Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2830/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยให้การว่าผู้ลงชื่อในใบมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจลงชื่อทำการแทนบริษัท ใบมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ ดังนี้ ไม่มีประเด็นว่าบริษัทโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ลงชื่อมีอำนาจลงชื่อทำการแทนบริษัท แม้ใบมอบอำนาจไม่ปิดอากรแสตมป์ ก็ไม่ต้องอาศัยฟังข้อเท็จจริงนี้จากใบมอบอำนาจฟ้องเลิกสัญญาเพราะผู้ขายส่งทรัพย์ชำรุดบกพร่องแตกหักเสียหายมาก ไม่บรรยายว่าสินค้าที่ชำรุดบกพร่องมีมากน้อยเพียงใด ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมผู้ขายส่งมอบทรัพย์ที่ชำรุดบกพร่อง เท่ากับไม่ชำระหนี้ตามสัญญา ผู้ซื้อเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายได้ ผู้ขายต้องให้ผู้ซื้อกลับคืนสู่ฐานะเดิม ผู้ขายไม่รับสินค้าคืนไม่ปรากฏว่าสินค้าที่ไม่รับคืนมีราคาเท่าใด ศาลให้ผู้ขายใช้ราคาคืนและค่าเสียหายเต็มจำนวนโจทก์ฟ้องเลิกสัญญาอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาส่งสินค้าที่ชำรุดบกพร่องแตกหักเสียหายเป็นจำนวนมาก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยให้การว่าผู้ลงชื่อในใบมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจลงชื่อทำการแทนบริษัท ใบมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ ดังนี้ ไม่มีประเด็นว่าบริษัทโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ลงชื่อมีอำนาจลงชื่อทำการแทนบริษัท แม้ใบมอบอำนาจไม่ปิดอากรแสตมป์ ก็ไม่ต้องอาศัยฟังข้อเท็จจริงนี้จากใบมอบอำนาจฟ้องเลิกสัญญาเพราะผู้ขายส่งทรัพย์ชำรุดบกพร่องแตกหักเสียหายมาก ไม่บรรยายว่าสินค้าที่ชำรุดบกพร่องมีมากน้อยเพียงใด ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมผู้ขายส่งมอบทรัพย์ที่ชำรุดบกพร่อง เท่ากับไม่ชำระหนี้ตามสัญญา ผู้ซื้อเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายได้ ผู้ขายต้องให้ผู้ซื้อกลับคืนสู่ฐานะเดิม ผู้ขายไม่รับสินค้าคืนไม่ปรากฏว่าสินค้าที่ไม่รับคืนมีราคาเท่าใด ศาลให้ผู้ขายใช้ราคาคืนและค่าเสียหายเต็มจำนวนโจทก์ฟ้องเลิกสัญญาอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาส่งสินค้าที่ชำรุดบกพร่องแตกหักเสียหายเป็นจำนวนมาก ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้ราคาสินค้าและค่าเสียหาย 23,676.30 บาทกับดอกเบี้ย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนที่รัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา มีนายเจ .อี.จีน เป็นประธานกรรมการ เมื่อปี พ.ศ. 2514 โจทก์สั่งซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ที่ทำด้วยไม้สักจากจำเลยเพื่อนำไปขาย คิดเป็นเงิน 44,650.20 บาท จำเลยส่งสินค้าให้โจทก์ในเดือนกันยายน 2514 ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.3 โจทก์ชำระราคาสินค้าให้จำเลยครบถ้วนแล้ว แต่ปรากฏว่าสินค้าที่จำเลยส่งไปชำรุดบกพร่องกล่าวคือ ไม้ชิ้นเล็ก ๆ ที่นำมาประกอบเป็นสินค้าแตกแยกออกจากกัน จากการตรวจสอบโดยวิธีสุ่มตัวอย่างของผู้เชี่ยวชาญตามเอกสารหมาย จ.4 ระบุว่าเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะข้อบกพร่องเกี่ยวกับการใช้กาวในการผลิต

โจทก์ไม่สามารถนำสินค้าออกขายได้ จึงมีหนังสือตามเอกสารหมาย จ.9 ขอคืนสินค้าทั้งหมดให้จำเลย และให้จำเลยคืนเงินค่าสินค้าที่รับไว้กับค่าใช้จ่ายในการที่โจทก์นำสินค้าเข้าสหรัฐอเมริกาอีกเป็นเงิน 21,052.71 บาทให้โจทก์ จำเลยรับหนังสือของโจทก์แล้วแจ้งให้โจทก์ทราบว่า จำเลยไม่ยอมรับรู้การเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากโจทก์ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.12 โจทก์จึงบอกเลิกสัญญากับจำเลยตามเอกสารหมาย จ.1พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ได้มีการมอบอำนาจกันโดยชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากใบมอบอำนาจไม่ได้ปิดแสตมป์ให้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากรนั้น เห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่รัฐนิวยอร์คประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีนายเจ. อี. จีน เป็นประธานกรรมการ และมีอำนาจลงลายมือชื่อประทับตราบริษัท ได้มอบอำนาจให้นางกีระณา สุมาวงศ์ ฟ้องจำเลยปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารหมายเลข 1 ท้ายฟ้อง จำเลยก็ให้การต่อสู้ว่า นาย เจ.อี.จีนไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจลงนามกระทำการแทนบริษัทดังกล่าว ใบมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ไม่ถูกต้อง ตามคำให้การของจำเลยดังกล่าวไม่มีประเด็นว่าโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้นางกีระณาฟ้องคดีนี้ และเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่านาย

