Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2904/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การฟ้องให้ผู้รับประกันภัยค้ำจุนรับผิดมีอายุความ 2 ปี นับแต่วันเกิดวินาศภัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 882 วรรคแรก หาใช่นำอายุความในมูลละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 มาใช้ไม่ การยื่นคำร้องขอให้เรียกผู้รับประกันภัยเข้ามาเป็นจำเลยร่วมถือได้ว่าเป็นการฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องให้ผู้รับประกันภัยใช้ค่าทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 173 และป.วิ.พ. มาตรา 57(3).

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารคันหมายเลขทะเบียน10-1000 เชียงราย จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80-8307 นครปฐม ได้นำเข้าร่วมกิจการขนส่งกับจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2524 นายจำเริญ ใจพิจิตรลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 1 ในทางการที่จ้างแล่นไปตามถนนสายเชียงใหม่ - ลำปางมุ่งหน้าไปทางจังหวัดลำปางเมื่อถึงบริเวณหลักสถานีตำรวจภูธรอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นทางโค้งลงเขาลาดชัน ได้ขับด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังใช้ความเร็วสูงและแซงรถคันอื่น ทำให้รถเสียหลักแล่นเข้าชนรถยนต์โดยสารประจำทางของโจทก์ ซึ่งแล่นสวนทางมา เป็นเหตุให้นายจำเริญตายและรถยนต์โดยสารของโจทก์เสียหายหลายรายการต้องซ่อมแซมตัวถังรถและเปลี่ยนอะไหล่

เสียค่าใช้จ่ายในการนำรถไปซ่อม และค่าน้ำมันรถ รวมเป็นเงิน 543,150 บาท ค่าขาดประโยชน์ที่ต้องนำรถไปซ่อม 37 วัน เป็นเงิน 97,532 บาท รวมเสียหาย 640,682 บาทขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 640,682 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างยื่นคำให้การใจความว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมโจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์โดยสารคันหมายเลขทะเบียน10-1000 เชียงรายไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80-8307 นครปฐม แต่ได้ให้นายสังวาลสุขแย้ม เช่าซื้อ จำเลยที่ 1 มิได้เกี่ยวข้องและไม่ได้ร่วมกิจการกับจำเลยที่ 2 นายจำเริญผู้ขับรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 เหตุรถชนกันเกิดจากความประมาทของคนขับรถของโจทก์

ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกมีจำนวนสูงเกินความจริงขอให้ยกฟ้องโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกนายสังวาล สุขแย้ม เข้ามาเป็นจำเลยร่วมศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและเรียกว่าจำเลยร่วมที่ 1จำเลยร่วมที่ 1 ให้การว่า ได้เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80-8307 นครปฐม จากจำเลยที่ 1 จริง และได้นำรถคันดังกล่าวไปประกันภัยค้ำจุนไว้กับบริษัทพิทัทธ์ประกันภัย จำกัด โจทก์ชอบที่จะฟ้องผู้รับประกันภัยให้รับผิดหรือร่วมรับผิด และขณะเกิดเหตุ จำเลยร่วมที่ 1 ได้นำรถคันดังกล่าวเข้าร่วมกิจการขนส่งกับห้างหุ้นส่วนจำกัดนิ่มซี่เส็งขนส่ง มีนายจำเริญเป็นผู้ขับรถยนต์โจทก์ชอบที่จะฟ้องห้างหุ้นส่วนดังกล่าว ซึ่งเป็นนายจ้างของนายจำเริญให้รับผิดไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยร่วม และไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยร่วมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ในคดีนี้

โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์โดยสารคันที่เสียหาย นายจำเริญมิได้ขับรถโดยประมาทเหตุที่รถชนกันเกิดเพราะความประมาทของคนขับรถยนต์โดยสารคันที่เสียหาย ค่าเสียหายมีจำนวนไม่เกิน 20,000 บาท โจทก์เรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีเกิน 1 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องจำเลยร่วมที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เรียก บริษัทพิพัทธ์ประกันภัยจำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัดนิ่มซี่เส็ง เข้ามาเป็นจำเลยร่วมศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและเรียกว่า จำเลยร่วมที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับจำเลยร่วมที่ 2 และที่ 3 แยกกันให้การใจความว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนายจำเริญมิใช่ลูกจ้างของจำเลยร่วมที่ 1 เหตุรถชนกันมิได้เกิดจากความประมาทของนายจำเริญ แต่เกิดจากความประมาทของผู้ขับรถยนต์โดยสาร

โจทก์มิได้เสียหายเท่าฟ้อง จำเลยร่วมที่ 2ผู้รับประกันภัยต้องรับผิดในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท จำเลยร่วมที่ 1 และที่ 2 ถูกเรียกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเกิน 1 ปีนับแต่เกิดเหตุละเมิด คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมทั้งสามร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์โดยจำเลยร่วมที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันรับผิดใช้เงินจำนวน 135,000 บาทจำเลยร่วมที่ 2 ร่วมรับผิดใช้เงินจำนวน 100,000 บาท กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2จำเลยร่วมที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยร่วมที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว สำหรับประเด็นข้อแรกว่าคดีเฉพาะจำเลยร่วมที่ 2 ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยร่วมที่ 2ฎีกาอ้างว่าจะต้องใช้อายุความละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448 เมื่อจำเลยร่วมที่ 1 เรียกจำเลยร่วมที่ 2 เข้ามาในคดีเกินกว่า 1 ปี นับแต่วันทำละเมิดและวันที่รู้ตัวผู้ซึ่งต้องรับผิดจึงขาดอายุความนั้น เห็นว่าจำเลยร่วมที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ที่ชนรถยนต์ของโจทก์ การฟ้องให้จำเลยร่วมที่ 2รับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 887 วรรคสอง มีอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่เกิดวินาศภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 วรรคแรก จึงนำอายุความในมูลละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 มาใช้ไม่ได้

เมื่อเกิดเหตุรถยนต์ของจำเลยร่วมที่ 1 ชนรถยนต์ของโจทก์วันที่ 28 ตุลาคม 2524 จำเลยร่วมที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เรียกจำเลยร่วมที่ 2 เข้ามาเป็นจำเลยร่วมเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2526ปรากฏตามคำร้องในสำนวนอันดับที่ 62/1 ลงวันที่ดังกล่าวแล้วถือได้ว่าเป็นการฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องให้จำเลยร่วมที่ 2 ใช้ค่าทดแทนตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (3) และอยู่ภายในระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันเกิดวินาศภัย คดีของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยร่วมที่ 2 จึงไม่ขาดอายุความ..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · ปรีชา ธนานันท์ · สมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้