Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2872/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาที่ทำขึ้นระหว่างโจทก์จำเลย ใช้ชื่อสัญญาว่าจะซื้อขายที่ดิน มีข้อสัญญาว่า จำเลยผู้ขายตกลงแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่...ขายให้แก่โจทก์ผู้ซื้อเนื้อที่ 1 งาน ผู้ซื้อตกลงซื้อที่ดินจากผู้ขายโดยผ่อนชำระเงินให้เสร็จสิ้นภายใน 60 เดือน เดือนละ 500 บาทนับแต่เดือน...รวมเป็นเงิน 30,000 บาท ผู้ซื้อมีสิทธิทำประโยชน์ทันทีที่ชำระเงินงวดแรก ผู้ขายจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้ผู้ซื้อทันทีที่ชำระเงินงวดสุดท้ายเสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า สาระสำคัญของสัญญาดังกล่าวได้ระบุราคาที่ดินที่ตกลงซื้อขายกัน โจทก์ผู้ซื้อจะชำระราคาเป็นงวดรายเดือน และระบุว่าเมื่อโจทก์ชำระราคางวดสุดท้ายเสร็จจำเลยจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้โจทก์ทันทีจึงเป็นสัญญาจะซื้อขายที่ดินที่มีเงื่อนไขหรือข้อสัญญาที่โจทก์จะต้องปฏิบัติต่อไปจนกว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไข ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 459 เสียก่อน จำเลยจึงจะโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ สัญญาดังกล่าวไม่มีข้อความแสดงให้เห็นว่าจำเลยเอาที่ดินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายที่ดินนั้นหรือจะให้ที่ดินนั้นตกเป็นสิทธิแก่โจทก์ โดยเงื่อนไขที่โจทก์ได้ใช้เป็นเงินจำนวนเท่านั้นคราวเท่านี้คราว ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา572 และไม่มีข้อตกลงที่แสดงว่าโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ด้วยการไม่ชำระราคาต่อไปโดยส่งมอบที่ดินคืนแก่จำเลย และถ้าหากโจทก์ผิดนัดไม่ชำระราคา 2 งวด ติดต่อกันจำเลยบอกเลิกสัญญาได้และริบเงินที่ได้ใช้มาแล้วได้ด้วย อันเป็นวิธีการของสัญญาเช่าซื้อตามมาตรา 573,574 ดังนั้น ข้อความในสัญญาจึงไม่อาจแปลได้ว่าเป็นสัญญาเช่าซื้อที่ดิน แม้จำเลยจะออกใบเสร็จรับเงินราคาที่ดินที่โจทก์ผ่อนชำระรายเดือนว่าค่าเช่าซื้อที่ดินให้โจทก์ก็เป็นการกระทำของจำเลยฝ่ายเดียว ไม่อาจทำให้เป็นสัญญาเช่าซื้อที่ดินไปได้.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 9395ตำบลหนองครก อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ บางส่วนเนื้อที่ 1 งาน ราคา 30,000 บาท จากจำเลย ชำระราคาเดือนละ 500บาท มีกำหนด 60 เดือน ชำระงวดแรกวันที่ 4 กรกฎาคม 2526 กำหนดโอนกรรมสิทธิ์เมื่อชำระราคางวดสุดท้ายแล้ว โจทก์ชำระราคาจนถึงงวดเดือนมกราคม 2530 จำนวน 43 งวด เป็นเงิน 21,500 บาท โจทก์จึงทราบว่าจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 9395 ให้บุคคลภายนอกเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2529 จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาระหว่างโจทก์ผ่อนชำระราคาที่ดิน โจทก์ได้เข้าครอบครองที่ดินและปรับปรุงที่ดินทำให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้น ขอให้บังคับจำเลยคืนเงิน 21,500บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี

นับแต่งวดที่ชำระราคาถึงวันฟ้องเป็นเงิน 6,256.25 บาท กับราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นอีก20,000 บาท รวมเป็นเงิน 47,756.25 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของเงินจำนวน 21,500 บาท นับถัดวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์เช่าซื้อที่ดินตามฟ้องจากจำเลย เนื้อที่ 1 งาน ราคา 30,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 500 บาทกำหนดโอนกรรมสิทธิ์เมื่อชำระเสร็จ และยอมให้โจทก์เข้าครอบครองที่ดินได้ แต่โจทก์ไม่เคยทำประโยชน์บนที่ดินดังกล่าว ภายหลังโจทก์ชำระราคาค่าเช่าซื้องวดวันที่ 4 มกราคม 2530 แล้วโจทก์ผิดนัดไม่ชำระราคาค่าเช่าซื้ออีกเลย จำเลยบอกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 26มีนาคม 2530 และริบเงินค่าเช่าซื้อที่ดินทั้งหมด กับบอกกล่าวให้โจทก์ส่งมอบที่ดินคืน

