Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2886/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละสองพันบาท จำเลยมิได้กล่าวแก้ข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ทั้งไม่มีประเด็นเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่า ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลย การที่จำเลยอุทธรณ์อ้างว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีโดยถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบและให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวเป็นการไม่ชอบ ทั้งมีสัญญาต่างตอบแทนระหว่างผู้ให้เช่ากับจำเลย โจทก์บอกเลิกการเช่าโดยมิชอบและค่าเสียหายของโจทก์ไม่ถึงจำนวนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นนั้นเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวซึ่งจำเลยเช่าจากนายปราโมทย์ คชสุนทร ในอัตราเดือนละ 150 บาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะขนย้ายออกไปจากตึกแถว

จำเลยให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง การบอกเลิกการเช่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินไปและสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทระหว่างนายปราโมทย์กับจำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งให้โจทก์จดทะเบียนการเช่าต่อไปอีกตามสัญญา

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่าไม่มีสัญญาต่างตอบแทนระหว่างนายปราโมทย์กับจำเลย จำเลยไม่มีสิทธิขอให้จดทะเบียนการเช่า ศาลชั้นต้นชี้สองสถานและสั่งให้จำเลยนำสืบพยานก่อนในวันนัดสืบพยานจำเลยนัดแรก จำเลยขอเลื่อนคดีอ้างว่าทนายจำเลยป่วยและวันนัดสืบพยานนัดที่สอง จำเลยขอเลื่อนคดีอีกอ้างว่าตัวจำเลยป่วย ศาลเลื่อนไปนัดสืบพยานนัดที่สามโดยกำชับให้จำเลยเตรียมพยานมาให้พร้อมโดยจะไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีไม่ว่าเพราะเหตุใดๆ อีก ในวันนัดจำเลยขอเลื่อนคดีอ้างว่าทนายจำเลยขอถอนตัว ทนายจำเลยคนใหม่คิดว่าความคดีอื่นศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พฤติการณ์ของจำเลยเป็นการประวิงคดีไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี ถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบและหมดพยานจำเลยให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์ วันที่ 25 ตุลาคม 2527 ตามที่นัดไว้เดิม

จำเลยได้ยื่นคำแถลงโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์แล้ว วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม โจทก์มีอำนาจฟ้องและโจทก์ได้บอกกล่าวเลิกสัญญากับจำเลยโดยชอบแล้ว ไม่มีสัญญาต่างตอบแทนระหว่างนายปราโมทย์กับจำเลย จำเลยไม่มีสิทธิขอให้จดทะเบียนการเช่า โจทก์ควรได้รับค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาท พิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถวพิพาทและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถวพิพาทและยกฟ้องแย้งจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ขอให้สั่งอนุญาตให้สืบพยานจำเลยโดยอ้างว่าจำเลยมิได้ประวิงคดี และพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ อ้างว่ามีสัญญาต่างตอบแทนระหว่างนายปราโมทย์กับจำเลย โจทก์บอกเลิกการเช่าโดยมิชอบและโจทก์ไม่เสียหายถึงเดือนละ 5,000 บาท

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นในการวินิจฉัยสั่งงดสืบพยานจำเลยและในการพิพากษาคดีเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงจึงไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกอุทธรณ์จำเลย ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์แก่จำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ขอให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และให้ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งในขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละสองพันบาทและจำเลยมิได้กล่าวแก้ข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ ทั้งคดีไม่มีประเด็นโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่า จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 ข้ออ้างตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่ให้จำเลยเลื่อนคดีไปโดยถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบและให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวเป็นการไม่ชอบ และอุทธรณ์ให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้ยกฟ้องโจทก์อ้างว่ามีสัญญาต่างตอบแทนระหว่างนายปราโมทย์กับจำเลย โจทก์บอกเลิกการเช่าโดยมิชอบและค่าเสียหายโจทก์ไม่ถึงเดือนละ 5,000 บาท เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามนัยแห่งบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประชา บุญวนิช · ดุสิต วราโห · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712890)

คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 คู่ความที่อุทธรณ์ต้องได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์จากผู้พิพากษาที่พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 715016)

คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 คู่ความสามารถยื่นอุทธรณ์กรณีมีการขออนุญาตหรือได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์จากผู้พิพากษาที่พิจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5551/2567

คดีนี้มีอัตราโทษอย่างสูงให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เว้นแต่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4325/2566

การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 2 ตกเป็นของแผ่นดินนั้น แม้ปัญหาว่าทรัพย์สินตามคำร้องแต่ละรายการเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือไม่ สามารถพิจารณาทรัพย์สินแต่ละรายการแย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้