Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2888/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำผู้เสียหายที่ถูกจำเลยทั้งสามฉ้อโกงแตกต่างกับการสอบปากคำในคดีทั่ว ๆ ไป เนื่องจากผู้เสียหายมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ผู้เสียหายต่างให้การถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นทำนองเดียวกัน พนักงานสอบสวนจึงทำแบบพิมพ์ในส่วนที่เหมือนกันไว้ เว้นช่องว่างในส่วนที่เกี่ยวกับชื่อของผู้เสียหาย จำนวนเงินและวันเวลา ซึ่งเป็นส่วนรายละเอียดของผู้เสียหายแต่ละคนโดยเฉพาะไว้ เพื่อกรอกรายละเอียดในตอนสอบปากคำผู้เสียหายแต่ละคน เช่นนี้ หามีผลทำให้การสอบสวนเสียไปไม่ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายมาให้ถ้อยคำหลายรายและพนักงานสอบสวนแจกแบบพิมพ์คำให้การดังกล่าวให้แต่ละคนไปอ่านดูก่อนแล้วเรียกเข้ามากรอกข้อความทีละคน พนักงานสอบสวนก็ได้สอบถามผู้เสียหายผู้ให้ถ้อยคำว่า มีอะไรผิดบ้าง ถ้าไม่มีผิดก็ให้ลงชื่อ ถ้าผิดพลาดก็ขีดฆ่าแก้ไขและลงลายมือชื่อกำกับ เช่นนี้เมื่อไม่ปรากฏว่าคำให้การของผู้เสียหายไม่ตรงกับปากคำที่ให้การไว้ต่อพนักงานสอบสวน หรือปากคำนั้นผู้เสียหายไม่ได้ให้การด้วยความสมัครใจหรือด้วยเหตุอันมิชอบอย่างอื่น จะถือว่าการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันกระทำผิดต่อกฎหมายจัดหางานให้คนหางานซึ่งประสงค์จะไปทำงานในต่างประเทศให้แก่นายจ้างในต่างประเทศ โดยเรียกและรับเงินค่าบริการเป็นค่าตอบแทนจากคนหางานดังกล่าว ทั้งที่จำเลยทั้งสามต่างมิได้รับใบอนุญาตจัดหางานโดยชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันหลอกลวงประชาชนโดยทุจริตด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนทั้งทางวาจาและการประกาศโฆษณาว่าจำเลยทั้งสามต่างได้รับอนุญาตให้จัดหางานตามกฎหมายสามารถจัดส่งคนงานไปทำงานที่ประเทศซาอุดีอาระเบียและประเทศฟิจิได้ให้ประชาชนที่ประสงค์จะเดินทางไปทำงานที่ประเทศทั้งสองไปติดต่อสมัครได้ที่บริษัทจำเลยที่ 3 ในซอยร่วมศิริมิตร เขตบางเขนกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ทำการของจำเลยทั้งสาม แล้วจำเลยทั้งสามจะส่งประชาชนผู้สมัครเดินทางไปทำงานยังประเทศทั้งสองอันเป็นความเท็จความจริงแล้วจำเลยทั้งสามไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้จัดหางานให้คนงานตามกฎหมายและไม่สามารถที่จะส่งคนไปทำงานในประเทศทั้งสองดังกล่าวได้ โดยการหลอกลวงของจำเลยทั้งสาม เป็นเหตุให้ประชาชนผู้ถูกหลอกลวงซึ่งรวมทั้งนายจำลอง