โจทก์เพิกเฉย ขอให้บังคับโจทก์และบริวารส่งมอบที่ดินพิพาทคืนแก่จำเลยในสภาพเรียบร้อย ห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทต่อไป ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเป็นเงิน 1,416บาท และอีกเดือนละ 500 บาทนับถัดจากวันยื่นคำให้การและฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบที่ดินพิพาทคืนแก่จำเลยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า สัญญาตามฟ้องเป็นสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาท จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญานำที่ดินพิพาทไปโอนขายให้บุคคลอื่น จำเลยไม่เสียหายตามฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และยกฟ้องแย้งจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ขอให้บังคับคดีตามฟ้อง

จำเลยอุทธรณ์ขอให้บังคับคดีตามฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงิน31,500 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินต้น 21,500 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

จำเลยฎีกาข้อแรกว่า สัญญาตามเอกสารหมาย จ.1 หรือ ล.1 เป็นสัญญาเช่าซื้อที่ดินไม่ใช่สัญญาจะซื้อขายที่ดิน เห็นว่า สัญญาหมาย จ.1 หรือ ล.1 ใช้ชื่อสัญญาว่า สัญญาจะขายที่ดินมีข้อสัญญาว่า ข้อ 1. จำเลยผู้ขายตกลงแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่...ขายให้โจทก์ผู้ซื้อเนื้อที่ 1 งาน ข้อ 2. ผู้ซื้อตกลงซื้อที่ดินจากผู้ขายโดยผ่อนชำระเงินให้เสร็จสิ้นภายใน 60 เดือนเดือนละ 500 บาท นับแต่เดือน...รวมเป็นเงิน 30,000 บาท ข้อ 3.ผู้ซื้อมีสิทธิทำประโยชน์ทันทีที่ชำระเงินงวดแรก ข้อ 4. ผู้ขายจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่แบ่งขายให้ผู้ซื้อทันทีที่ชำระเงินงวดสุดท้ายเสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า ฯลฯ สาระสำคัญของสัญญาดังกล่าวได้ระบุราคาที่ดินที่ตกลงซื้อขายกันเป็นเงิน 30,000 บาทตกลงกันว่าโจทก์ผู้ซื้อจะชำระราคาเป็นงวดรายเดือน เดือนละ 500 บาทรวม 60 เดือน และระบุว่าเมื่อโจทก์ชำระราคางวดสุดท้ายเสร็จ

จำเลยจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้โจทก์ทันที ดังนี้จึงเป็นสัญญาจะซื้อขายที่ดินที่มีเงื่อนไขหรือข้อสัญญาที่โจทก์จะต้องปฏิบัติต่อไปจนกว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไข ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 459 เสียก่อนจำเลยจึงจะโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ สัญญาดังกล่าวไม่มีข้อความแสดงให้เห็นว่า จำเลยเอาที่ดินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายที่ดินนั้นหรือจะให้ที่ดินนั้นตกเป็นสิทธิแก่โจทก์ โดยเงื่อนไขที่โจทก์ได้ใช้เป็นเงินจำนวนเท่านั้นคราวเท่านี้คราว ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา572 และไม่มีข้อตกลงที่แสดงว่าโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ด้วยการไม่ชำระราคาต่อไปโดยส่งมอบที่ดินคืนแก่จำเลยและถ้าหากโจทก์ผิดนัดไม่ชำระราคา 2 งวดติดต่อกัน

จำเลยบอกเลิกสัญญาได้และริบเงินที่ได้ใช้มาแล้วได้ด้วยอันเป็นวิธีการของสัญญาเช่าซื้อ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573, 574 ดังนั้นข้อความในสัญญาเอกสารหมาย จ.1 หรือ ล.1 จึงไม่อาจแปลได้ว่าเป็นสัญญาเช่าซื้อที่ดิน แม้จำเลยจะออกใบเสร็จรับเงินราคาที่ดินที่โจทก์ผ่อนชำระรายเดือนว่า ค่าเช่าซื้อที่ดินให้โจทก์ตามเอกสารหมาย จ.2ก็เป็นการกระทำของจำเลยฝ่ายเดียว ไม่อาจทำให้สัญญาตามเอกสารหมาย จ.1 หรือ ล.1 เป็นสัญญาเช่าซื้อที่ดินไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าสัญญาตามเอกสารหมาย จ.1 หรือ ล.1 เป็นสัญญาจะซื้อขายที่ดิน ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้