Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 288/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทซึ่งติดจำนองกับโจทก์มาจาก ด.จึงเป็นผู้รับโอนทรัพย์สินจำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 735 และปรากฏว่า

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องรับโอนทรัพย์จำนองมาก่อนฟ้องคดีการที่โจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองไปยังผู้ร้องโดยมิได้ฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยด้วยนั้น มิใช่การบังคับจำนองที่ถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 728 เมื่อผู้ร้องไม่ใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาโจทก์จึงยังไม่มีสิทธิยึดที่ดินของผู้ร้องได้ เพราะการบังคับคดีตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 278นั้น จะต้องเป็นกรณีที่โจทก์อ้างว่าทรัพย์ที่จะบังคับคดีเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อทรัพย์ที่พิพาทเป็นของผู้ร้องมิใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาจึงต้องปล่อยทรัพย์พิพาทที่ยึดคดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งแปดในฐานะทายาทของนายดี กันยานะ ให้ชำระหนี้จำนอง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งแปดชำระเงินแก่โจทก์ 89,912.49 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม จำเลยทั้งแปดไม่ชำระโจทก์ขอให้บังคับคดีเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 202 ตำบลดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยาที่นายดีจำนองไว้กับโจทก์เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้เป็นของผู้ร้องไม่ใช่ของลูกหนี้โจทก์ ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดโจทก์ให้การว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นของนายดี กันยานะและนายดีได้จำนองไว้กับโจทก์ ต่อมานายดีจึงได้โอนให้แก่ผู้ร้องสิทธิจำนองจึงติดไปด้วย โจทก์ย่อมยึดที่ดินพิพาทมาขายทอดตลาดเอาชำระหนี้จำนองได้และโจทก์ได้บอกกล่าวบังคับจำนองแก่ผู้ร้องแล้ว

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ปล่อยที่ดินพิพาทโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกคำร้องของ ผู้ร้องผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่านายดี กันยานะ ได้จดทะเบียนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย ร.จ.1 ไว้กับโจทก์ และนายดี กันยานะได้จดทะเบียนขายที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย ร.1 ให้แก่ผู้ร้อง ซึ่งต่อมาได้ออกเป็นโฉนดที่ดินตามเอกสารหมาย ร.3 ก่อนโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทโจทก์ได้บอกกล่าวบังคับจำนองแก่ผู้ร้องแล้ว ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่นายดีจำนองไว้กับโจทก์ตามเอกสารหมาย ร.จ.1หรือไม่ เห็นว่า ที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ร.1ซึ่งออกภายหลังหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย

ร.จ.1ระบุทิศติดต่อไว้ตรงกันว่า ทิศเหนือจดที่นายหน่อ คำมาเร็วทิศใต้กับทิศตะวันตกจดที่นานายมูล อิ่นคำ และทิศตะวันออกจดเหมือง จำนวนเนื้อที่ก็ระบุไว้ใกล้เคียงกันมากคือตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย ร.1 ระบุไว้ 24 ไร่1 งาน และตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย ร.จ.1ระบุไว้ 25 ไร่ 50 ตารางวา เหตุที่เนื้อที่ขาดหายไปไม่ตรงกันคงเนื่องมาจากความผิดพลาดของผู้ทำการรังวัดที่ดินพิพาทและคิดคำนวณมากกว่า ซึ่งจะเห็นได้ว่าในการออกโฉนดที่พิพาทตามเอกสารหมาย ร.3 เนื้อที่ก็เปลี่ยนแปลงลดลงเหลือ 23 ไร่3 งาน 75 ตารางวา เท่านั้น และแม้รูปที่ดินในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้งสองฉบับจะไม่เหมือนกันก็ตาม แต่รูปแผนที่ในโฉนดที่ดินซึ่งออกตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย

ร.1ก็หาเหมือนกันไม่ เมื่อรูปที่ดินในเอกสารดังกล่าวทั้งสามฉบับต่างมีรูปลักษณะคล้าย ๆ กันเช่นนี้ไม่น่าที่จะเป็นที่ดินคนละแปลงไปได้ และทางพิจารณาที่ผู้ร้องนำสืบมาก็ไม่ปรากฏว่านายดีนำที่ดินแปลงอื่นที่มีเนื้อที่ใกล้เคียงกันตั้งอยู่ในทำเลเดียวกันไปจำนองไว้กับโจทก์ ดังนี้ที่โจทก์นำสืบว่าที่ดินพิพาทคือที่ดินที่นายดีจำนองไว้กับโจทก์ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย ร.จ.1 จึงเชื่อได้ว่าเป็นความจริง เมื่อเป็นเช่นนี้การที่ภายหลังต่อมาแม้จะออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาทตามเอกสารหมาย ร.1 แล้วออกเป็นโฉนดที่ดินตามเอกสารหมาย ร.3โดยไม่ระบุรายการจดทะเบียนจำนองไว้กับโจทก์ก็หาทำให้การจำนองสิ้นไปไม่ ที่ดินพิพาทจึงยังติดจำนองโจทก์อยู่

เมื่อผู้ร้องซื้อที่ดินพิพาทมาจากนายดีจึงเป็นผู้รับโอนทรัพย์สินจำนอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 735 ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ร้องรับโอนทรัพย์จำนองมาก่อนโจทก์ฟ้องคดี การที่โจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองไปยังผู้ร้องโดยมิได้ฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยด้วยนั้นจึงมิใช่การบังคับจำนองที่ถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 728 เมื่อผู้ร้องไม่ใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิยึดที่ดินของผู้ร้องได้ เพราะการบังคับคดีตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 278 นั้นจะต้องเป็นกรณีที่โจทก์อ้างว่าทรัพย์ที่จะบังคับคดีเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อโจทก์รับว่าทรัพย์ที่พิพาทเป็นของผู้ร้องมิใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเช่นนี้จึงต้องปล่อยทรัพย์พิพาทที่ยึดไว้ ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญธรรม อยู่พุก · เจริญ นิลเอสงฆ์ · สมภพ โชติกวณิชย์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้