Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2871/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสองทำร้ายผู้เสียหายโดยเข้าใจว่าผู้เสียหายเป็นคนร้ายจะเข้าไปลักทรัพย์ในโรงเรียนแต่ผู้เสียหายไม่ใช่คนร้ายการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการสำคัญผิดในข้อเท็จจริงแต่ขณะถูกทำร้ายผู้เสียหายได้ร้องบอกว่า"อย่าทำผม"เวลาที่เกิดเหตุไม่ปรากฏว่ามีทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากกองไม้อีกทั้งผู้เสียหายไม่มีอาวุธติดตัวการไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าผู้เสียหายไม่ใช่คนร้ายเข้ามาลักทรัพย์จึงเกิดขึ้นด้วยความประมาทของจำเลยทั้งสองจำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดฐานกระทำโดยประมาทสำหรับการกระทำนั้นด้วยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา62วรรคสองเมื่อผู้เสียหายถูกจำเลยทั้งสองทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสจำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา192วรรคสาม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ไม้ท่อนยาวประมาณ1 เมตร หนา 2 เซนติเมตร กว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร เป็นอาวุธตีทำร้ายร่างกายนายทวีชัย ชัยสวัสดิ์ ผู้เสียหาย ที่บริเวณศีรษะด้านขวาและด้านซ้าย บาดแผลลึกถึงกะโหลกศีรษะ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 297จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณานางเถียนหรือเถี้ยน ชัยสวัสดิ์ มารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของทวีชัย ชัยสวัสดิ์ ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองมีกำหนดคนละ 3 ปีจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า

จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ประกอบด้วยมาตรา 62, 69ลงโทษจำคุก 1 ปี จำเลยที่ 2 ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนเห็นสมควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2ไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้ยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมสำหรับจำเลยที่ 1โจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำเบิกความของผู้เสียหายว่าขณะที่จำเลยที่ 1 ตีทำร้ายผู้เสียหายครั้งแรกจำเลยที่ 1ได้ร้องเรียกนายสำรองว่า "ครูสำรอง โจร ๆ" เมื่อจำเลยที่ 1และนายสำรองช่วยกันจับผู้เสียหายข้ามกำแพงมาที่หลังบ้านจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 พูดว่า "มึงเข้ามาเอาอะไร ไม่บอกเอาให้ตาย"นายสำรองข้ามกำแพงมาเตะผู้เสียหายที่หน้าอกแล้วพูดว่า"ยังแกล้งไม่บอกอีก"

เกิดเหตุแล้ว จำเลยที่ 2 ไปแจ้งความต่อร้อยตำรวจโทสุริยา รัตนกาญจนพันธ์ พนักงานสอบสวนว่าผู้เสียหายเป็นคนร้ายจะเข้าไปลักทรัพย์ในโรงเรียนชุมชนย้านย่านดินแดง ร้อยตำรวจโทสุริยาก็เบิกความรับรองในข้อนี้แสดงให้เห็นว่าการที่จำเลยที่ 1 ร้องบอกนายสำรองว่าโจรก็ดี จำเลยที่ 2 ว่า มึงเข้ามาเอาอะไรก็ดี และที่นายสำรองพูดว่า "ยังแกล้งไม่บอก" ก็ดี แสดงว่าจำเลยที่ 1และจำเลยที่ 2 กับนายสำรองสำคัญผิดว่า ผู้เสียหายกับพวกเป็นคนร้ายจะลักทรัพย์จริง ทั้งทางนำสืบของจำเลยทั้งสองตามคำเบิกความของร้อยตำรวจโทสุริยาว่ามีการลักทรัพย์ในบริเวณแถวนั้นบ่อย ๆแต่ปรากฏว่าผู้เสียหายกับพวกไม่ใช่คนร้าย การกระทำของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นการสำคัญผิดในข้อเท็จจริง แต่ขณะผู้เสียหายถูกจำเลยที่ 1 ตีที่ศีรษะในบริเวณโรงเรียนชุมชนบ้านย่านดินแดงผู้เสียหายได้ร้องบอกว่า

