Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2896/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินของโจทก์และจำเลยเดิมรวมอยู่ในที่ดินแปลงเดียวกันเมื่อมีการแบ่งแยกกันเป็นเหตุให้ที่ดินของโจทก์ซึ่งอยู่ด้านในไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะได้โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินออกสู่ทางสาธารณะบนที่ดินของจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 ส่วนปัญหาที่ว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยเปิดทางพิพาทได้เท่าใดนั้น เมื่อโจทก์อ้างว่าทางพิพาทกว้าง 2 เมตร จำเลยปฏิเสธว่าไม่กว้างเท่าที่อ้าง โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบให้เห็นว่าข้อเท็จจริงเป็นดังที่โจทก์อ้าง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้เปิดทางกว้าง 2 เมตรตามที่กำหนด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้จากพยานหลักฐานของโจทก์ว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 13 เดิมซึ่งเป็นของอำแดงเป้านั้น มีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่เกือบทุกด้าน กล่าวคือ ด้านทิศตะวันออกเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 9 (เอกสารหมาย จ.4) ทิศตะวันตกเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 14 (เอกสารหมายจ.5) และทิศใต้เป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 12 (เอกสารหมาย จ.7) ถัดที่ดินโฉนดเลขที่ 12 ลงไปทางทิศใต้เป็นแม่น้ำบางประกง คงมีแต่เพียงด้านทิศเหนือด้านเดียวซึ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 13 อยู่ติดกับทางสาธารณะตามสภาพเช่นนี้ เมื่อเดิมที่ดินของโจทก์และของจำเลยรวมอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 13 แปลงเดียวกัน เมื่อมีการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 13 กันแล้วเป็นเหตุให้ที่ดินของโจทก์ซึ่งอยู่ทางด้านใน

ไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะได้ โจทก์มีสิทธิเรียกเอาทางเดินออกสู่ทางสาธารณะได้เฉพาะบนที่ดินที่ได้แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันเท่านั้น ฉะนั้น เมื่อปรากฏว่าที่ดินของโจทก์ไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะได้เพราะมีที่ดินของจำเลยซึ่งอยู่ติดทางสาธารณะขวางกั้นอยู่ โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินออกสู่ทางสาธารณะบนที่ดินของจำเลยได้ ทั้งนี้ตามนัยมาตรา 1350 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยจะเกี่ยงให้โจทก์ออกสู่ทางสาธารณะโดยให้ผ่านเข้าไปในที่ดินแปลงอื่นซึ่งไม่ใช่ที่ดินที่ได้แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันหาได้ไม่ คดีนี้ข้อเท็จจริงรับกันว่าทางเดินในที่ดินโฉนดเลขที่ 13 ซึ่งเดิมใช้เดินออกสู่ทางสาธารณะทางทิศเหนือคือตามเส้นทางพิพาท คงมีข้อโต้เถียงกันเฉพาะความกว้างของทาง ตามฟ้องโจทก์ว่ากว้าง 2 เมตร แต่จำเลยให้การต่อสู้ว่ากว้างเพียงประมาณ 1 เมตรเท่านั้น ปัญหาจึงมีว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยเปิดทางพิพาทได้เท่าใด

ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อโจทก์อ้างว่าทางพิพาทกว้าง 2 เมตร จำเลยปฏิเสธว่าไม่กว้างเท่าที่โจทก์อ้าง โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบให้เห็นว่าข้อเท็จจริงเป็นดังที่โจทก์อ้างแต่ปรากฏว่าตามทางนำสืบของโจทก์ คงมีตัวโจทก์คนเดียวเบิกความว่าพาไลกว้าง 2 เมตรเศษ ส่วนจำเลยนอกจากตัวจำเลยแล้วยังมีนางสาวนกเก็ตโหสกุล เบิกความสนับสนุนอีกว่า สะพานพาไลทางเดินกว้างประมาณ1 เมตร พยานจำเลยมีน้ำหนักน่าเชื่อยิ่งกว่า จึงเชื่อว่าทางเดินพิพาทกว้างเพียง 1 เมตร ที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยเปิดกว้างถึง 2 เมตร ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยเปิดทางเดินที่เคยใช้เดินกว้าง 1 เมตร ยาวตลอดที่ดินโฉนดเลขที่ 4911 ตำบลบางปะกงล่าง อำเภอบางปะกงจังหวัดฉะเชิงเทรา ด้านตะวันตกให้โจทก์ใช้เดินออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 4912 ของโจทก์ไปสู่ทางสาธารณะทางทิศเหนือได้ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แต่ง ทองภักดี · สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8003/2567

ก่อนออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2570 และเลขที่ 2602 ที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวเคยเป็นที่ดินแปลงเดียวกันและเมื่อมีการแบ่งแยกเป็นที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวแล้วเป็นเหต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2567

ที่ดินโจทก์ด้านทิศเหนือบางส่วนติดทางสาธารณประโยชน์ แต่ทางดังกล่าวมีสภาพเป็นร่องน้ำติดต่อกับร่องน้ำในที่ดินของบุคคลอื่นยาวตลอดนอกแนวเขตที่ดินโจทก์ และมีที่ดินบุคคลอื่นล้อมรอบไม่มีสภาพเป็นทาง มีร่องน้ำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4150/2556

ตามคำฟ้องและคำให้การมีประเด็นอยู่ว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยขอให้เปิดทางจำเป็นหรือไม่ หากเป็นทางจำเป็นแล้วควรกว้างยาวเพียงใด และโจทก์ต้องใช้ค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดินหรือไม่ โจทก์หาต้องบรรยายว่า ที่ดินของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9325/2553

ทางจำเป็นจะขอได้ต่อเมื่อที่ดินมีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1349 แต่หากเป็นกรณีแบ่งแยกที่ดินแปลงเดียวกันทำให้ที่ดินที่แบ่งแยกนั้นแปลงใดไม่มีทางออกสู่ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 417/2553

การที่โจทก์ใช้ทางพิพาทมาเป็นเวลา 30 ปีเศษ โดยได้รับความยินยอมจากจำเลยตลอดมา แม้จะใช้เป็นเวลานานเท่าใด โจทก์ก็ไม่ได้สิทธิในทางภาระจำยอมจากจำเลยตาม ป.พ.พ. มาตรา 1387 เพราะการใช้ทางพิพาทของโจทก์มิได้ประส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้