Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2907/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นปลัดเทศบาลและเป็นเลขานุการสภาเทศบาล จำเลยไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ประธานสภาเทศบาลจึงแต่งตั้งให้ ส.รองปลัดเทศบาลทำหน้าที่เลขานุการสภาเทศบาลแทนจำเลยจำเลยได้ใช้ให้แก้ไขรายงานการประชุมที่ ส. ทำขึ้น โดยจำเลยไม่มีอำนาจแก้ไขได้โดยพลการ เพื่อจะให้ผู้เกี่ยวข้องหลงเชื่อว่าสภาเทศบาลมีมติตามที่จำเลยได้แก้ไข โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น จำเลยจึงมีความผิดฐานใช้ให้ผู้อื่นปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265ประกอบด้วยมาตรา 84 จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดูแลรักษาเอกสารดังกล่าว จำเลยจึงมีความผิดตามมาตรา 161 อีกบทหนึ่งเมื่อจำเลยนำเอกสารปลอมนั้นไปอ้างในการขออนุมัติต่อผู้ว่าราชการจังหวัดจำเลยจึงมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามมาตรา 268 อีกกระทงหนึ่งจำเลยในฐานะเลขานุการสภาเทศบาลเป็นผู้มีหน้าที่ทำรายงานการประชุมของสภาเทศบาล จำเลยทำรายงานการประชุมขึ้นตามอำนาจหน้าที่ของตนและลงลายมือชื่อตัวเองเป็นผู้ทำ มิได้ทำในนามของบุคคลอื่น เอกสารนั้นจึงเป็นเอกสารที่แท้จริงที่จำเลยทำขึ้นแม้ข้อความในเอกสารจะไม่เป็นความจริง ก็ไม่ทำให้เป็นเอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 แต่เป็นการทำเอกสารอันเป็นความเท็จตามมาตรา 162 เมื่อโจทก์มิได้บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษตามมาตรา 162 จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 คำว่า 'เพื่อ' ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ถือว่าเป็นเจตนาพิเศษ การที่จำเลยแก้ไขมติของสภาเทศบาลในรายงานการประชุมโดยไม่มีเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่เทศบาล หากเป็นการกระทำไปเพราะความเข้าใจผิดพลาดเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงมหาดไทยจำเลยจึงไม่มีความผิดตามมาตรา 157

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นปลัดเทศบาลและเลขานุการสภาเทศบาล จึงเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จำเลยได้ใช้ให้นายพะเยาว์ซึ่งเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้แก้ไขบันทึกรายงานการประชุมสภาเทศบาลสมัยวิสามัญครั้งที่ 1/2 ประจำปี 2521 อันเป็นเอกสารราชการ ซึ่งนายสุวินัยผู้ทำหน้าที่เลขานุการสภาเทศบาลแทนจำเลยเป็นผู้ทำขึ้น อันเป็นการปลอมเอกสาร โดยอาศัยโอกาสที่จำเลยมีหน้าที่ดูแลรักษาเอกสาร แล้วจำเลยใช้และอ้างเอกสารราชการที่ปลอมขึ้นดังกล่าว โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือประชาชน ต่อมาจำเลยได้ทำปลอมสำเนาบันทึกรายงานการประชุมสภาเทศบาลสมัยสามัญสมัยที่ 2 ประจำปี 2521 ครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นเอกสารราชการขึ้นทั้งฉบับโดยอาศัยโอกาสที่จำเลยมีหน้าที่ดูแลรักษาเอกสาร แล้วจำเลยใช้เอกสารปลอมดังกล่าวโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

การกระทำของจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานและมีหน้าที่ดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 161, 264, 265, 268, 84จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157, 161, 264, 265, 268, 84 ให้ลงโทษตามมาตรา 265, 268 ซึ่งเป็นบทหนักโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นปลัดเทศบาลตำบลบางคล้า และเป็นเลขานุการสภาเทศบาลโดยตำแหน่ง ในการประชุมสภาเทศบาลตำบลบางคล้าสมัยวิสามัญ ครั้งที่ 1/2 ประจำปี 2521 จำเลยไม่อยู่ ประธานสภาเทศบาลจึงแต่งตั้งให้นายสุวินัยรองปลัดเทศบาลทำหน้าที่เลขานุการสภาแทนจำเลย

