Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2866/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยเจรจาซื้อขายกระดาษโดยตกลงกันว่าจะต้องมีการทำสัญญาซื้อขาย โจทก์พิมพ์สัญญาหมาย จ.56 มาให้จำเลยลงนาม แต่จำเลยขอแก้รายละเอียดเป็นสัญญาหมาย จ.57สัญญาตัวจริงจึงเป็นสัญญาหมาย จ.57 สัญญาหมาย จ.56ซึ่งโจทก์นำมาฟ้องเป็นเพียงร่างที่จำเลยไม่ได้ลงนามเป็นคู่สัญญา จึงถือว่าไม่มีการทำสัญญาหมาย จ.56 ที่โจทก์อ้างมาเป็นหลักแห่งข้อหา โจทก์จะกล่าวหาว่าจำเลยผิดสัญญาที่นำมาฟ้องนั้นไม่ได้แม้กฎหมายจะกำหนดวิธีการซื้อขายไว้หลายอย่างก็ตามเมื่อคู่สัญญาตกลงจะทำกันโดยวิธีทำเป็นหนังสือสัญญา จะนำเอาวิธีอื่นเช่นการส่งมอบหรือชำระราคาบางส่วนมาวินิจฉัยว่าเป็นข้อตกลงจะซื้อขายกันแล้วโดยสมบูรณ์หาได้ไม่(อ้างฎีกาที่ 1541/2509 และ 520/2520)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายกระดาษกันและโจทก์ส่งกระดาษให้จำเลยรับไว้บ้างแล้ว ต่อมาจำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินค่ากระดาษและค่าระวางบรรทุกที่เพิ่มขึ้น จึงขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ รวมทั้งต่อสู้ว่าจำเลยไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายตามที่โจทก์นำมาฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงปรากฏจากคำเบิกความของนายเทิจ วินสดัล กรรมการผู้จัดการทั่วไปของบริษัทโจทก์ว่า ตัวแทนโจทก์ จำเลยเจรจาซื้อขายกระดาษกันที่กรุงเทพมหานคร ครั้งสุดท้ายปลายเดือนธันวาคม 2516ตกลงกันในหลักการใหญ่ว่า จะต้องมีการทำสัญญาซื้อขายกันจึงได้มีการร่างสัญญาแล้วให้ฝ่ายโจทก์นำร่างกลับไปประเทศนอรเวเพื่อจัดพิมพ์สัญญาที่สมบูรณ์ส่งมาให้จำเลยลงนามในกรุงเทพมหานคร แล้วส่งสัญญาคืนโจทก์ที่ประเทศนอรเว

โจทก์พิมพ์สัญญาที่สมบูรณ์ส่งมาให้จำเลยลงชื่อตามเอกสารหมาย จ.56 คือเอกสารท้ายฟ้องซึ่งเป็นสัญญาหลักกับส่งสัญญาย่อยที่จำเลยซื้อกระดาษงวดแรก 3,400 เมตริกตันมาให้จำเลยลงชื่ออีกฉบับหนึ่งดังเอกสารหมาย จ.83 แต่จำเลยขอแก้รายละเอียดในร่างสัญญาหมาย จ.56 เป็นสัญญามีรายละเอียดดังเอกสารหมาย จ.57 สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยตัวจริงจึงทำกันขึ้นตามเอกสารหมาย จ.57 ส่วนสัญญาท้ายฟ้องหมาย จ.56 เป็นเพียงร่างที่จำเลยไม่ได้ลงนามเป็นคู่สัญญาด้วย และสัญญาหมาย จ.57 นั้น ทำขึ้นปลายเดือนมีนาคม2517 แต่ลงวันที่ย้อนหลังเป็นวันที่ 20 ธันวาคม 2516เพื่อให้คลุมไปถึงการที่จำเลยสั่งซื้อกระดาษไปแล้วทั้งหมดถ้าลูกค้าเพียงแต่เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตสั่งซื้อสินค้า

บริษัทโจทก์จะไม่ยอมขายสินค้าให้ เพราะธรรมเนียมการค้าต้องทำสัญญากันก่อน จากคำเบิกความของพยานดังกล่าวประกอบกับพฤติการณ์ที่โจทก์ติดต่อขายสินค้าซึ่งเป็นของผู้อื่นให้จำเลยและรายละเอียดข้อตกลงมีหลายประการ โจทก์ส่งกระดาษมาให้จำเลยต่อเมื่อมีสัญญากันเป็นหลักฐานแล้ว จึงฟังได้ว่าการซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยอันมุ่งจะทำต่อกันนั้นต้องทำสัญญาเป็นหนังสือเสียก่อน ดังจะเห็นว่า ได้มีการทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายสินค้ารายนี้กันอยู่แล้วตามเอกสารหมาย จ.57 ให้มีผลบังคับตั้งแต่ที่พูดตกลงกันไว้ในครั้งสุดท้ายเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2516 และหนี้ตามฟ้องไม่ว่าจะเป็นราคากระดาษค้างชำระหรือราคากระดาษกับค่าระวางบรรทุกที่เพิ่มขึ้น โจทก์อ้างข้อเรียกร้องจากสัญญาทั้งสิ้น

ความผูกพันของโจทก์จำเลยในกรณีนี้ต้องวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 366 วรรคสอง แม้กฎหมายจะกำหนดวิธีการซื้อขายไว้หลายอย่างก็ตาม เมื่อคู่สัญญาตกลงจะทำกันโดยวิธีทำเป็นหนังสือสัญญาจะนำเอาวิธีอื่น เช่น การส่งมอบหรือชำระราคาบางส่วนมาวินิจฉัยว่าเป็นข้อตกลงจะซื้อขายกันแล้วโดยสมบูรณ์หาได้ไม่ เมื่อจำเลยมิได้ลงลายมือชื่อในสัญญาจะซื้อขายที่โจทก์นำมาฟ้อง สัญญาดังกล่าวไม่ผูกพันจำเลยและโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยตามสัญญาที่ทำผูกพันกันไว้ต้องถือว่าไม่มีการทำสัญญาจะซื้อขายฉบับที่โจทก์อ้างมาเป็นหลักแห่งข้อหา โจทก์จะกล่าวหาว่าจำเลยผิดสัญญาที่นำมาฟ้องนั้นไม่ได้ ส่วนที่โจทก์ส่งมอบกระดาษให้จำเลยไปแล้ว และจำเลยได้ชำระราคากระดาษให้โจทก์ไปแล้วนั้น

สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกเอากระดาษที่ส่งมอบไปแล้วคืน หรือสิทธิของจำเลยที่จะเรียกร้องจำนวนเงินที่ชำระไปแล้วคืนก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไว้ไม่ถูกต้องด้วยบทกฎหมายที่กล่าวข้างต้น เรื่องเช่นนี้ศาลฎีกาเคยพิพากษาเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วดังเช่นคำพิพากษาฎีกาที่ 1541/2509 คดีระหว่างนางธนิต กำเนิดเพชร โจทก์ นางผิน สอนสิงห์ที่ 1 นางสุมาลี เก่งสกุล ที่ 2 จำเลย และคำพิพากษาฎีกาที่ 520/2520 คดีระหว่างบริษัท เค.ซี.ซีเทีย (1944) จำกัด โดยนายจอห์น วิลเลียม แฮนค๊อก ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดทวีพืชผล กับพวก จำเลยเป็นต้น ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนจำเลย กำหนดค่าทนายความทั้งสามศาล 80,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวรรณพ กองวารี · ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้