ในบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสองจำเลยจึงอาจนำสืบพยานบุคคลได้ ศาลฎีกาได้พิจารณาพยานหลักฐานของจำเลยเกี่ยวกับชำระหนี้จำนองและดอกเบี้ยแล้วเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จังหวัด แสงแข · อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้