เมื่อจำเลยกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ให้นายพะเยาว์แก้ไขขีดฆ่าและตกเติมรายงานการประชุมสภาเทศบาลดังกล่าว และจำเลยลงชื่อย่อกำกับการแก้ไขในเอกสารศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยได้ใช้ให้นายพะเยาว์แก้ไขมติของสภาเทศบาลตำบลบางคล้าในรายงานการประชุมที่นายสุวินัยเป็นผู้ทำขึ้นโดยจำเลยไม่มีอำนาจแก้ไขได้โดยพลการ และการแก้ไขดังกล่าวก็เพื่อที่จะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหลงเชื่อว่าสภาเทศบาลตำบลบางคล้ามีมติให้จ่ายขาดเงินสะสมเพื่อซื้อรถยนต์บรรทุกจริง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของมติที่ประชุมและขัดกับมติที่แท้จริงของสภาเทศบาลตำบลบางคล้า จึงน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ จำเลยจึงมีความผิดฐานใช้ให้ผู้อื่นปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ประกอบด้วยมาตรา 84 จำเลยกระทำผิดในขณะเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดูแลรักษาเอกสารดังกล่าว

จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 อีกบทหนึ่ง เมื่อจำเลยนำเอกสารปลอมนั้นไปอ้างในการขออนุมัติต่อผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา จำเลยจึงมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 อีกกระทงหนึ่งส่วนที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปลอมรายงานการประชุมสภาเทศบาลตำบลบางคล้าสมัยสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปี พ.ศ. 2521 ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2521 นั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในการประชุมสภาเทศบาลตำบลบางคล้าดังกล่าว ไม่มีระเบียบวาระเรื่องการเปลี่ยนแปลงมติเกี่ยวกับการจัดซื้อรถยนต์บรรทุก แต่จำเลยได้ทำรายงานการประชุมขึ้นทั้งฉบับพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยในฐานะเลขานุการสภาเทศบาลตำบลบางคล้าโดยตำแหน่งเป็นผู้มีหน้าที่ทำรายงานการประชุมของสภาเทศบาลตำบลบางคล้า

จำเลยได้ทำรายงานการประชุมขึ้นตามอำนาจหน้าที่ของตนและลงลายมือชื่อตัวเองเป็นผู้ทำ จำเลยมิได้ทำในนามของบุคคลอื่นเอกสารรายงานการประชุมจึงเป็นเอกสารที่แท้จริงที่จำเลยทำขึ้น แม้ข้อความในเอกสารดังกล่าวจะไม่เป็นความจริง เพราะในที่ประชุมไม่มีระเบียบวาระดังกล่าว ก็ไม่ทำให้เป็นเอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 แต่เป็นการทำเอกสารอันเป็นความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 โจทก์มิได้บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยตามบทบัญญัติดังกล่าวถือได้ว่า โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ปัญหาว่าการปลอมเอกสารดังกล่าว จะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา 157 ใช้คำว่า "เพื่อ" ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งในที่นี้คือเทศบาลตำบลบางคล้า จึงต้องถือว่าเป็นเจตนาพิเศษ แต่การแก้ไขดังกล่าวจำเลยไม่มีเจตนาเพื่อจะให้เกิดความเสียหายแก่เทศบาลตำบลบางคล้าแต่ประการใด หากเป็นการกระทำไปเพราะความเข้าใจผิดพลาดเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น อันเป็นการกระทำโดยทุจริตแต่อย่างใด จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161,265, 268 ประกอบด้วยมาตรา 84 ให้ลงโทษตามมาตรา 161 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด แต่ให้รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7054/2537

จำเลยรับราชการตำแหน่งปลัดอำเภอได้ทำการปลอมเอกสารราชการโดยการกรอกข้อความเท็จเพิ่มเติมลงในทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านและฉบับอำเภอ หลังจากนั้นจำเลยได้มอบสำเนาทะเบียนบ้านดังกล่าวคืนให้แก่เจ้าของบ้านเก็บรักษาไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9213/2553

แม้ความผิดที่โจทก์ฟ้องคือความผิดฐานปลอมเอกสารและลักทรัพย์จะเป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน แต่เมื่อศาลพิจารณาแล้วได้ความว่าข้อเท็จจริงคดีนี้เป็นความผิดฐานยักยอกและศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4135/2552

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี รวม 40 กระทง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยังคงลงโทษจำเลยแต่ละกระทงตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด แต่เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดเพียง 13 กระทง ถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4532/2548

การที่จำเลยนำสมุดบันทึกการประชุมในวันที่ 15 และ 19 สิงหาคม 2538 ไปให้ จ. และ ส. ลงลายมือชื่อในบันทึกการประชุม ทั้งที่ไม่ได้มีการประชุม และบันทึกรายงานการประชุมดังกล่าวระบุว่า ร. เป็นผู้จดรายงานการประช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6154/2540

ใบเสร็จรับเงินค่าเช่าบ้านเป็นหลักฐานแห่งการระงับซึ่งสิทธิของผู้ให้เช่าจึงเป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(9) จำเลยนำใบเสร็จรับเงินค่าเช่าบ้านที่จำเลยปลอมขึ้นและเป็นเอกสารเท็จยื่นประกอบแบบใบข…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้