Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2910/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดฐานพาอาวุธปืนทั้งสองกระบอกในคราวเดียวกันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง เพียงบทเดียว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานพาอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ และฐานพาอาวุธปืนมีทะเบียน เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานพาอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 นั้น เป็นการไม่ชอบ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 6, 7, 8 ทวิ, 55, 72, 72 ทวิ, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91 กับริบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ปรับ 4,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงปรับ 3,000 บาท ริบอาวุธปืนคาร์บินและเครื่องกระสุนปืนคาร์บินที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ข้อหาอื่นให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7 (ที่ถูกไม่ต้องปรับมาตรา 7). 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 55, 72 ทวิ วรรคสอง, 78 วรรคหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ จำคุก 2 ปี ฐานพาอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ และฐานพาอาวุธปืนมีทะเบียน เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานพาอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 8 เดือน และไม่ปรับจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เบื้องต้นว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ดาบตำรวจเฉลิมชัย เอี่ยมสะอาด กับพวก ขับรถยนต์ออกตรวจท้องที่ถึงจุดเกิดเหตุเยื้องกับบ้านของจำเลย มีรถกระบะซึ่งมีตราของอาสาสมัครป้องกันภัยจอดอยู่ เห็นจำเลยนำอาวุธปืนคาร์บินของกลางโยนเข้าไปในรถกระบะคันดังกล่าว แล้วเดินข้ามถนนกลับไปที่บ้านจำเลย ดาบตำรวจเฉลิมชัยขับรถไปจอดข้างตัวจำเลยและควบคุมจำเลยไว้ สิบตำรวจเอกกิติศักดิ์ วงษ์พะยอมไปที่รถกระบะ พบอาวุธปืนคาร์บินภายในบรรจุกระสุนปืนคาร์บิน 1 นัด จึงยึดไว้เป็นของกลาง ดาบตำรวจเฉลิมชัยค้นตัวจำเลย พบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ซองกระสุนปืน 2 นัด และกระสุนปืนขนาด 11 มม. 13 นัด อาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ซึ่งเป็นของจำเลยได้รับอนุญาตให้มีและใช้โดยชอบด้วยกฎหมาย

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีอาวุธปืนคาร์บินและกระสุนปืนคาร์บิน 1 นัด ของกลางซึ่งเป็นอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองและพาอาวุธปืนดังกล่าวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ โจทก์มีดาบตำรวจเฉลิมชัยและสิบตำรวจเอกกิติศักดิ์เป็นพยานเบิกความว่า ขณะเกิดเหตุพยานทั้งสองเห็นจำเลยสะพายอาวุธปืนคาร์บินอยู่ข้างรถกระบะแล้วจำเลยโยนอาวุธปืนคาร์บินเข้าไปในรถ จากนั้นจำเลยเดินข้ามถนนจะกลับเข้าบ้านของจำเลย ดาบตำรวจเฉลิมชัยจึงเข้าควบคุมตัวจำเลย เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสองปากเป็นเจ้าพนักงานตำรวจออกตรวจท้องที่ไปตามหน้าที่แล้วพบเห็นเหตุการณ์โดยไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่าพยานโจทก์ทั้งสองกลั่นแกล้งหรือปรักปรำจำเลย

เชื่อว่าพยานโจทก์ทั้งสองเบิกความไปตามความจริง อีกทั้งพยานโจทก์ทั้งสองจับกุมจำเลยพร้อมของกลางและจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมตามบันทึกจับกุมเอกสารหมาย จ.3 โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยรับสารภาพเพราะถูกบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามพยานหลักฐานของโจทก์ว่า จำเลยมีอาวุธปืนคาร์บินและกระสุนปืน 1 นัด ของกลางไว้ในครอบครอง ที่จำเลยอ้างว่าอาวุธปืนคาร์บินเป็นของชายคนหนึ่งนำมามอบให้จำเลยเพื่อให้จำเลยนำไปมอบแก่ทางราชการ โดยมีนายมณเฑียร ถวิล นายสุพรรณ อุ้ยคำตรง และนายหลงมา จันทร์แย้ม รู้เห็นเหตุการณ์และอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย แต่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าขณะที่ดาบตำรวจเฉลิมชัยควบคุมตัวจำเลยและค้นรถกระบะกับตัวจำเลยจนพบอาวุธปืนของกลางหลายรายการ

พยานดังกล่าวซึ่งจำเลยอ้างว่ารู้เห็นและอยู่ในที่เกิดเหตุได้เข้าให้การต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมเพื่อชี้แจงเรื่องราวที่มีชายคนหนึ่งนำอาวุธปืนคาร์บินของกลางมาให้จำเลยนำไปมอบแก่ทางราชการแต่ประการใด และขณะที่ดาบตำรวจเฉลิมชัย และสิบตำรวจเอกกิติศักดิ์เบิกความเป็นพยานโจทก์ จำเลยก็มิได้ถามค้านพยานโจทก์ว่านายมณเฑียร นายสุพรรณ และนายหลงมาอยู่ในที่เกิดเหตุและได้แจ้งว่าจำเลยมิใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาวุธปืนคาร์บิน แต่อาวุธปืนคาร์บินเป็นของชายคนหนึ่งนำมามอบให้จำเลยเพื่อให้จำเลยนำไปมอบแก่ทางราชการจริงหรือไม่ ดังนั้น ข้อนำสืบของจำเลยจึงมีน้ำหนักน้อย ไม่พอหักล้างพยานโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า จำเลยมีและพาอาวุธปืนดังกล่าวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จึงชอบแล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อต่อไปว่า สมควรลงโทษจำเลยให้เบาลงกว่าที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาหรือไม่ เห็นว่า ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดโทษจำเลยให้จำคุก 2 ปี เป็นอัตราโทษขั้นต่ำตามที่กฎหมายบัญญัติ จึงไม่อาจกำหนดโทษให้เบาลงกว่านี้ได้อีก และข้อหาพาอาวุธปืน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดโทษจำเลยให้จำคุก 6 เดือน ก็เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขอีก

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อสุดท้ายว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยที่มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง และพาอาวุธปืนดังกล่าวกับอาวุธปืนที่จำเลยได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ติดตัวไปตามทางสาธารณะนั้นนับว่าเป็นอันตรายต่อผู้อื่นอย่างยิ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยจึงเหมาะสมแก่สภาพความผิดของจำเลยแล้ว ฎีกาทุกข้อของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ความผิดฐานพาอาวุธปืนตามฟ้องทั้งสองกระบอกในคราวเดียวกันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง เพียงบทเดียว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานพาอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้และฐานพาอาวุธปืนมีทะเบียน เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานพาอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 นั้น เป็นการไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดฐานพาอาวุธปืน จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง เพียงบทเดียว ส่วนกำหนดโทษให้คงเดิม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกษม วีรวงศ์ · พีรพล พิชยวัฒน์ · ฐานันท์ วรรณโกวิท
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้