Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2527 (เลขอ้างอิง 28473)

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์กับพวกยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลยตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 13 มีลายมือชื่อผู้เรียกร้องไม่ครบร้อยละสิบห้าข้อเรียกร้องจึงไม่มีผลและถือได้ว่าตกไปการที่มีการยื่นลายมือชื่อผู้เรียกร้องเพิ่มขึ้นหาทำให้ข้อเรียกร้องดังกล่าวกลับถูกต้องตามกฎหมายไม่โจทก์จึงไม่มีมูลฐานที่จะยกขึ้นอ้างเพื่อนัดหยุดงานได้โดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อจำเลยให้โจทก์กลับเข้าทำงานแต่โจทก์ก็ยังคงนัดหยุดงานกันต่อไป จึงเป็นกรณีที่โจทก์ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรจำเลยเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามสิบเป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 โดยมิได้กระทำความผิด และเลิกจ้างโจทก์ที่ 7 ถึงที่ 30โดยอ้างว่าขาดงานเกินกว่า 3 วัน ซึ่งไม่เป็นความจริง ความจริงมีว่า เมื่อวันที่ 3สิงหาคม 2526 โจทก์ที่ 7 ถึงที่ 30 กับพวกได้ยื่นข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อจำเลย โดยพนักงานประจำของจำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้สนับสนุนข้อเรียกร้อง 46 คน ครั้นวันรุ่งขึ้นมีพนักงานมาลงลายมือชื่อสนับสนุนอีกรวมเป็น80 คน เป็นข้อเรียกร้องที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ ในระหว่างการไกล่เกลี่ยซึ่งยังไม่สามารถตกลงกันได้ โจทก์ที่ 7 ถึงที่ 30 กับพวกได้นัดหยุดงานจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ที่ 7 ถึงที่ 10 กับพวก เป็นการเลิกจ้างโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ทั้งสามสิบ โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชยขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย

สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามสิบพร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า เหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามสิบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3สิงหาคม 2526 โจทก์ที่ 7 กับพวกได้ยื่นข้อเรียกเพื่อขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อจำเลย แต่ข้อเรียกร้องดังกล่าวมีพนักงานลงลายมือชื่อเป็นผู้ร่วมเรียกร้องไม่ครบร้อยละสิบห้าของจำนวนพนักงานทั้งหมดของจำเลย จำเลยได้มีหนังสือแจ้งให้กรมแรงงานทราบและแจ้งด้วยว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ฯ มาตรา 13 จำเลยจึงไม่สามารถเปิดการเจรจากับพนักงานผู้ยื่นข้อเรียกร้องได้วันรุ่งขึ้นโจทก์ที่ 7 ได้นำสำเนาลายมือชื่อพนักงานมาให้จำเลยเพิ่มเติม โดยมิได้แนบข้อเรียกร้องมาแต่ประการใด แล้วโจทก์ทั้งสามสิบได้ยุยงส่งเสริมและสนับสนุนให้บรรดาพนักงานของจำเลยนัดหยุดงานโดยฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลยและพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯจำเลยได้มีหนังสือให้โจทก์ทั้งสามสิบกลับเข้าทำงานภายในวันที่ 23 สิงหาคม2526 โดยจำเลยจไม่ถือเป็นความผิด และยังให้โอกาสจนถึงวันที่ 25 สิงหาคม2526 โจทก์ทั้งสามสิบก็ยังไม่กลับเข้าทำงานตามปกติ

จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามสิบฐานจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ละทิ้งหน้าที่การงานเป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมจำเลยจึงไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย หรือเงินอื่นใดแก่โจทก์ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์ทั้งสามสิบอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2508 มาตรา 13 บัญญัติว่า ในกรณีที่ลูกจ้างเป็นผู้แจ้งข้อเรียกร้อง ข้อเรียกร้องนั้นต้องมีรายชื่อและลายมือชื่อของลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องไม่น้อยกว่าร้อยละสิบห้าของลูกจ้างทั้งหมด เป็นเรื่องกฎหมายบังคับว่าการยื่นข้อเรียกร้องจะต้องมีจำนวนผู้แจ้งข้อเรียกร้องไม่น้อยกว่าร้อยละสิบห้าของลูกจ้างทั้งหมด

ดังนี้ เมื่อข้อเรียกร้องที่ตัวแทนโจทก์ทั้งสามสิบกับพวกเป็นผู้ยื่นมีลายมือชื่อผู้เรียกร้องเพียง 44 คน ไม่ครบร้อยละสิบห้าตามที่บัญญัติไว้ ข้อเรียกร้องดังกล่าวจึงไม่มีผลและถือได้ว่าตกไป การที่มีการยื่นเพียงรายชื่อและลายมือชื่อผู้เรียกร้องเพิ่มขึ้น หาทำให้ข้อเรียกร้องดังกล่าวกลับเป็นว่าถูกต้องตามกฎหมายไม่โจทก์ทั้งสามจึงไม่มีมูลฐานที่จะยกขึ้นอ้างเพื่อนัดหยุดงานได้โดยชอบกฎหมายทั้งจำเลยก็ได้ยืนยันแต่แรกแล้วว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้โจทก์ทั้งสามสิบกับพวกกลับเข้าทำงาน แต่โจทก์ทั้งสามสิบก็ยังคงนัดหยุดงานกันต่อไปจนถึงวันที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามสิบ เป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสามสิบละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุสมควร จำเลยจึงเลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้