Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2895/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์เคยพูดว่าจะยกที่ดินและเรือนพิพาทให้ ป. บุตรจำเลย โดย ป. ได้ไปช่วยทำนาให้โจทก์ คำพูดของโจทก์ที่ว่าจะยกให้นั้นก็เป็นเพียงคำมั่นว่าจะให้ เมื่อมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 526

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากเรือนและที่ดินของโจทก์จำเลยให้การว่า เดิมที่ดินและเรือนพิพาทเป็นของนายฉิ่งและจำเลยได้มอบให้นางบุญช่วยไปเป็นการชำระหนี้ ต่อมานายฉิ่งยืมเงินโจทก์ไปชำระหนี้คืนให้นางบุญช่วย นางบุญช่วยจึงคืนที่ดินและเรือนพิพาทให้นายฉิ่ง โจทก์ได้ขอนายประทุมบุตรจำเลยไปช่วยทำนาเพื่อใช้หนี้แก่โจทก์เป็นเวลา 10 ปี โจทก์กับนายฉิ่งจึงไม่มีหนี้สินต่อกัน กับต่อสู้ว่าจำเลยครอบครองที่ดินและเรือนพิพาทเป็นเวลาเกิน 10 ปี จำเลยได้กรรมสิทธิ์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกจากที่ดินและเรือนหมายเลข 1, 2, 4 และ 5 ตามแผนที่พิพาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินและเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ โดยโจทก์ซื้อมาจากนางบุญช่วย

จำเลยและนายฉิ่งสามีซึ่งเป็นหลานโจทก์ได้อยู่ในที่ดินและเรือนพิพาทของโจทก์มาเกิน 10 ปีในฐานะครอบครองแทนโจทก์ และโจทก์ปฏิเสธว่าโจทก์ไม่เคยให้สัญญาว่าจะยกที่ดินและเรือนพิพาทให้นายประทุมบุตรจำเลยข้อที่ว่าโจทก์สัญญาว่าจะยกที่ดินและเรือนพิพาทให้นายประทุมนั้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จะฟังได้ว่า โจทก์ได้เคยพูดว่าจะยกที่ดินและเรือนพิพาทให้นายประทุมจริงโดยนายประทุมได้ไปช่วยทำนาให้โจทก์ก็ตาม คำพูดของโจทก์ที่ว่าจะยกที่ดินและเรือนพิพาทให้นั้น เป็นเพียงคำมั่นว่าจะให้ เมื่อมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 526 เพราะโจทก์จะกลับใจเลิกที่จะยกให้นั้นเสียเมื่อไรก็ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม · สมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้