Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 29/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เหตุที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากการที่ผู้ตายซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยทั้งสองดุด่า จำเลยที่ 2 ด้วยถ้อยคำรุนแรงสร้างความเจ็บแค้นแก่จำเลยที่ 2 และจำเลยทั้งสองประสงค์ต่อทรัพย์จึงกระทำผิดขึ้นจำเลยที่ 1 พึ่งอายุได้ 18 ปี ในขณะเกิดเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับความกระทบกระเทือนกับปัญหาในครอบครัว บิดามารดาจำเลยที่ 1หย่าร้าง จำเลยที่ 1 อยู่กับมารดาซึ่งมีสามีใหม่และมีบุตรเกิดกับสามีใหม่ ส่วนมารดาจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายตั้งแต่จำเลยที่ 2ยังเป็นเด็กบิดามีภริยาใหม่แล้วมีบุตรกับภริยาใหม่ ชั้นจับกุมจำเลยทั้งสองยอมให้จับกุมแต่โดยดีและรับสารภาพโดยตลอดตั้งแต่ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวนจนถึงชั้นศาลทั้ง ๆ ที่ไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุ จึงเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานและให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันชิงสร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือแหวน หยก และทรัพย์สินอื่นรวม 32 รายการ รวมราคา 38,820 บาทและเงินอีกจำนวนหนึ่งของนายไกวฮอง และนางอรุณรัตน์ไป ในการชิงทรัพย์จำเลยทั้งสองใช้มีดปังตอและเหล็กแหลมก้านร่มเป็นอาวุธฟันแทงฆ่านายไกวฮอง นางอรุณรัตน์เด็กชายแอเริญ และเด็กชายก๋ำเว่งโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยกระทำทารุณโหดร้ายเพื่อความสะดวก และเพื่อปกปิดการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289,339 วรรคสอง วรรคห้า, 91, 83คืนของกลางแก่ทายาทผู้ตาย ริบมีดปังตอกับเหล็กแหลมของกลางจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4)(5)(6)(7), 339 วรรคสอง วรรคห้า,83 แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

ลงโทษบทหนักตามมาตรา 289(4)(5)(6)(7) วางโทษประหารชีวิต คืนทรัพย์ของกลางแก่ทายาทผู้ตาย และริบมีดปังตอกับเหล็กแหลมของกลางจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ลงโทษศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ขณะจำเลยทั้งสองกระทำความผิด ข้อเท็จจริงได้ความจากคำรับสารภาพของจำเลยทั้งสองในชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.8 จ.9 ว่า จำเลยทั้งสองเป็นลูกจ้างของนายวสันต์ หรือไกวฮอง กล๊อก กับนางอรุณรัตน์อังสนากุลหรือกล๊อก ซึ่งเป็นสามีภริยากันเปิดร้านอาหารชื่อ "ฮ่องกงการ์เด้นท์" ก่อนเกิดเหตุ นายวสันต์ได้ดุด่าว่ากล่าวลูกจ้างเกี่ยวกับการทำงานเป็นประจำโดยใช้ถ้อยคำรุนแรงเป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 เจ็บแค้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้ร่วมวางแผนกับจำเลยที่ 1ชิงทรัพย์และฆ่านายวสันต์ผู้ตายพร้อมภริยาและบุตร

คืนเกิดเหตุจำเลยทั้งสองได้ดื่มสุราย้อมใจจนดึกและร้านอาหารปิดแล้ว จำเลยได้เข้าไปในร้ายอาหารผู้ตายซึ่งเป็นสถานที่ที่จำเลยทั้งสองพักผ่อนอยู่ที่หลังร้าน คันได้มีดปังตอสำหรับสับเป็ด 1 เล่ม และเหล็กก้านร่อมปลายแหลมที่อยู่ข้างอ่างเลี้ยงปลา 1 อัน ปีนหน้าต่างเข้าไปยังห้องที่นายวสันต์และภริยากับบุตร 2 คน คือเด็กชายแอเริญอายุ 3 ปี และเด็กชายก๋ำเว่งอายุ 1 ปีนอนอยู่ จำเลยที่ 1 ได้ใช้มีดปังตอฟันคอและจำเลยที่ 2 ใช้เหล็กก้านร่มแทงนายวสันต์ นางอรุณรัตน์และบุตรทั้งสองของนายวสันต์จนถึงแก่ความตายค้นเอาทรัพย์สินของกลางตามเอกสารหมาย จ.7 แล้วหลบหนีไป ต่อมาอีก 2-3 วันเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ พร้อมของกลางตามเอกสารหมาย

จ.4 จ.5 ตามลำดับ ในชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ ได้ถ่ายภาพไว้ตามภาพถ่ายหมาย จ.10 ดังนี้เห็นว่า เหตุที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากนายวสันต์เคยดุด่าจำเลยที่ 2 ด้วยถ้อยคำรุนแรงสร้างความเจ็บแค้นแก่จำเลยที่ 2 และจำเลยทั้งสองประสงค์ต่อทรัพย์สินจึงกระทำผิดขึ้นจำเลยที่ 1 เพิ่งอายุได้ 18 ปี ในขณะเกิดเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับความกระทบกระเทือนกับปัญหาในครอบครัว บิดามารดาจำเลยที่ 1 หย่าร้างจำเลยที่ 1 อยู่กับมารดาซึ่งมีสามีใหม่และมีบุตรเกิดกับสามีใหม่ส่วนมารดาจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายตั้งแต่จำเลยที่ 2 ยังเด็กอยู่บิดามีภริยาใหม่แล้วมีบุตรกับภริยาใหม่ ทั้งนี้ ตามคำให้การของจำเลยทั้งสองในชั้นสอบสวนเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม

จำเลยทั้งสองยอมให้จับกุมแต่โดยดีและรับสารภาพโดยตลอดตั้งแต่ชั้นจับกุมสอบสวนจนถึงชั้นศาลทั้ง ๆ ที่ไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุ ดังนี้ เป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานและให้ความรู้แก่ศาลนับเป็นเหตุบรรทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78กึ่งหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 52(2) เหลือโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิตนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย ศิริบุตร · อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5873/2567

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134/1 วรรคสอง บัญญัติว่า "ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุก ก่อนเริ่มถามคำให้การให้พนักงานสอบสวนถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและผู้ต้องหาต้องการทนายความ ให้รัฐจัดหาทนายความให้" ซึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5/2566

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลขวาว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องกรณีพ้นจากตำแหน่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 228/2566

ศาลนำเรื่องการวางเงินชำระหนี้บางส่วนของจำเลยมาพิจารณาประกอบเป็นเหตุบรรเทาโทษและลดโทษให้แก่จำเลย เท่ากับจำเลยได้รับประโยชน์จากการวางเงินดังกล่าวแล้ว ซึ่งการวางเงินของจำเลยก็เจตนาเพื่อชำระหนี้ตามเช็คให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3228/2563

ป.อ. มาตรา 78 เป็นบทบัญญัติให้ศาลใช้ดุลพินิจในการลงโทษให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์ของผู้กระทำความผิดเป็นรายบุคคลไป หาใช่บทบังคับที่จะต้องลดโทษให้แก่ผู้กระทำความผิดเพราะมีเหตุบรรเทาโทษเสมอไปไม่ จำเลยทั้งสองย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้