Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2855/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลรัษฎากรมิได้นิยามคำว่า "ทรัพย์สิน"ไว้ คำว่าทรัพย์สินตามประมวลรัษฎากรจึงต้องถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 99การที่โจทก์ได้ประทานบัตรทำเหมืองแร่ดีบุกนั้น ทำให้โจทก์มีสิทธิทำเหมืองหรือขุดหาแร่ดีบุกในที่ดินตามประทานบัตรดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในประทานบัตรนั้น สิทธิดังกล่าวตามประทานบัตรของโจทก์จึงเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งและโจทก์สามารถให้เช่าได้การที่โจทก์ให้ ฟ. ผลิตแร่ดีบุกในที่ดินตามประทานบัตรของโจทก์มีกำหนด 3 ปี เป็นสัญญาที่โจทก์ตกลงให้ ฟ. ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์จากประทานบัตรอันเป็นทรัพย์สินชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และการที่ ฟ. ตกลงแบ่งแร่ดีบุกที่ผลิตได้แต่ละเดือนให้โจทก์ ถือว่า ฟ. ตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น ข้อตกลงดังกล่าวระหว่างโจทก์กับฟ. จึงเป็นการเช่าทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 โดยไม่คำนึงว่าจะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีหรือผู้ที่รัฐมนตรีมอบหมายตาม พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 หรือไม่เมื่อ ฟ. แบ่งแร่ดีบุกให้โจทก์ตามที่ตกลงกันและโจทก์ขายแร่ดีบุกดังกล่าวไป เงินที่ได้จากการขายแร่ดีบุกดังกล่าวจึงเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(5)(ก) คือเงินที่ได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน ซึ่งตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2502 มาตรา 5(1)(จ) ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 10 มิใช่เป็นเงินได้จากธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่งหรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (7) ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) ซึ่งให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 90 ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน(ฉบับที่ 11) พ.ศ.2502 มาตรา 8(32)(วินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 24/2519)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับสัมปะทานเหมืองแร่ดีบุกแต่ไม่ได้เปิดเหมืองทำการผลิตแร่ด้วยตนเอง ได้ให้บริษัทฟาร์อิสต์ไม่นิ่ง จำกัด รับช่วงผลิตอีกต่อหนึ่งโดยบริษัทฟาร์อิสต์ไม่นิ่ง จำกัด สมนาคุณเป็นอัตราส่วนร้อยละของจำนวนแร่ที่ผลิตได้ในเดือนหนึ่ง ๆ ให้แก่โจทก์ ในปี 2511 บริษัทฟาร์อิสต์ไมนิ่ง จำกัดแบ่งแร่ดีบุกให้โจทก์ โจทก์ขายได้เงิน 686,241 บาท 82 สตางค์ ก่อนหักรายจ่ายโจทก์ยื่น ภ.ง.ด.1 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี2511 หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 90 ตามมาตรา 8(32) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 และ โจทก์ได้ชำระค่าภาษีเงินได้แล้ว ต่อมาจำเลยที่ 2 สรรพากรจังหวัดราชบุรีแจ้งแก่โจทก์ว่า การให้เช่าเหมืองแร่เป็นการให้เช่าทรัพย์สิน หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้เพียงร้อยละ10 จำเลยที่ 1 ยืนยันตามความเห็นจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 สั่งให้โจทก์เสียภาษีและเงินเพิ่มภาษี

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ซึ่งเป็นกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีอากร จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 สั่งยกอุทธรณ์โจทก์ สั่งให้โจทก์เสียตามจำนวนที่จำเลยที่ 2 สั่ง โจทก์เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้อง จึงฟ้องขอให้สั่งเพิกถอนเสียจำเลยทั้งห้าให้การว่า การที่โจทก์ได้รับส่วนแบ่งแร่และขายได้เงินมานั้นเป็นเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน ต้องคิดหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 10ไม่ใช่ร้อยละ 90 ความเห็นและคำสั่งของจำเลยที่ 1, ที่ 2 และคำวินิจฉัยชี้ขาดของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ถูกต้องแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า แร่ที่โจทก์ได้รับส่วนแบ่งเป็นค่าเช่า เงินที่โจทก์ขายแร่ได้เป็นเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินคำสั่งของจำเลยที่ 2และคำวินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ชอบด้วยกฎหมายแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่แล้วมีมติว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 บัญญัติว่า

"อันว่าเช่าทรัพย์สินนั้นคือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้เช่าได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัดและผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น" ประมวลรัษฎากรมิได้นิยามคำว่า"ทรัพย์สิน" ไว้คำว่าทรัพย์สินตามประมวลรัษฎากรจึงต้องถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 99 ที่บัญญัติว่า "ทรัพย์สินนั้น ท่านหมายความรวมทั้งทรัพย์ทั้งวัตถุไม่มีรูปร่างซึ่งอาจมีราคาได้และถือเอาได้" การที่โจทก์ได้ประทานบัตรทำเหมืองแร่ตามประทานบัตรที่ 9065/8123 นั้น ทำให้โจทก์มีสิทธิทำเหมืองหรือขุดหาแร่ดีบุกในที่ดินตามประทานบัตรดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในประทานบัตรนั้น

สิทธิดังกล่าวตามประทานบัตรของโจทก์จึงเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งและโจทก์สามารถให้เช่าได้ การที่โจทก์ตกลงให้บริษัทฟาร์อิสต์ไมนิ่ง จำกัด ผลิตแร่ดีบุกในที่ดินตามประทานบัตรของโจทก์มีกำหนด 3 ปี เป็นสัญญาที่โจทก์ตกลงให้บริษัทฟาร์อิสต์ไมนิ่ง จำกัด ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์จากประทานบัตรอันเป็นทรัพย์สินชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และการที่บริษัทฟาร์อิสต์ไมนิ่ง จำกัด ตกลงแบ่งแร่ดีบุกที่ผลิตได้แต่ละเดือนให้โจทก์ ถือว่าบริษัทฟาร์อิสต์ไมนิ่งจำกัด ตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น ข้อตกลงดังกล่าวระหว่างโจทก์กับบริษัทฟาร์อิสต์ไมนิ่ง จำกัด จึงเป็นการเช่าทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 โดยไม่คำนึงว่าจะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีหรือผู้ที่รัฐมนตรีมอบหมายตามพระราชบัญญัติแร่

พ.ศ. 2510 หรือไม่ เมื่อบริษัทฟาร์อิสต์ไมนิ่ง จำกัด แบ่งแร่ดีบุกให้โจทก์ตามที่ตกลงกัน และโจทก์ขายแร่ดีบุกดังกล่าวไปแล้ว เงินที่โจทก์ได้จากการขายแร่ดีบุกดังกล่าวจึงเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(5)(ก) คือเงินที่ได้เนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สิน ซึ่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 มาตรา 5(1)(จ) ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 10 มิใช่เป็นเงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตรการอุตสาหกรรม การขนส่งหรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (7) ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) ซึ่งให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 90ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 มาตรา 8(32)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สอน ไชยสุต · เพียร ศรีอรุณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้