Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2480

พ.ศ. 2480 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ยื่นคำร้องเท็จต่อศาลขอว่าความอย่างคนอนาถา แล้วเข้าเบิกความต่อศาลว่าทรัพย์สมบัติโคกระบือไม่มีซึ่งความจริงจำเลยมีโคอยู่ 2 ตัว ดังนี้ ต้องมีผิดตาม ม.118-155 ในคดีความผิดฐานเบิกความเท็จ ข้อที่ว่าผู้ร้องมีทรัพย์สมบัติหรือไม่ในกรณีเดียวกับเรื่องขอว่าความอย่างคนอนาถานั้น ถือว่าเป็นข้อสาระสำคัญแห่งคดีในการไต่สวนคดีอนาถาจำเลยให้การต่อศาลวันหลังต่อมาในระหว่างไต่สวนอนาถานั้นจำเลยแจ้งความจริงต่อผู้พิพากษาคนเดียวกันดังนี้ ศาลลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตาม ม.162 ตอน 2

คำฟ้องและคำให้การ

คดีได้ความว่า ร.

จำเลยยื่นคำร้องเท็จต่อศาลอ้างว่าเป็นคนขัดสนไม่มีทรัพย์ขอว่าความชั้นขัดทรัพย์อย่างคนอนาถา ในชั้นไต่สวนอนาถา ร.จำเลยได้เข้าเบิกความต่อศาลในข้อยากจนอนาถาว่าทรัพย์สมบัติโคกระบือนาสวนไม่มี ซึ่งความจริงจำเลยมีโคอยู่ ๒ ตัว โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๑๑๘-๑๕๕-๑๕๘

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าจำเลยมีความผิดตาม ม.๑๑๘-๑๕๕ จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ใช่ผู้เสียหาย ตามกฎหมายจะลงโทษตาม ม.๑๑๘ ไม่ได้ แลว่าข้อที่จำเลยเบิกความว่าไม่มีโค ไม่ใช่ข้อสำคัญ จำเลยไม่มีผิดตาม ม.๑๕๕

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าเนื่องจากคำร้องของจำเลยทำให้โจทก์ต้องอ้างพะยานมาสืบต่อสู้โจทก์ ต้องเสียค่าธรรมเนียมแลค่าหมายเรียกพะยาน โจทก์จึงเป็นผู้ได้รับความเสียหายเพราะการกระทำของจำเลย ๆ ต้องมีผิดตาม ม.๑๑๘ ด้วย กับเห็นว่าการไต่สวนคดีอนาถานั้น เรือมีทรัพย์สมบัติหรือไม่มีนั้นเป็นข้อสำคัญแห่งคดี จำเลยมีโคแล้วเบิกความว่าไม่ต้องถือว่าจำเลยตั้งใจเบิกความเท็จในข้อสำคัญ คดีนี้ปรากฎว่าภายหลังจำเลยให้การรับต่อผู้พิพากษาคนเดียวกันในขณะบันทึกรายงานพิจารณาการไต่สวนเรื่องอนาถานับได้ว่า จำเลยแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานผู้ได้รับแจ้งถ้อยคำเท็จก่อนเวลาที่ศาลพิพากษาเรื่องร้องขัดทรัพย์ แลก่อนเจ้าพนักงานจะได้ฟ้องจำเลยฐานเบิกความเท็จนี้ด้วย ต้องตามมาตรา ๑๖๒ ตอน ๒ ซึ่งให้ลดอาญาให้จำเลยกึ่งหนึ่งจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๑๑๘-๑๕๕ ประกอบด้วย ม.๑๖๒ ตอน ๒ ให้จำคุกจำเลย ๓ เดือน ๑๕ วัน แต่ให้รอการลงอาญาไว้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดูปลาตร์ · มนธา · อมาตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้