Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2543 (เลขอ้างอิง 29108)

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 44 และข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานข้อ 10 ให้อำนาจศาลแรงงานสอบถามคู่ความว่าประสงค์จะอ้างและสืบพยานใดบ้างแล้วจดรายชื่อและที่อยู่ของพยานบุคคล สภาพและสถานที่เก็บของพยานเอกสารหรือพยานวัตถุไว้ หรือจะให้คู่ความทำบัญชีระบุพยานยื่นต่อศาลแรงงานในวันนั้นหรือภายในกำหนด 2 วันก็ได้ หากศาลแรงงานเห็นว่าพยานที่คู่ความนำมาสืบยังไม่ได้ข้อเท็จจริงแจ้งชัด ศาลมีอำนาจตามมาตรา 45 ที่จะเรียกพยานหลักฐานมาสืบได้เองตามที่เห็นสมควรและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ซึ่งเป็นกรณีที่มีบทบัญญัติกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีแรงงานเป็นการเฉพาะแล้วไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2) และมาตรา 88 มาอนุโลมใช้บังคับแก่การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 31 ได้ศาลแรงงานจึงมีอำนาจเรียกพยานมาสืบได้เองหรือกำหนดให้คู่ความนำพยานมาสืบโดยจะยื่นบัญชีระบุพยานหรือไม่ก็ได้หรือแม้บัญชีระบุพยานจะไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคหนึ่ง ก็ตาม

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสิบห้าสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 5667/2542 ของศาลแรงงานกลางโดยให้เรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 36 แต่โจทก์ในคดีดังกล่าว (โจทก์ที่ 27)ขอถอนฟ้อง คดีจึงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะสามสิบห้าสำนวนนี้โจทก์ทั้งสามสิบห้าสำนวนฟ้องใจความว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการโรงแรม จำเลยจ้างโจทก์แต่ละคนเข้าทำงานเป็นลูกจ้าง ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน เดือนละไม่เท่ากัน กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 5 ของทุกเดือนก่อนเข้าทำงานจำเลยเรียกเงินประกันจากโจทก์บางคน ต่อมาโจทก์ทั้งหมดยกเว้นโจทก์ที่ 20 และที่ 33 ซึ่งถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดลาออกจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยและจำเลยยังคงค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์แต่ละคนไม่เท่ากัน

นอกจากนี้ระหว่างทำงานจำเลยได้หักเงินค่าจ้างไว้เป็นเงินสะสมของพนักงานด้วย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย ค่าล่วงเวลา เงินประกัน และเงินสะสมแก่โจทก์แต่ละคนตามคำขอท้ายฟ้องแต่ละสำนวนและให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยกับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ที่ 20 และที่ 33 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จ่ายเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 15 ทุก 7 วันของเงินค่าจ้างนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสามสิบห้าสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งสามสิบห้าละทิ้งงานในหน้าที่เป็นสาเหตุแห่งการขาดงาน อันเป็นการประพฤติผิดระเบียบข้อบังคับว่าด้วยเรื่องวินัยการลงโทษและสิทธิต่าง ๆ ที่จะต้องได้รับ

จำเลยจึงมีสิทธิที่จะไม่จ่ายค่าตอบแทนใด ๆ รวมทั้งเงินประกันที่ได้เรียกเก็บเอาไว้ด้วย สำหรับเงินเดือนที่โจทก์แต่ละคนเรียกมานั้นแม้จะเป็นเงินเดือนสุดท้ายที่ได้รับก็ตาม แต่เป็นอัตราที่ยังมิได้มีการหักในส่วนที่ได้ตกลงกันไว้ ดังนั้น จำนวนเงินเดือนที่ระบุในคำฟ้องจึงไม่ถูกต้อง โจทก์แต่ละคนได้รับเงินเดือนน้อยกว่าที่กล่าวมาในฟ้อง จำเลยจึงไม่สามารถจ่ายเงินตามฟ้องได้ ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ 20 และที่ 33 แถลงไม่ติดใจเรียกร้องค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยค้างจ่ายค่าจ้างและค่าล่วงเวลา รวมทั้งจะต้องคืนเงินประกันและจ่ายเงินสะสมแก่โจทก์ทั้งสามสิบห้า ตามบัญชีค่าจ้างค้างจ่ายเอกสารหมาย