แก้วเหม กับพวกรวม 57 คนผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นความจริงจึงพากันไปสมัครและเสียค่าบริการต่าง ๆ ค่าเดินทาง ตามจำนวนที่จำเลยทั้งสามเรียกร้องให้แก่จำเลยทั้งสามรับไป เป็นเหตุให้จำเลยทั้งสามได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากนายจำลองและพวกรวม 57 คน ผู้เสียหาย เป็นเงิน 808,000 บาทขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 341, 343พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7, 27พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30, 82ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนเงิน 808,000 บาท แก่ผู้เสียหาย และขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่6850/2529 ของศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 และที่ 3ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 3โดยให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นคดีใหม่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 343 วรรคแรก วางโทษจำคุก 3 ปีให้จำเลยที่ 2 ร่วมคืนเงิน 808,000 บาท แก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะร้อยตำรวจเอกสินมนู พุทธิกุลพนักงานสอบสวนเบิกความรับว่า เมื่อสอบปากคำผู้เสียหายประมาณ 10 รายปรากฎว่าต่าง ให้การถึงพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสามในทำนองเดียวกันพนักงานสอบสวนจึงทำแบบพิมพ์คำให้การเป็นอย่างเดียวกันขึ้นมาเตรียมไว้ โดยเว้นชื่อผู้เสียหายที่จะมาแจ้งความเป็นพยานไว้เว้นจำนวนเงินและวันเวลาไว้

เมื่อใครมาแจ้งความก็ทำการสอบสวนโดยนำแบบพิมพ์นั้นมากรอกชื่อ วันเวลา และจำนวนเงินที่จ่ายและได้รับคืนแล้วถามรายละเอียดว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้องก็ให้ลงชื่อไป หากไม่ถูกต้องในข้อความใดก็ขีดฆ่าทิ้งและลงชื่อกำกับบางวันมีผู้มาให้ถ้อยคำหลายรายก็จะแจกแบบพิมพ์คำให้การดังกล่าวให้แต่ละคนอ่านดูก่อน แล้วเรียกเข้ามาทีละคนถามว่ามีอะไรผิดบ้างถ้าไม่ผิดก็ให้ลงชื่อ ถ้าผิดพลาดก็ขีดฆ่าแก้ไขและลงชื่อกำกับซึ่งแตกต่างกับการสอบปากคำในคดีอื่นทั่ว ๆ ไป จึงเป็นการสอบสวนโดยไม่ชอบนั้น เห็นว่า แม้วิธีการสอบปากคำผู้เสียหายคดีนี้พนักงานสอบสวนจะกระทำแตกต่างกับการสอบปากคำในคดีอื่น ๆ ทั่ว ๆ ไปเพราะผู้เสียหายคดีนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ผู้เสียหายต่างให้การถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นทำนองเดียวกันพนักงานสอบสวนจึงทำแบบพิมพ์ในส่วนที่เหมือนกันไว้

เว้นช่องว่างในส่วนที่เกี่ยวกับชื่อของผู้เสียหาย จำนวนเงิน และวันเวลาซึ่งเป็นส่วนรายละเอียดของผู้เสียหายแต่ละคนโดยเฉพาะไว้ เพื่อกรอกรายละเอียดในตอนสอบปากคำผู้เสียหายแต่ละคน เช่นนี้ ก็หามีผลทำให้การสอบสวนเสียไปไม่ ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายมาให้ถ้อยคำหลายรายและพนักงานสอบสวนแจกแบบพิมพ์คำให้การดังกล่าวให้แต่ละคนไปอ่านดูก่อนแล้วเรียกเข้ามากรอกข้อความทีละคน พนักงานสอบสวนก็ยืนยันว่าได้สอบถามผู้เสียหายผู้ให้ถ้อยคำว่า มีอะไรผิดบ้าง ถ้าไม่ผิดก็ให้ลงชื่อ ถ้าผิดพลาดก็ขีดฆ่าแก้ไขและลงลายมือชื่อกำกับ เช่นนี้ก็ไม่ปรากฏว่าคำให้การของผู้เสียหายไม่ตรงกับปากคำที่ให้การไว้ต่อพนักงานสอบสวน หรือปากคำนั้นผู้เสียหายไม่ได้ให้การด้วยความสมัครใจหรือด้วยเหตุอันมิชอบอย่างอื่น จะถือว่าการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่ฎีกาจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า วางโทษจำคุก 2 ปี และปรับ 4,000 บาทให้รอการลงโทษจำเลยที่ 2 ไว้มีกำหนด 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล รางชางกูร · วิทวัส อยู่วัฒนา · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้