เจ.อี.จีนเป็นผู้มีอำนาจลงนามกระทำการแทนบริษัทโจทก์มอบให้นางกีระณา ฟ้องคดีนี้ได้ แม้ใบมอบอำนาจมิได้ปิดอากรแสตมป์ก็ไม่จำต้องอาศัยฟังจากเอกสารใบมอบอำนาจ นางกีระณา สุมาวงศ์ จึงมีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายฟ้องให้ชัดเจนว่าสินค้าที่ชำรุดเสียหายมีมากน้อยเพียงใดนั้น ได้พิจารณาคำฟ้องของโจทก์แล้วเห็นว่าโจทก์มิได้ฟ้องให้จำเลยรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่อง แต่โจทก์อ้างเหตุความชำรุดบกพร่องเพื่อเลิกสัญญา ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านี้ชัดแจ้งแล้ว โดยจำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีจึงตัดฟ้องว่าโจทก์ ไม่มีสิทธิเลิกสัญญาฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา

โจทก์มีนางกีระณา สุมาวงศ์เบิกความประกอบเอกสารหมาย จ.4 ว่าผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบสินค้าที่จำเลยส่งไปให้โจทก์แล้ว ปรากฏว่าใช้กาวคุณภาพไม่ดีทำให้สินค้าเสื่อม สินค้ายังคงเสียหายอยู่เรื่อย โจทก์ไม่สามารถนำไปจำหน่ายได้ โจทก์ขอคืนสินค้าและขอให้จำเลยคืนเงินค่าสินค้าพร้อมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าให้โจทก์ ตามเอกสารหมาย จ.9 จำเลยมีจดหมายตามเอกสารหมาย จ.12 แจ้งไปให้โจทก์ทราบว่าจำเลยไม่ยอมรับรู้ถึงการเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเรียกเงินค่าซื้อสินค้ารวมทั้งค่าเสียหายจากจำเลยได้ ทั้งนี้เพราะการที่จำเลยส่งสินค้าที่ชำรุดบกพร่องไปให้โจทก์นั้นเท่ากับว่าจำเลยไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ตามสัญญา

เมื่อโจทก์แจ้งให้จำเลยทราบจำเลยกลับปฏิเสธความรับผิดดังนี้โจทก์มีอำนาจบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215, 387, 391, 472ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่ควรต้องรับผิดทั้งหมดนั้น เห็นว่าเมื่อโจทก์ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว จำเลยมีหน้าที่ต้องให้โจทก์ได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่ดังเดิมดังที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 บัญญัติไว้ แต่ปรากฏว่าสินค้าเสียหายส่วนมาก โจทก์ได้ขอคืนสินค้าแล้ว แต่จำเลยปฏิเสธ และจำเลยไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าสินค้านั้นมีค่าหรือไม่เป็นจำนวนเงินเท่าใด จำเลยจะขอให้ค่าเสียหายเพียงบางส่วนตามที่จำเลยฎีกามาหาได้ไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบัติ วังตาล · ทวี กสิยพงศ์ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4974/2545

จำเลยเป็นผู้ให้เช่าซื้อรถยนต์ย่อมมีหน้าที่ต้องส่งมอบสำเนาทะเบียนรถยนต์และแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ให้แก่โจทก์ผู้เช่าซื้อ เพราะสำเนาทะเบียนรถยนต์และแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์เป็นสาระสำคัญในการใช้รถ จำเลยส่งมอบร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2529

จำเลยส่งสินค้าที่มีคุณภาพชำรุดบกพร่องทำให้ผู้ซื้อในต่างประเทศปฏิเสธไม่ยอมรับซื้อสินค้า เป็นเหตุให้โจทก์ขายสินค้านั้นไม่ได้ จำเลยต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องดังกล่าว โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกค่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1730/2512

เมื่อศาลอนุญาตให้โจทก์ฟ้องอย่างคนอนาถาได้ การที่โจทก์จะขอแก้ฟ้องในภายหลังได้หรือไม่นั้น ต้องอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 คือคำฟ้องเดิมและคำฟ้องภายหลังจะต้องเกี่ยวข้องกันพอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8505/2561

จำเลยแก้ฎีกาว่า ฎีกาของโจทก์ตั้งแต่หน้า 10 ถึงหน้า 19 เป็นการคัดลอกมาจากอุทธรณ์ในหน้า 39 ถึงหน้า 55 ถือเป็นฎีกาที่ไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งนั้น ฎีกาของโจทก์ในหน้า 10 ถึงหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14792/2558

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นสัญญาต่างตอบแทน จำเลยมีหน้าที่ปลูกสร้างบ้านและแบ่งแยกโฉนดให้แล้วเสร็จเพื่อจดทะเบียนขายแก่โจทก์ ส่วนโจทก์ก็มีหน้าที่ชำระเงินค่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตอบแทน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้