จ.2 การที่จำเลยไม่ยอมจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสามสิบห้าจึงตกเป็นผู้ผิดนัด โจทก์ทั้งสามสิบห้ามีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ15 ต่อปี ของค่าจ้างค้างจ่ายและค่าล่วงเวลาตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 31 ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น และมีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินประกันและเงินสะสมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย ค่าล่วงเวลา เงินประกัน และเงินสะสม ตามบัญชีท้ายคำพิพากษาพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของค่าจ้างค้างจ่าย กับค่าล่วงเวลาและอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินประกันกับเงินสะสม นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสามสิบห้าจำเลยทั้งสามสิบห้าสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเพียงประการเดียวว่า พยานเอกสารที่โจทก์ทั้งสามสิบห้านำเสนอต่อศาลแรงงานกลางในการพิจารณาคดี ไม่อาจรับฟังเป็นพยานได้เนื่องจากโจทก์ทั้งสามสิบห้าไม่ได้ระบุไว้ในบัญชีพยานหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฏตามสำนวนว่าเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2542 โจทก์ทั้งสามสิบห้าได้ยื่นบัญชีพยานต่อศาลแรงงานกลางระบุพยานรวม 7 อันดับ เป็นพยานบุคคล 4 อันดับ และพยานเอกสาร 3 อันดับ และศาลแรงงานกลางได้มีคำสั่งอนุญาตแล้ว แม้พยานเอกสารอันดับ 6 โจทก์ทั้งสามสิบห้าจะระบุพยานเพียงว่า "คำร้องของลูกจ้างให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นทนายความฯ" ซึ่งมิได้แสดงรายละเอียดให้ชัดเจนถึงสภาพของเอกสารที่อ้าง อันเป็นการระบุพยานที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคหนึ่ง

ก็ตาม แต่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 29 บัญญัติหลักการสำคัญในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีแรงงานไว้ว่า จะต้องเป็นไปโดยประหยัด สะดวก รวดเร็ว และเที่ยงธรรมหากประเด็นใดคู่ความไม่อาจตกลงหรือประนีประนอมยอมความกันได้ มาตรา 39ก็บัญญัติให้ศาลแรงงานจดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ ระบุให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนำพยานเข้าสืบก่อนหรือหลัง แล้วกำหนดวันสืบพยานไปทันที ในการสืบพยานของคู่ความ มาตรา 44 และข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน ข้อ 10 ซึ่งออกใช้บังคับโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 29 ให้อำนาจศาลแรงงานสอบถามคู่ความแต่ละฝ่ายว่าประสงค์จะอ้างและสืบพยานใดบ้าง แล้วจดรายชื่อและที่อยู่ของพยานบุคคล

สภาพและสถานที่เก็บของพยานเอกสารหรือพยานวัตถุไว้ หรือจะให้คู่ความทำบัญชีระบุพยานยื่นต่อศาลแรงงานในวันนั้นหรือภายในกำหนด 2 วันก็ได้ หากศาลแรงงานเห็นว่าพยานที่คู่ความนำมาสืบยังไม่ได้ข้อเท็จจริงแห่งคดีแจ้งชัด ศาลก็มีอำนาจตามมาตรา 45 ที่จะเรียกพยานหลักฐานมาสืบได้เองตามที่เห็นสมควรและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ซึ่งเป็นกรณีที่มีบทบัญญัติกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีแรงงานเป็นการเฉพาะแล้ว ไม่อาจนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2) และมาตรา 88 มาอนุโลมใช้บังคับแก่การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ได้ เมื่อศาลแรงงานมีอำนาจเรียกพยานมาสืบได้เองหรือกำหนดให้คู่ความนำพยานมาสืบโดยจะให้ยื่นบัญชีระบุพยานหรือไม่ก็ได้ดังกล่าวมาแล้ว การที่ศาลแรงงานกลางรับฟังเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.5 ซึ่งโจทก์ทั้งสามสิบห้าอ้างส่งเป็นพยานจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามสิบห้าสำนวนฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปัญญา สุทธิบดี · สละ เทศรำพรรณ · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้