Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2822/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยแสดงข้อความในจดหมายที่ได้รับจากผู้อื่นให้บุคคลที่สามทราบโดยรู้อยู่ว่าจดหมายนั้นมีข้อความหมิ่นประมาทผู้เสียหาย นับว่าจำเลยได้ใส่ความผู้เสียหาย แล้วไม่ต่างอะไรกับที่จำเลยได้กล่าวด้วยถ้อยคำวาจา และเมื่อบุคคลที่สามเข้าใจข้อความในจดหมายนั้นแล้วการกระทำของจำเลยก็ครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำเลยจะได้กล่าวยืนยันข้อความนั้นว่าเป็นความจริงหรือไม่ ไม่เป็นข้อสำคัญ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้นำเอกสารที่มีข้อความหมิ่นประมาทนายนิรันดร์ ให้นายสำราญอ่านโดยมีนายสวัสดิ์ร่วมฟังด้วย ในเอกสารดังกล่าวมีใจความว่านายนิรันดร์ได้เข้าหุ้นกับผู้มีชื่อซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ถูกรางวัลที่ 1 นายนิรันดร์ไปรับเอาเงินรางวัลแต่ผู้เดียวคงแบ่งให้ผู้เข้าหุ้นด้วยเพียงห้าพันบาทแล้วหลบหนีไป ทั้งนี้ โดยจำเลยมีเจตนาหมิ่นประมาทใส่ความ ทำให้นายนิรันดร์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง เจ้าพนักงานยึดเอกสารที่มีข้อความหมิ่นประมาท 2 ฉบับไว้เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 332 และสั่งทำลายของกลางจำเลยให้การว่า ได้รับจดหมายซึ่งส่งมาจากผู้มีชื่อ มีข้อความตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องจริง ข้อความนั้นเป็นจริงหรือเท็จอย่างไร

จำเลยไม่ทราบ จำเลยอ่านจดหมายเองจะมีผู้ใดได้ยินหรือไม่ จำเลยไม่ทราบ จำเลยไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทผู้เสียหายศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ให้จำคุก 1 เดือน เอกสารของกลางให้ทำลายเสียจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยเพียงแต่ยื่นจดหมายที่มีผู้นำมาส่งให้จำเลย ให้นายสำราญเพราะนายสำราญถามว่าหนังสืออะไร ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงในหนังสือนั้น และถือไม่ได้ว่า จำเลยมีเจตนาใส่ความผู้เสียหาย การที่นายสำราญอ่านจดหมายนั้นดัง ๆ จนนายสวัสดิ์ได้ยิน ก็เป็นการกระทำของนายสำราญเอง คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิด พิพากษายกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการแสดงข้อความในจดหมายให้ปรากฏแก่บุคคลที่สาม

จำเลยย่อมมีเจตนาที่จะให้บุคคลที่สามทราบเรื่องราวในจดหมายนั้น เมื่อจำเลยรู้อยู่ว่าจดหมายมีข้อความหมิ่นประมาททำให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียง ก็นับว่าจำเลยได้ใส่ความผู้เสียหายด้วยถ้อยคำนั้นแล้ว ไม่ต่างอะไรกันกับจำเลยกล่าวถ้อยคำนั้นด้วยวาจา โดยเฉพาะคดีนี้ การที่จำเลยได้เอาจดหมายดังกล่าวให้นายสวัสดิ์อ่าน ก่อนที่นายสำราญจะมาถึงที่เกิดเหตุโดยนายสวัสดิ์ไม่ได้ร้องขอก็แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยได้แจ้งชัดว่าจำเลยต้องการให้บุคคลที่สามรู้เรื่องราวในจดหมายนั้นมาแต่แรกแล้ว การที่นายสำราญถามจำเลยว่าหนังสืออะไร ก็ไม่ทำให้จำเลยมีความชอบธรรมที่จะเอาข้อความในจดหมายนั้นเปิดเผยแก่นายสำราญอันจะเป็นข้อแก้ตัวให้จำเลยพ้นผิดไปได้ เมื่อนายสำราญเข้าใจข้อความในจดหมายนั้นแล้ว การกระทำของจำเลยก็ครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำเลยจะได้กล่าวยืนยันข้อความนั้นว่าเป็นความจริงหรือไม่ ไม่เป็นข้อสำคัญที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดนั้นชอบแล้ว แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าศาลชั้นต้นวางโทษจำเลยหนักไปพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เว้นแต่การวางกำหนดโทษ คงให้ลงโทษปรับจำเลยหนึ่งพันบาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพรียบ หุตางกูร · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · พิชัย รชตะนันทน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้