Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2834/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า จำเลยประกอบการขนส่งประจำทางโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 23 แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรณีใช้รถผิดประเภทอันเป็นความผิดตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และความผิดตามมาตรา 27 นี้โจทก์มิได้บรรยายข้อเท็จจริงมาในฟ้องและมิได้อ้างบทมาตรามา ในคำขอท้ายฟ้องจึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ศาลจึง ลงโทษจำเลยไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 192 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 23 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 27

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจประกอบการขนส่งประจำทางโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยจำเลยนำรถยนต์บรรทุกขนาดกลางออกวิ่งรับส่งคนโดยสารและสิ่งของเพื่อสินจ้างเช่นเดียวกับรถยนต์โดยสารประจำทางอำเภอ-ขุขันธ์-บ้านโคกตาล ซึ่งเป็นเส้นทางที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งได้กำหนดให้เป็นเส้นทางเดินรถยนต์โดยสารประจำทางแล้ว ทั้งนี้โดยจำเลยไมได้รับใบอนุญาตให้ประกอบการขนส่งจากนายทะเบียนตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๓, ๑๒๖

จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ หากจะเป็นความผิดก็ผิดตามบทมาตราอื่น ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า บริษัทศิริเกษขนส่งจำกัดได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนประจำจังหวัดศรีสะเกษให้ประกอบการขนส่งโดยรถยนต์ขนาดเล็กในเส้นทางสายขุขันธ์-โคกตาล (ตั้งแต่วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๒๓ ถึงวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๒๘) ทั้งนี้โดยมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดศรีสะเกษ และคณะกรรมการดังกล่าวมีมติว่า สำหรับรถที่เป็นสมาชิกสหกรณ์เดินรถขุขันธ์จำกัดอยู่แล้ว คือรถของจำเลยกับพวกให้เข้าร่วม หลังจากบริษัทศิริเกษขนส่งจำกัดได้รับอนุญาตแล้วก็ได้แจ้งให้จำเลยกับพวกผู้มีสิทธินำรถเข้าร่วมทราบ โดยกำหนดเวลาให้นำรถมาเข้าร่วม แต่จำเลยกับพวกไม่ได้นำรถมาเข้าร่วม ต่อมาวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๒๓ เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยในขณะที่จำเลยกำลังขับรถคันพิพาทรับส่งคนโดยสารอยู่ในเส้นทางสายขุขันธ์-โคกตาลรถคันพิพาทจำเลยเช่าซื้อมาแล้วนำรถมาเข้าเป็นสมาชิกของสหกรณ์เดินรถขุขันธ์

จำกัดและยื่นคำขอจดทะเบียนเสียภาษี แต่ทางราชการจดทะเบียนให้ไม่ได้ จำเลยจึงนำรถเข้าร่วมกับบริษัทชัยอิสาณเดินรถ จำกัด ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งทั้งประเภทประจำทางและประเภทไม่ประจำทาง โดยบริษัทชัยอิสาณเดินรถ จำกัด ได้นำรถคันพิพาทมาขอจดทะเบียนเป็นประเภทรถไม่ประจำทาง และได้เสียภาษีรถยนต์ในนามของบริษัทชัยอิสาณเดินรถจำกัดตลอดมา แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า รถคันพิพาทได้โอนเข้าร่วมกิจการในการประกอบการขนส่งประเภทไม่ประจำทางของบริษัทชัยอิสาณเดินรถจำกัดแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถคันพิพาทก็ระบุชื่อผู้ประกอบการขนส่งว่าบริษัทชัยอิสาณเดินรถจำกัด ซึ่งแสดงว่าบริษัทดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบในการเดินรถคันนี้โดยตรงส่วนจำเลยเป็นแต่เพียงผู้ใช้รถคันนี้ในนามของบริษัทดังกล่าวเท่านั้น

ฉะนั้นการที่จำเลยนำรถคันพิพาทมาวิ่งรับส่งคนโดยสารในเส้นทางสายขุขันธ์-โคกตาล ผิดไปจากที่ได้รับอนุญาตไว้จึงเป็นกรณีใช้รถผิดประเภทอันเป็นความผิดตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ หาเป็นความผิดตามบทมาตราที่โจทก์ฟ้องไม่และความผิดตามที่พิจารณาได้ความนี้ โจทก์มิได้บรรยายข้อเท็จจริงมาในฟ้องและมิได้อ้างบทมาตราในคำขอท้ายฟ้อง จึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ศาลจึงลงโทษจำเลยไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสี่

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ สังขนันท์ · ทวี กสิยพงศ์ · พิพัฒน์ จักรางกูร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายสลิล สินจำหน่าย
ศาลอุทธรณ์ - นายจเร อำนวยวัฒนา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 944/2532

เมื่อข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอุทธรณ์ ไม่มีผลทำให้การวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลจากพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบกันมาเปลี่ยนแปลงเป็นประการอื่นแล้ว ศาลอุทธรณ์ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวให้ เพราะเป็นข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3672/2568

โจทก์บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า จำเลยลักเงินสดของผู้เสียหายไปรวม 5 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 9,804,760 บาท โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2568

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 17…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2568

จำเลยดึงสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตรวจไปจากมือของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาโจทก์ร่วมปล่อยให้จำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจรางวัลได้ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการถือวิสาสะเท่านั้น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้