Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 284/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จสต.สัมพันธ์ พยานโจทก์ แม้จะไม่ได้รู้เห็นในขณะเกิดเหตุแต่ก็ได้มีการสืบสวนและติดตามทรัพย์ของกลางตลอดมา เบื้องต้นเมื่อทราบว่าจำเลยที่ 2 ลักรถจักรยานยนต์ก็ได้ติดตามตัวจำเลยที่ 2 และทราบว่าจำเลยที่ 2 ได้ลักรถจักรยานยนต์แล้วไปขายให้แก่จำเลยที่ 3จึงติดตามไปพบจำเลยที่ 3 ได้ทราบว่าได้ขายให้จำเลยที่ 1 จึงได้ติดตามไปที่ร้านจำเลยที่ 1 ได้พบรถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ 2ลักมาโดยจำเลยที่ 1 ได้เปลี่ยนแปลงสภาพให้ผิดไปจากเดิมแล้วการติดตามทรัพย์ของกลางรายนี้ของ จ.ส.ต.สัมพันธ์มาจากเหตุคำรับของจำเลยแต่ละคน แต่ผลสุดท้ายก็สามารถติดตามทรัพย์ของกลางได้แสดงให้เห็นว่าจำเลยแต่ละคนได้เกี่ยวข้องกับทรัพย์ของกลาง จนเจ้าพนักงานตำรวจติดตามยึดคืนมาได้ พฤติการณ์ดังกล่าวแม้จะไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นขณะเกิดเหตุ ก็ยังถือไม่ได้ว่าพยานโจทก์มีแต่คำรับสารภาพชั้นจับกุมหรือชั้นสอบสวนแต่อย่างเดียว เพราะยังมีคำเบิกความของ จ.ส.ต.สัมพันธ์มาประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแต่ละคนอีกด้วย จึงเป็นพยานหลักฐานเพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1และที่ 3 รับของโจร จำเลยที่ 2 ลักทรัพย์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2533เวลากลางคืนหลังเที่ยง มีคนร้ายหลายคนร่วมกันลักเอารถจักรยานยนต์1 คัน ของนายพนมผู้เสียหาย ซึ่งอยู่ในความครอบครองของนายสมชายไป ต่อมาวันที่ 29 มิถุนายน 2533 เวลากลางวัน จำเลยที่ 2 นำรถจักรยานยนต์ดังกล่าวไปขายให้จำเลยที่ 3 และวันที่ 15 กรกฎาคม 2533เวลากลางวัน จำเลยที่ 3 ได้นำรถจักรยานยนต์ดังกล่าวไปมอบให้จำเลยที่ 1 รับไว้ โดยรู้อยู่ว่าเป็นรถที่ได้มาจากการลักทรัพย์เจ้าพนักงานจับจำเลยที่ 1 ได้พร้อมทั้งยึดรถจักรยานยนต์ดังกล่าวเป็นของกลาง ทั้งนี้จำเลยทั้งสามร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ดังกล่าวของผู้เสียหายไป หรือมิฉะนั้นจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันรับเอารถจักรยานยนต์ดังกล่าวไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ซึ่งได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334, 335, 357, 83จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก, 83 จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)จำคุก 3 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม ส่วนจำเลยที่ 2และที่ 3 ให้การรับสารภาพทั้งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 2 ปีจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3ในข้อหารับของโจร และยกฟ้องจำเลยที่ 2 ในข้อหาลักทรัพย์ด้วยโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีข้อต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 