Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2874/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ตายทำเอกสารไว้ มีข้อความว่า "กระผม พระรัตน์ โอภาโสขอมอบถวายท่านเจ้าคุณพระสมุทรเมธาจารย์ เรื่องทรัพย์สมบัติทุกอย่างที่มีอยู่ในขณะเป็นพระนี้ทั้งหมดห้ามมิให้ญาติผู้ใดมาเกี่ยวข้องด้วยโดยเด็ดขาด" ไม่มีข้อความตอนใดแสดงให้เห็นว่าเป็นการแสดงถึงเจตนาของผู้ตายในการกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินให้เกิดผลบังคับเมื่อได้ถึงแก่ความตายไปแล้วเลย จึงมิใช่พินัยกรรมคงเป็นเพียงหนังสือยกทรัพย์ให้ในระหว่างมีชีวิตเท่านั้น การที่ระบุห้ามมิให้ญาติผู้ใดมาเกี่ยวข้องด้วยโดยเด็ดขาดเป็นข้อความเขียนห้ามไว้ตามธรรมดา เพราะได้ยกให้ไปแล้วจะแปลเลยไปถึงว่ามีความหมายเป็นการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินที่จะให้เกิดผลบังคับเมื่อตายหาได้ไม่ โจทก์ฟ้องโดยอาศัยสิทธิตามพินัยกรรม จำเลยย่อมมีสิทธิปฏิเสธในเรื่องพินัยกรรมที่เป็นมูลฟ้อง อันเป็นการปฏิเสธเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่า พระรัตน์ โอภาโส หรือรัตน์ บุญเนตร และจำเลย เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๒๕๓ พระรัตน์ โอภาโส มรณภาพแล้วได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกคือที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของพระรัตน์ โอภาโส ให้แก่โจทก์โจทก์มอบอำนาจให้นางบรรจง ภู่ภักดี เป็นผู้จัดการแบ่งแยกออกจากส่วนของจำเลย จำเลยบิดพลิ้วและเพิกเฉย จึงขอให้พิพากษาและบังคับให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๘๒๕๓ แก่โจทก์ หรือแก่เจ้าพนักงานที่ดิน ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยยอมให้โจทก์ใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวเฉพาะส่วนและทำการรังวัดแบ่งแยกส่วนของโจทก์ได้ทันที

จำเลยให้การว่า พระรัตน์ โอภาโส ทำพินัยกรรมยกที่ดินตามฟ้องให้โจทก์ไม่เป็นความจริง ตามกฎหมายพระภิกษุไม่มีสิทธิที่จะทำพินัยกรรมยกให้แก่ผู้ใด ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่เคยโต้แย้งสิทธิของโจทก์โจทก์ยังไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้อง และเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า เอกสารหมาย จ.๒ ที่โจทก์อ้างว่าเป็นพินัยกรรมเป็นเพียงหนังสือแสดงเจตนายกให้ มิใช่เป็นการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตน ไม่เป็นพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายโจทก์ไม่มีสิทธิรับมรดก จึงไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เอกสารหมาย จ.๒ ซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นพินัยกรรมของพระภิกษุรัตน์ โอภาโส มีข้อความว่า "กระผม พระรัตน์ โอภาโสขอมอบถวายท่านเจ้าคุณพระสมุทรเมธาจารย์ เรื่องทรัพย์สมบัติทุกอย่างที่มีอยู่ในขณะเป็นพระนี้ทั้งหมด ห้ามมิให้ญาติผู้ใดมาเกี่ยวข้องด้วยโดยเด็ดขาด" ไม่มีข้อความตอนใดที่แสดงให้เห็นได้ว่าเป็นการแสดงถึงเจตนาของพระรัตน์ โอภาโส ในการกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินให้เกิดผลบังคับ เมื่อได้ถึงแก่มรณภาพไปแล้วเลย จึงมิใช่พินัยกรรมคงเป็นเพียงหนังสือที่พระรัตน์ โอภาโสทำยกทรัพย์ให้พระสมุทรเมธาจารย์โจทก์ทันทีระหว่างมีชีวิตการที่ระบุห้ามมิให้ญาติผู้ใดมาเกี่ยวข้องด้วยโดยเด็ดขาด ก็เป็นข้อความเขียนห้ามไว้ตามธรรมดาเพราะได้ยกให้ไปแล้วจะแปลเลยไปถึงว่ามีความหมายเป็นการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินที่จะให้เกิดผลบังคับได้เมื่อตาย หาได้ไม่ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมิใช่ทายาทของพระรัตน์ โอภาโส ผู้ทำพินัยกรรม ไม่มีสิทธิโต้แย้งเกี่ยวกับพินัยกรรมนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ฟ้องโดยอาศัยสิทธิตามพินัยกรรม จำเลยย่อมมีสิทธิปฏิเสธในเรื่องพินัยกรรมที่เป็นมูลฟ้อง อันเป็นการปฏิเสธเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม จาละ · สงวน สิทธิไชย · ปรีชา สุมาวงศ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวิจิต วิจารณ์
ศาลอุทธรณ์ - นายพัลลภ เสถียรธรรมกิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้