Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2826/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดตาม ป.อ. มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก และ พ.ร.บ.มาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ.2540 อันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีระวางโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก แต่ปรากฏว่าระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาผู้เสียหายทั้งสามต่างยื่นคำร้องว่า แต่ละคนได้รับค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 จนเป็นที่พอใจแล้วจึงไม่ประสงค์จะว่ากล่าวเอาความแก่จำเลยที่ 1 อีกต่อไปซึ่งตาม ป.อ. มาตรา 283 ทวิ วรรคท้าย บัญญัติว่า "ความผิดตามวรรคแรกฯ เฉพาะกรณีที่กระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีเป็นความผิดอันยอมความได้" เมื่อผู้เสียหายทั้งสามซึ่งต่างก็มีอายุเกินสิบห้าปีแล้วทั้งสิ้น จึงเท่ากับยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมายในระหว่างฎีกา สิทธิของโจทก์ในการนำความผิดฐานนี้มาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ.2540 มาตรา 5 และ 7 วรรคหนึ่ง ซึ่งมิใช่ความผิดอันยอมความได้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยศาลล่างทั้งสองต่างมิได้กำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยที่ 1 ไว้ คดีของจำเลยที่ 1 จึงอาจต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นกำหนดโทษในความผิดดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องจำเลยทั้งสามสำนวนเป็นใจความว่า ระหว่างเดือนกันยายน 2542 ถึงเดือนตุลาคมปีเดียวกัน วันใดไม่ปรากฏชัด เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อหรือชักพานางสาว อ. ผู้เสียหาย ที่ 1 ซึ่งมีอายุ 16 ปีเศษ ไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวงไปถ่ายภาพยนตร์ วิดีโอเทปเปลือยกาย แสดงสัดส่วนของร่างกายเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น ทั้งยังเป็นการสมคบกันจัดให้หญิงกระทำการ หรือยอมรับการกระทำเพื่อการอนาจาร หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบสำหรับจำเลยทั้งสามกับพวกหรือผู้อื่น ต่อมาระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน วันใดไม่ปรากฏชัด เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันเป็นธุระจัดหา

ล่อหรือชักพานางสาว น. ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งมีอายุ 16 ปีเศษ กับนางสาว ม. ผู้เสียหายที่ 3 ซึ่งมีอายุ 17 ปีเศษ ไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวงไปถ่ายภาพยนตร์ วิดีโอเทปเปลือยกาย แสดงสัดส่วนของร่างกายเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น ทั้งยังเป็นการสมคบกันจัดให้หญิงกระทำการ หรือยอมรับการกระทำใดเพื่อการอนาจารหรือเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบสำหรับจำเลยทั้งสามกับพวกหรือผู้อื่น เหตุเกิดที่ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ และตำบลใดไม่ปรากฏชัด อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เกี่ยวพันกัน ตำรวจจับจำเลยทั้งสามได้พร้อมวิดีโอเทปเปลือยกาย แสดงสัดส่วนของร่ายกายผู้เสียหายทั้งสาม 5 ม้วน เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283, 91, 83, 32, 33 พระราชบัญญัติมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ.2540 มาตรา 5, 7 และริบของกลาง

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ตาย ศาลชั้นต้นจึงจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสอง, 83 พระราชบัญญัติมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ.2540 มาตรา 5, 7 การกระทำดังกล่าวเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เฉพาะการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพาหญิงอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจารเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นจำคุกกระทงละ 12 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 24 ปี ลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นแม้หญิงนั้นจะยินยอม

จำคุก 12 ปี ริบของกลาง ยกคำขออื่น จำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 จำเลยที่ 3 ขอถอนอุทธรณ์ของตน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 อนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก พระราชบัญญัติมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ.2540 มาตรา 5, 7 วรรคหนึ่ง การกระทำในแต่ละกระทงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานพาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 4 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 8 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 ให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ริบของกลาง ยกคำขออื่น (ที่ถูกคือนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น) จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีนี้จำเลยที่ 1 ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ว่าตนมิได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก และพระราชบัญญัติมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ.2540 มาตรา 5, 7 วรรคหนึ่ง ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยมา ความปรากฏว่าระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้เสียหายทั้งสามต่างยื่นคำร้องว่าแต่ละคนได้รับชดใช้ค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 จนเป็นที่พอใจแล้ว จึงไม่ประสงค์จะว่ากล่าวเอาความแก่จำเลยที่ 1 อีกต่อไปดังนี้ เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคท้าย บัญญัติว่า "ความผิดตามวรรคแรกฯ เฉพาะกรณีที่กระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีเป็นความผิดอันยอมความได้"

เมื่อผู้เสียหายทั้งสามซึ่งต่างก็มีอายุเกินสิบห้าปีแล้วทั้งสิ้นไม่ติดใจว่ากล่าวเอาความแก่จำเลยที่ 1 เช่นนี้ จึงเท่ากับยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมายในระหว่างฎีกา สิทธิของโจทก์ในการนำความผิดฐานนี้มาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) อย่างไรก็ตามศาลอุทธรณ์ภาค 5 ยังพิพากษาว่าความผิดฐานดังกล่าวของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกันกับความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ.2540 มาตรา 5 และ 7 วรรคหนึ่ง อันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท และเนื่องจากแต่ละบทมีระวางโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก ดังกล่าวข้างต้น

นอกจากนั้นศาลชั้นต้นซึ่งพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสอง เป็นกรรมเดียวกันกับความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ.2540 มาตรา 5, 7 ก็กำหนดให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 โดยศาลล่างทั้งสองต่างก็มิได้กำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ.2540 มาตรา 5, 7 วรรคหนึ่ง ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับซึ่งมิใช่ความผิดอันยอมความได้ไว้ด้วย เมื่อความผิดฐานนี้ยังไม่ระงับและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในส่วนนี้เป็นการพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

คดีของจำเลยที่ 1 จึงอาจต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นกำหนดโทษในความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ.2540 มาตรา 5 และ 7 วรรคหนึ่ง แก่จำเลยที่ 1" ให้จำหน่ายคดีในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก ออกจากสารบบความ และย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นกำหนดโทษแก่จำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ.2540 ต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธนพจน์ อารยลักษณ์ · ตรีวุฒิ สาขากร · วัส ติงสมิตร
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้