กระทำผิดฐานรับของโจรและจำเลยที่ 2 กระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นในขณะเกิดเหตุคงมีพยานโจทก์ที่เกี่ยวพันกับเหตุการณ์หลังจากที่รถจักรยานยนต์หายไปแล้ว คือจ่าสิบตำรวจสัมพันธ์พยานปากนี้เบิกความว่า ได้สืบทราบว่าจำเลยที่ 2 เป็นกลุ่มคนร้ายที่ลักรถจักรยานยนต์ในเขตอำเภอหาดใหญ่ครั้นวันที่ 17 กรกฎาคม 2533 จ่าสิบตำรวจสัมพันธ์ได้ไปสอบถามจำเลยที่ 2 ริมถนนสายเอเชีย จำเลยที่ 2 รับว่าได้ลักรถจักรยานยนต์ของกลางและรถจักรยานยนต์คันอื่นอีก แต่ได้ขายให้จำเลยที่ 3จ่าสิบตำรวจสัมพันธ์จึงให้จำเลยที่ 2 พาไปบ้านจำเลยที่ 3 แต่ไม่พบจำเลยที่ 3 วันรุ่งขึ้นจ่าสิบตำรวจสัมพันธ์ได้ไปบ้านจำเลยที่ 3 อีก และได้สอบถามจึงทราบว่ารถจักรยานยนต์ของกลางจำเลยที่ 3ได้ขายต่อไปให้จำเลยที่ 1 เจ้าพนักงานตำรวจได้ไปยึดรถจักรยานยนต์ที่ร้านจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นร้านซ่อมรถจักรยานยนต์

พยานโจทก์ดังกล่าวแม้จะไม่ได้รู้เห็นในขณะเกิดเหตุ แต่ก็ได้มีการสืบสวนและติดตามทรัพย์ของกลางตลอดมา เบื้องต้นเมื่อทราบว่าจำเลยที่ 2 ลักรถจักรยานยนต์ก็ได้ติดตามตัวจำเลยที่ 2 และทราบว่าจำเลยที่ 2 ได้ลักรถจักรยานยนต์ของกลางแล้วไปขายให้จำเลยที่ 3 จึงติดตามไปพบจำเลยที่ 3 ได้ทราบว่าได้ขายให้จำเลยที่ 1 จึงได้ติดตามไปที่ร้านจำเลยที่ 1 ได้พบรถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ 2 ลักมา จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง และให้นายสมชายดูและยืนยันว่าเป็นรถจักรยานยนต์ที่นายสมชายครอบครองใช้อยู่และมีคนร้ายลักไป การติดตามทรัพย์ของกลางรายนี้ของจ่าสิบตำรวจสัมพันธ์มาจากเหตุคำรับของจำเลยแต่ละคน แต่ผลสุดท้ายก็สามารถติดตามทรัพย์ของกลางได้ แสดงให้เห็นว่าจำเลยแต่ละคนได้เกี่ยวข้องกับทรัพย์ของกลาง

จนเจ้าพนักงานตำรวจติดตามยึดคืนมาได้ และของกลางได้เปลี่ยนแปลงสภาพ ทั้งหมายเลขเครื่องและสีของรถ ซึ่งเป็นข้อสนับสนุนให้เห็นว่าจำเลยแต่ละคนรู้เรื่องที่มาของรถจักรยานยนต์ได้ดีและสามารถบอกแก่เจ้าพนักงานตำรวจได้ พฤติการณ์ดังกล่าวแม้จะไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นขณะเกิดเหตุ แต่จากการติดตามจนได้รถจักรยานยนต์ของกลางคืน ประกอบกับคำรับสารภาพของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ชั้นสอบสวน รถจักรยานยนต์ของกลางยึดได้จากจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 ได้เปลี่ยนสภาพให้ผิดไปจากเดิมเช่นนี้พยานโจทก์จึงมิใช่มีแต่คำรับสารภาพชั้นจับกุมหรือชั้นสอบสวนแต่อย่างเดียว แต่มีคำเบิกความของจ่าสิบตำรวจสัมพันธ์ตั้งแต่เริ่มต้นจนได้รถจักรยานยนต์ของกลางคืนมาประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแต่ละคนย่อมเป็นพยานหลักฐานเพียงพอให้รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 รับของโจร จำเลยที่ 2 ลักทรัพย์พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้