Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2839/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีมีทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาท ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยรับเงินจากโจทก์โดยไม่มีมูลจะกล่าวอ้างได้ตามกฎหมายและถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับเงินไว้โดยสุจริตจำเลยจึงต้องคืนเงินให้โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยนับแต่วันนำเงินเข้าบัญชีจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยเป็นเรื่องบัญชีเดินสะพัดมิใช่เรื่องลาภมิควรได้ โจทก์ชอบที่จะเพิกถอนรายการที่ซ้ำออกจากบัญชีของจำเลยได้ ข้อที่จำเลยอ้างว่าไม่ต้องคืนเงินจึงฟังไม่ขึ้น แต่ศาลชั้นต้นคิดดอกเบี้ยให้ไม่ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยแก่โจทก์นับแต่วันหักทอนบัญชีดังนี้ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับโจทก์ ต่อมาด้วยความพลั้งเผลอโจทก์ได้นำเงินที่โอนมาจากธนาคารของโจทก์สาขาพุนพินเพื่อฝากเข้าบัญชีจำเลยซ้ำกันสองครั้ง การที่จำเลยรับเงินไปจากโจทก์ในครั้งหลังเป็นการรับไปโดยปราศจากมูลอันจะอ้างได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้จำเลยคืนเงินพร้อมทั้งดอกเบี้ยให้โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยได้รับเงินไปจากโจทก์ หากโจทก์นำเงินเข้าบัญชีของจำเลย จำเลยก็ได้รับไว้โดยสุจริตจำเลยเบิกเงินจากบัญชีของจำเลยไปใช้จ่ายจนหมดสิ้นแล้ว จึงไม่ต้องคืนเงินให้โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยได้รับเงินตามฟ้องไปจากโจทก์โดยไม่มีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้และถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับไว้โดยสุจริตจึงต้องคืนเงินตามฟ้องพร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี โดยให้จำเลยเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่นำเข้าฝากบัญชีของจำเลยตั้งแต่วันฝากถึงวันหักทอนบัญชี และให้เสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่เหลือต้องคืนให้โจทก์นับแต่วันหักทอนบัญชีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า

ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยเป็นเรื่องบัญชีเดินสะพัด มิใช่เรื่องลาภมิควรได้ โจทก์ชอบที่จะเพิกถอนรายการที่ซ้ำออกจากบัญชีของจำเลยได้ ข้อที่จำเลยอ้างว่าไม่ต้องคืนเงินให้โจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่ศาลชั้นต้นคิดดอกเบี้ยให้โจทก์ไม่ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ในจำนวนเงินที่ต้องคืนนับแต่วันหักทอนบัญชีเป็นต้นไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกิน 50,000 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะเรื่องจำนวนดอกเบี้ยจึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ถึงแม้ศาลชั้นต้นจะวินิจฉัยว่ากรณีเป็นเรื่องลาภมิควรได้แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่ากรณีเป็นเรื่องบัญชีเดินสะพัดก็ตามศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2520 จำเลยได้รับเงินจำนวน 39,987.50 บาท จากโจทก์โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ อันเป็นลาภมิควรได้ แต่ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับไว้โดยสุจริต จำเลยจึงต้องคืนเงินให้แก่โจทก์ และศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จริงว่า การที่โจทก์นำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีของจำเลยซ้ำกันเนื่องจากความพลั้งเผลอเป็นเรื่องบัญชีเดินสะพัด

มิใช่ลาภมิควรได้ โจทก์ชอบที่จะเพิกถอนรายการที่ซ้ำออกจากบัญชีของจำเลยได้ ฉะนั้นข้อที่จำเลยฎีกาว่า "จำเลยรับเงินที่โจทก์นำเข้าบัญชีของจำเลยโดยสุจริต และโจทก์นำเงินเข้าบัญชีของจำเลยตามอำเภอใจโดยโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องชำระ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคืนเงินให้แก่โจทก์" นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 6 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกฎีกาของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจ ปัญญาดิลก · ภิญโญ ธีรนิติ · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้