Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท โจทก์ย่อมมีสิทธิติดตามเอาคืนจากจำเลยผู้ไม่มีสิทธิยึดถือไว้ได้ โจทก์จึงไม่ต้องกล่าวอ้างในคำฟ้องว่าจำเลยปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยไม่สุจริตมาตรา 1312 วรรคแรก แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นบทบัญญัติที่จำกัดอำนาจกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของบุคคลไว้ว่าถ้าบุคคลภายนอกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินอันเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่นโดยสุจริต บุคคลภายนอกนั้นเป็นเจ้าของโรงเรือนที่สร้างขึ้น ดังนั้น ถ้าจำเลยประสงค์จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรานี้ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องกล่าวอ้างความข้อนี้ขึ้นมาเมื่อจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าจำเลยได้ปลูกสร้างโรงเรือนโดยสุจริตคดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยถึงศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นพิพาทเพียงว่าจำเลยปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของโจทก์หรือไม่ การนำสืบของจำเลยว่าจำเลยได้ปลูกสร้างโรงเรือนโดยสุจริต จึงเป็นการนำสืบนอกประเด็นและการที่ศาลยกเรื่องความสุจริตของจำเลยขึ้นวินิจฉัยก็เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นด้วย ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปลูกสร้างเรือนลงในที่ดินจำเลย แต่บางส่วนของเรือนรุกล้ำที่ดินโจทก์ โจทก์ได้ห้ามปรามแล้วจำเลยไม่เชื่อฟัง กลับอ้างว่าไม่ได้ปลูกรุกล้ำต่อมาได้มีการตรวจสอบแนวเขตที่ดินโดยเจ้าพนักงานที่ดิน ปรากฏว่าจำเลยปลูกรุกล้ำแนวเขตที่ดินโจทก์ขอให้พิพากษาว่าที่ดินเป็นของโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนเรือนส่วนที่รุกล้ำออกไป และห้ามเกี่ยวข้องจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ปลูกเรือนรุกล้ำแนวเขตที่ดินโจทก์ เรือนของจำเลยปลูกสร้างอยู่ในที่ดินของจำเลยทั้งหมด จำเลยครอบครองมาเกินกว่า 10 ปีแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โรงเรือนของจำเลยสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์แต่ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่รุกล้ำ จำเลยปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยสุจริต

ได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312โจทก์ไม่อาจบังคับให้จำเลยรื้อถอนได้ พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ คำขอนอกนั้นให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีไม่มีประเด็นเรื่องจำเลยสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินโจทก์โดยสุจริตหรือไม่ ศาลชั้นต้นยกเหตุดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยจึงเป็นเรื่องนอกประเด็น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่รุกล้ำที่ดินของโจทก์และห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีเพียงว่าศาลชั้นต้นมีอำนาจยกเรื่องความสุจริตของจำเลยในการสร้างโรงเรือนขึ้นมาวินิจฉัยได้หรือไม่เห็นว่า เมื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท โดยอาศัยอำนาจกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 โจทก์ย่อมมีสิทธิติดตามเอาที่ดินนี้คืนจากจำเลยผู้ไม่มีสิทธิยึดถือไว้ได้

โจทก์จึงไม่ต้องกล่าวอ้างในคำฟ้องว่าจำเลยปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยไม่สุจริตดังที่จำเลยฎีกามาแต่ประการใด นอกจากนี้คำฟ้องของโจทก์ยังระบุไว้ด้วยว่าจำเลยบังอาจปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ย่อมมีความหมายชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่าจำเลยทำการปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยไม่สุจริต มาตรา 1312 วรรคแรก แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นบทบัญญัติที่จำกัดอำนาจกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของบุคคลไว้ว่า ถ้าบุคคลภายนอกปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินอันเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่นโดยสุจริตบุคคลภายนอกนั้นเป็นเจ้าของโรงเรือนที่สร้างขึ้น แต่ต้องเสียเงินให้แก่เจ้าของที่ดินเป็นค่าใช้ที่ดินและจดทะเบียนสิทธิเป็นการจำยอมด้วยเหตุนี้

ถ้าจำเลยประสงค์จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 1312 วรรคแรก ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องกล่าวอ้างความข้อนี้ขึ้นมา แต่คดีนี้จำเลยหาได้ให้การต่อสู้ว่าจำเลยได้ปลูกสร้างโรงเรือนโดยสุจริตแต่อย่างใดไม่ คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยถึงทั้งศาลชั้นต้นก็มิได้กำหนดประเด็นในเรื่องนี้ไว้คงกำหนดประเด็นพิพาทตามข้อ 2เพียงว่า จำเลยปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของโจทก์หรือไม่ เท่านั้น การนำสืบของจำเลยว่าจำเลยได้ปลูกสร้างโรงเรือนโดยสุจริตดังที่จำเลยฎีกาขึ้นมานั้น จึงเป็นการนำสืบนอกประเด็นและที่ศาลชั้นต้นยกเรื่องความสุจริตของจำเลยในการปลูกสร้างโรงเรือนมาวินิจฉัย ก็เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นด้วย ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสมา รัตนมาลัย · สุนทร วรรณแสง · ศักดิ์ สนองชาติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้