"อย่าทำผมโอ๋" และนายชนะเพื่อนของผู้เสียหายเข้าไปห้ามบอกว่า "อย่าตี" จำเลยที่ 1 ไม่ยอมเชื่อฟังและที่เกิดเหตุก็เป็นบริเวณโรงเรียนมีแต่กองไม้ไม่ปรากฏว่ามีทรัพย์สินอย่างอื่นอีก ที่จำเลยทั้งสองเกรงว่าคนร้ายจะเข้าไปลักทรัพย์ จำเลยที่ 1 กับนายสำรองช่วยกันจับผู้เสียหายข้ามไปกำแพงอีกด้านหนึ่ง จำเลยที่ 2 ก็ดีทำร้ายผู้เสียหายอีก หากผู้เสียหายเป็นคนร้ายและมีอาวุธน่าจะทำร้ายจำเลยที่ 1และนายสำรองขณะช่วยกันจับผู้เสียหายข้ามกำแพงแล้ว แสดงว่าผู้เสียหายไม่มีอาวุธติดตัว อีกทั้งจำเลยทั้งสองและนายสำรองมีจำนวนถึง 3 คน น่าจะช่วยกันจับผู้เสียหายไว้โดยไม่ต้องทำร้ายร่างกายผู้เสียก็ได้ พฤติการณ์แห่งการกระทำขอจำเลยทั้งสองเช่นนี้จึงเป็นการไม่ใช้ความระมัดระวังเท่าที่ควร

การไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าผู้เสียหายมิใช่คนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ จึงเกิดขึ้นด้วยความประมาทของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดฐานกระทำโดยประมาทสำหรับการกระทำนั้นด้วยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 62 วรรคสอง เมื่อผู้เสียหายถูกจำเลยทั้งสองทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งศาลฎีกามีอำนาจลงโทษจำเลยทั้งสองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสามพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ประกอบด้วยมาตรา 62 วรรคสองให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี และปรับคนละ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้คนละ 3 ปี และคุมความประพฤติจำเลยทั้งสองไว้โดยให้จำเลยทั้งสองไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 6 เดือนต่อหนึ่งครั้งตลอดระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 28, 30

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมปอง เสนเนียม · พิมล สมานิตย์ · ผล อนุวัตรนิติการ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5893/2567

พฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมเข้าใจว่าจำเลยเป็น ห. จึงร้องถามว่าใช่ ห. หรือไม่ ผิดวิสัยของคนร้ายที่จะไม่ส่งเสียงให้เหยื่อรู้ตัวก่อนลงมือกระทำผิด ต่อมาเมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยพบกันอีกครั้งก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3706/2563

ในคดีอาญาทั่วไป คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ไม่มีบทบัญญัติให้การฎีกาจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา การฎีกาจึงอยู่ในบังคับตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2033/2556

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์กระบะมาถึงสี่แยกหนองขาหยั่งขณะนั้นสัญญาณจราจรไฟซึ่งติดตั้งไว้บนทางที่จำเลยที่ 2 ขับมาขึ้นเป็นไฟสีแดงซึ่งจำเลยที่ 2 ต้องชะลอความเร็วของรถลงและหยุดรอจนกว่าสัญญาณจร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16572/2555

ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์แล่นสวนทางกับรถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ 2 ขับ เมื่อถึงบริเวณสี่แยกจำเลยที่ 1 ขับรถความเร็วสูงโดยประมาทไม่ดูให้ดีว่าในขณะนั้นมีรถจักรยานยนต์ของจำเลยที่ 2 แล่นสวนทางมาในช่องฝั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5188/2549

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายแก่กาย อันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 291 และมาตรา 390 มิใช่ได้รับอันตรายสาหัสตาม ป.อ. มาตรา 300 ที่โจทก์ระบุมาในคำขอท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้