Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2902/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องในระหว่างการไต่สวนมูลฟ้องซึ่งจำเลยยังไม่อยู่ในฐานะเป็นจำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 165 วรรคท้าย ย่อมไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบเพราะศาลชั้นต้นยังมิได้ประทับฟ้องไว้พิจารณา และจำเลยก็ยังไม่ได้ต่อสู้คดีหรือนำพยานเข้าสืบ ทั้งนี้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 164 คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องได้ จึงเป็นคำสั่งโดยชอบหาใช่คำสั่งที่ผิดระเบียบหรือผิดหลงไม่ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องและให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เมื่อศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยและมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยไม่ได้มีการสืบพยานโจทก์จำเลยให้สิ้นกระแสความก่อน ย่อมเป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 341 ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องรวม 3 ครั้ง โดยเฉพาะครั้งที่ 3 ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2542 โจทก์ขอแก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องโดยเพิ่มเติมคำว่า โดยทุจริต ต่อจากข้อความว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในตำแหน่งพนักงานจัดซื้อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันดังกล่าวว่ากรณีเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ อนุญาตสำเนาให้จำเลย

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 ให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องตามคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2542 และสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 ซึ่งสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมที่อนุญาตให้โจทก์แก้และเพิ่มเติมคำฟ้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2544 ให้ดำเนินการสืบพยานโจทก์และจำเลยต่อไปจนเสร็จ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำสั่งศาลชั้นต้นตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 ที่ให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องได้ตามคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2542 และให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยเป็นคำสั่งที่ชอบหรือไม่ เห็นว่า แม้คำฟ้องโจทก์จะมิได้ระบุคำว่า โดยทุจริต ก็หาทำให้คำฟ้องของโจทก์เสียไปเพราะเหตุบรรยายฟ้องไม่ครบองค์ประกอบความผิดไม่ เนื่องจากโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในตำแหน่งฝ่ายจัดซื้อได้หลอกลวงโจทก์หลายครั้งต่างกรรมต่างวาระว่า ถ้าโจทก์ต้องการขายสินค้าของโจทก์ให้แก่บริษัทอีเกีย

เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ต้องชำระค่าตอบแทนแก่ผู้บริหารของบริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในอัตราร้อยละ 5 ของราคาขายสินค้าที่โจทก์ขายให้แก่บริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในแต่ละงวด มิฉะนั้นบริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จะไม่ตกลงซื้อสินค้าจากโจทก์ ซึ่งเป็นข้อความเท็จ ความจริงแล้วผู้บริหารของบริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด มิได้เรียกร้องค่าตอบแทนจากโจทก์ดังที่จำเลยอ้างแต่อย่างใด โจทก์หลงเชื่อว่าเป็นความจริงตามคำหลอกลวงของจำเลยและประสงค์จะขายสินค้าให้แก่บริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้จ่ายเงินตามคำหลอกลวงของจำเลยโดยการจ่ายเข้าบัญชีเงินจากธนาคารกรุงเทพ

จำกัด (มหาชน) สาขาพระโขนง บัญชีเลขที่ 1574352454 ในชื่อบัญชีว่า "แต๋ว เกตุมาชม" ตามที่จำเลยแจ้งแก่โจทก์รวม 14 ครั้ง เป็นเงิน 2,711,916 บาท จากคำบรรยายฟ้องดังกล่าวมีความหมายบ่งบอกอยู่ในตัวว่าจำเลยกระทำโดยทุจริต คำฟ้องของโจทก์จึงครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 แล้วการที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องตามคำร้องฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2542 โดยขอเติมคำว่า โดยทุจริต ต่อจากข้อความว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทอีเกีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในตำแหน่งพนักงานจัดซื้อ จึงเป็นเพียงแก้ไขหรือเพิ่มเติมรายละเอียดให้ชัดแจ้งยิ่งขึ้น โดยโจทก์ได้แสดงเหตุอันควรในคำร้องแล้วว่าคำฟ้องของโจทก์ยังมีข้อบกพร่อง และการยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องตามคำร้องดังกล่าวก็ยังอยู่ในระหว่างการไต่สวนมูลฟ้องซึ่งจำเลยยังไม่อยู่ในฐานะเป็นจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 วรรคท้าย

ย่อมไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบเพราะศาลชั้นต้นยังมิได้ประทับฟ้องไว้พิจารณา และจำเลยก็ยังไม่ได้ต่อสู้หรือนำพยานเข้าสืบ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 164 คำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งสั่งตามคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2542 ที่อนุญาตให้โจทก์แก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องได้ จึงเป็นคำสั่งโดยชอบแล้วหาใช่คำสั่งที่ผิดระเบียบหรือผิดหลงไม่ ดังนั้น คำสั่งศาลชั้นต้นตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 ที่ให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้หรือเพิ่มเติมคำฟ้องได้ตามคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 19 ตุลาคม 2542 และให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เมื่อศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยและมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยไม่ได้มีการสืบพยานโจทก์จำเลยให้สิ้นกระแสความก่อนย่อมเป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พลรัตน์ ประทุมทาน · สุรพล เจียมจูไร · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้