Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2515 (เลขอ้างอิง 28772)

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ใช้และเก็บรักษาปืนคาร์บิน แมกกาซีน และกระสุนปืน ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการตำรวจเพื่อใช้ในการตรวจตราปราบปรามโจรผู้ร้าย จำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ใช้และรักษาปืนคาร์บิน กระสุนปืน และแมกกาซีน ที่จำเลยได้รับมอบหมายจำเลยเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดี 2 สำนวนนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษารวมกันสำนวนแรก

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้รับมอบหมายให้ใช้และเก็บรักษาปืนคาร์บิน 1 กระบอก กระสุน 60 นัด และแมกกาซิน 4 อัน ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการตำรวจ แล้วจำเลยเบียดบังทรัพย์ดังกล่าวแล้วนำไปมอบให้แก่คนร้ายโดยทุจริต ส่วนสำนวนหลัง

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนว่าได้มีคนร้ายลักเอาปืนดังกล่าวพร้อมด้วยกระสุน 30 นัดและแมกกาซินที่จำเลยครอบครองนั้นไป 2 อัน อันเป็นความเท็จ เพราะความจริงไม่มีความผิดเกิดขึ้นเลย จึงขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 137, 173จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษตามมาตรา 147 ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุด จำคุก 8 ปีจำเลยอุทธรณ์ทั้ง 2 สำนวนศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น แต่ปรับข้อกฎหมายเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 158 กระทงหนึ่ง และมาตรา 137 และ 173 อีกกระทงหนึ่ง ให้ลงโทษตามมาตรา 158 ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุด จำคุก 4 ปีโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ส่วนจำเลยฎีกาว่า เมื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยไม่ได้ทำผิดตามมาตรา 147 แล้วก็ต้องยกฟ้อง จะลงโทษตามมาตรา 158 ไม่ได้ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้ว ปัญหาในชั้นฎีกามีเฉพาะว่า จำเลยมีความผิดตาม มาตรา 147 หรือมาตรา 158 และจะลงโทษจำเลยได้เพียงใดส่วนข้อหาแจ้งความเท็จนั้นจำเลยมิได้ฎีกา จึงเป็นอันยุติ สำหรับปัญหาที่ว่า จำเลยจะผิดตามมาตรา 147 หรือ 158 นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ใช้และเก็บรักษาปืนคาร์บิน แมกกาซิน และกระสุนปืน ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการตำรวจเพื่อใช้ในการตรวจตราปราบปรามโจรผู้ร้าย จำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ใช้และรักษาปืนคาร์บินแมกกาซิน และกระสุนปืน ที่จำเลยได้รับมอบหมายไปนั้น จำเลยไปแจ้งแก่พนักงานสอบสวนว่ามีคนร้ายลักปืนคาร์บิน แมกกาซินและกระสุนปืนดังกล่าวไป อันเป็นความเท็จ เพราะความจริงคนร้ายหาได้ลักไปไม่พฤติการณ์ทั้งนี้ย่อมชี้ให้เห็นเจตนาทุจริตของจำเลยอยู่ในตัว จำเลยจะขายปืนคาร์บิน แมกกาซิน และกระสุนปืนดังกล่าวให้แก่นายมะแกแรคนร้ายตามที่โจทก์อ้างหรือไม่ไม่สำคัญ เมื่อปืนคาร์บิน แมกกาซิน และกระสุนปืนดังกล่าวไปอยู่ในความครอบครองของนายมะแกแร จึงต้องนับว่าจำเลยเบียดบังปืนคาร์บิน แมกกาซิน และกระสุนปืนนั้นเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147จึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 8 ปี นอกจากที่แก้นี้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศวิต สมหวัง · เฉลิม ทัตภิรมย์ · ยงยุทธ เลอลภ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2175/2529

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีคำสั่งกองกำกับการตำรวจภูธรที่จำเลยสังกัดกำหนดให้จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมการก่อสร้างซ่อมแซมสถานที่ราชการและมีหน้าที่จำหน่ายแบบแปลนการก่อสร้างเขียนใบเสร็จรับเงินเสนอรองผู้กำกับกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 645/2529

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้รับมอบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของทางราชการไว้ใช้ปฏิบัติหน้าที่ต่อมาได้นำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวไปฝากไว้กับบุคคลอื่นและถูกคนร้ายลักเอาไปจำเลยไม่มีเจตนาทุจริตเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1845/2517

จำเลยเป็นเสมียนศาล มีหน้าที่เก็บรักษาสำนวนความผู้พิพากษาหัวหน้าศาลตั้งให้จำเลยเป็นกรรมการปลดเผาสำนวนร่วมกับผู้อื่นในระหว่างการปลดเผาสำนวน จำเลยเอาแสตมป์ฤชากรที่ฉีกออกจากสำนวนที่จะต้องปลดเผาไปเสีย การก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2515 (เลขอ้างอิง 106822)

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ใช้และเก็บรักษาปืนคาร์บิน แมกกาซีน และกระสุนปืน ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการตำรวจเพื่อใช้ในการตรวจตรา ปราบปรามโจรผู้ร้าย จำเลยจึงเป็นเจ้าพนัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 778/2506

(1) เมื่อโจทก์บรรยายว่า จำเลยเป็นเสมียนตรามีหน้าที่จัดทำ รักษา และรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการเบิกจ่ายเงิน และมีเจตนาทุจริตเบียดบังยักยอกเอาเงินไป มีรายการต่าง ๆ ซึ่งพอเข้าใจได้ว่าเงินนั้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้