Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 283/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 เป็นกฎหมายพิเศษเกี่ยวด้วยแรงงานซึ่งประกาศขึ้นใช้แทนพระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ.2499 มีวัตถุประสงค์เพื่อมิให้มีเหตุการณ์ต่างๆ อันเกิดจากความไม่เป็นธรรมแก่ลูกจ้างเป็นการคุ้มครองและอำนวยประโยชน์แก่ลูกจ้าง ทั้งป้องกันมิให้เกิดความระส่ำระสายในการเศรษฐกิจของประเทศและความสงบสุขของบ้านเมือง จึงเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ลูกจ้างของโจทก์ถึงแก่ความตายขณะปฏิบัติหน้าที่ โจทก์กับมารดาของผู้ตายได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในเรื่องเงินค่าทดแทนกันไว้หากโจทก์จะต้องจ่ายเงินค่าทดแทนตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 ตามคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง โจทก์จะต้องจ่ายเงินค่าทดแทนเป็นรายเดือน เดือนละ 200 บาท มีกำหนด 5 ปีคำนวณแล้วเป็นเงินถึง 12,000 บาท. แต่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์จ่ายเงินเพียง 2,000 บาทเท่านั้น เป็นการหลีกเลี่ยงก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ลูกจ้างสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับเงินค่าทดแทน จึงเป็นข้อตกลงที่ผิดแผกแตกต่างไปจากประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตกเป็นโมฆะ ไม่มีผลบังคับ (วรรคแรก วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่2/2516 )

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายบุญน้อย อินอ่อน ลูกจ้างของโจทก์ซึ่งทำหน้าที่พนักงานเก็บค่าโดยสารประจำรถโดยสารประจำทางของโจทก์ ขณะปฏิบัติหน้าที่ได้กระโดดลงจากรถและถูกล้อรถทับถึงแก่ความตาย เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ ต่อมาโจทก์กับนางดีมารดา นายบุญน้อยได้ทำหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้นางดี ๒,๐๐๐ บาท และโจทก์เป็นผู้จัดการศพ นางดีไม่ติดใจเรียกค่าสินไหมทดแทนทั้งทางแพ่งและทางอาญา แต่นางดีกลับยื่นคำร้องขอรับเงินค่าทดแทนอีก เจ้าหน้าที่ของจำเลยได้วินิจฉัยให้โจทก์จ่ายเงินค่าทดแทนแก่นางดีเป็นรายเดือน ๆ ละ ๒๐๐ บาท มีกำหนด ๕ ปี และให้โจทก์จ่ายค่าทำศพแก่ผู้จัดการศพ ๑,๐๘๐ บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ในฐานะอธิบดี วินิจฉัยยืนตาม ขอให้ศาลสั่งให้จำเลยเพิกถอนคำวินิจฉัย จำเลยต่อสู้ว่านายบุญน้อยมิได้ฝ่าฝืนคำสั่งของโจทก์ สิทธิรับเงินค่าทดแทนของนางดีไม่ระงับ คำวินิจฉัยของจำเลยชอบแล้ว จำเลยที่ ๒ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์กับนางดีได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้วก่อนระงับสิทธินางดีที่จะเรียกเงินค่าทดแทน จำเลยไม่มีอำนาจออกคำสั่งให้โจทก์ใช้เงินค่าทดแทนแก่นางดีอีก พิพากษาว่าคำวินิจฉัยของจำเลยไม่ผูกพันโจทก์ให้จำต้องปฏิบัติ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๙ เป็นกฎหมายพิเศษคู่กรณีหลีกเลี่ยงทำสัญญาประนีประนอมกันเองไม่ได้ จึงไม่ตัดสิทธินางดีที่จะร้องขอรับเงินค่าทดแทน พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ทำความเห็นแย้ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๙ เป็นกฎหมายพิเศษเกี่ยวด้วยแรงงาน ซึ่งประกาศขึ้นใช้แทนพระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ. ๒๔๙๙ และปรากฏตามคำปรารภของคณะปฏิวัติว่าเพื่อกำหนดการคุ้มครองและอำนวยประโยชน์แก่ลูกจ้างและป้องกันมิให้เกิดความระส่ำระสายในการประกอบอุตสาหกรรมพาณิชยกรรมอันจะเป็นภัยร้ายแรงแก่การดำเนินงานเศรษฐกิจเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศวัตถุประสงค์ที่ออกประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้กล่าวโดยสรุปก็เพื่อให้มีเหตุการณ์ต่าง ๆ อันเกิดจากความไม่เป็นธรรมแก่ลูกจ้างเป็นการคุ้มครองและอำนวยประโยชน์แก่ลูกจ้าง ทั้งป้องกันมิให้เกิดความระส่ำระสายในการเศรษฐกิจของประเทศและความสงบสุขของบ้านเมือง ฉะนั้น ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้จึงเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน การที่โจทก์และนางดี อินอ่อน มารดาของนายบุญน้อย อินอ่อนลูกจ้างโจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในเรื่องเงินค่าทดแทนกันไว้

ศาลฎีกาเห็นว่าย่อมเป็นการหลีกเลี่ยงก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ลูกจ้าง กล่าวคือ หากโจทก์จะต้องจ่ายเงินค่าทดแทนตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๙ ตามคำวินิจฉัยของจำเลยที่ ๒ โจทก์จะต้องจ่ายเงินค่าทดแทนเป็นรายเดือน ๆ ละ ๒๐๐ บาทมีกำหนด ๕ ปี คำนวณแล้วเป็นเงินถึง ๑๒,๐๐๐ บาท แต่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จ่ายเงินเพียง ๒,๐๐๐ บาท เท่านั้น ดังนั้นสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับเงินค่าทดแทนจึงเป็นข้อตกลงที่ผิดแผกแตกต่างไปจากประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๙ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน สัญญาประนีประนอมยอมความนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับเงินค่าทดแทน จึงตกเป็นโมฆะไม่มีผลบังคับ จำเลยจึงมีอำนาจวินิจฉัยสั่งให้โจทก์จ่ายเงินค่าทดแทนได้ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๙ และประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินค่าทดแทนตลอดจนจำนวนเงินค่าทดแทนศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุธรรม วรรณแสง · วิกรม เมาลานนท์ · ชลอ จามรมาน
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายกวี มนูญปิจุ
ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา ศุมาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้