Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2820/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การกู้ยืมเงินกันนั้น ผู้กู้อาจยอมรับเอาสิ่งของหรือทรัพย์สินอื่นแทนจำนวนเงินหรืออาจนำหนี้สินอย่างอื่นมาแปลงเป็นหนี้เงินกู้ก็ได้ หาจำต้องมีการรับเงินกันเสมอไปไม่ จำเลยรับว่าได้ทำสัญญากู้เงินให้โจทก์ไว้ โดยจำนวนเงินในสัญญากู้เป็นหนี้ค่าเครื่องทำไฟซึ่งจำเลยค้างชำระโจทก์อยู่แม้จำเลยมิได้กู้เงินโจทก์ โจทก์จำเลยก็มีมูลหนี้ต่อกันจำเลยมิได้ต่อสู้ว่ามูลหนี้นั้นไม่สมบูรณ์เพราะเหตุใด เมื่อมูลหนี้เดิมสมบูรณ์อยู่แล้วย่อมไม่มีประเด็นที่จำเลยจะนำสืบหักล้างเอกสารสัญญากู้ได้ โจทก์จำเลยเอาหนี้ค่าเครื่องทำไฟมาทำเป็นสัญญากู้ สัญญากู้นั้นย่อมสมบูรณ์บังคับกันได้และผูกพันอย่างหนี้เงินกู้ เมื่อการกู้ยืมมีหลักฐานเป็นหนังสือ การนำสืบถึงการใช้เงินก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสองจำเลยจะขอสืบพยานบุคคลว่าได้ชำระเงินให้โจทก์แล้วหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๖,๐๐๐ บาทแล้วไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้ว่า ไม่เคยกู้เงินโจทก์ แต่จำเลยค้างชำระค่าเครื่องทำไฟซึ่งซื้อจากโจทก์อยู่ ๖,๐๐๐ บาท และจำเลยได้ลงชื่อไว้ในสัญญากู้ เงินที่ค้างนั้นจำเลยได้ชำระให้โจทก์หมดแล้ว วันชี้สองสถาน จำเลยรับว่าได้ทำสัญญากู้เงินตามสำเนาท้ายฟ้องให้โจทก์ไว้จริง แต่จำนวนเงินในสัญญากู้เป็นหนี้ค่าเครื่องทำไฟที่จำเลยค้างชำระอยู่ ต่อมาจำเลยได้ชำระเงินนั้นให้โจทก์หมดสิ้นแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานการชำระหนี้เป็นหนังสือ และไม่ได้ทำลายสัญญากู้ โจทก์โต้แย้งว่า เป็นการกู้ยืมเงินคนละเรื่องกับเครื่องทำไฟเงินค่าเครื่องทำไฟจำเลยได้ชำระให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว แต่เงินตามสัญญากู้นี้ยังมิได้ชำระให้โจทก์เลย ศาลชั้นต้นงดสืบพยาน พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๖,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๐๑จนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกู้ยืมเงินกันนั้น ผู้กู้อาจยอมรับเอาสิ่งของหรือทรัพย์สินอื่นแทนจำนวนเงิน หรืออาจนำหนี้สินอย่างอื่นมาแปลงเป็นหนี้เงินกู้ก็ได้หาจำต้องมีการรับเงินกันเสมอไปไม่ คดีนี้ จำเลยรับว่าได้ทำสัญญากู้เงินตามสำเนาท้ายฟ้องให้โจทก์ไว้จริงโดยจำนวนเงินในสัญญากู้เป็นหนี้ค่าเครื่องทำไฟ ซึ่งจำเลยค้างชำระอยู่ ถึงหากจะฟังดังจำเลยให้การว่าจำเลยมิได้กู้เงินโจทก์ แต่เป็นหนี้ค่าเครื่องทำไฟ ก็แสดงว่าโจทก์จำเลยมีมูลหนี้ต่อกันจริง จำเลยมิได้ต่อสู้เลยว่ามูลหนี้นั้นไม่สมบูรณ์เพราะเหตุใดเมื่อมูลหนี้เดิมสมบูรณ์อยู่แล้ว ก็ย่อมไม่มีประเด็นที่จำเลยจะนำสืบหักล้างเอกสารสัญญากู้ได้ การที่โจทก์จำเลยเอาหนี้ค่าเครื่องทำไฟมาทำเป็นสัญญากู้ตามสำเนาท้ายฟ้อง

สัญญากู้นั้นย่อมสมบูรณ์บังคับกันได้และผูกพันกันอย่างหนี้เงินกู้ เมื่อการกู้ยืมมีหลักฐานเป็นหนังสือ การนำสืบถึงการใช้เงินก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ วรรค ๒ จำเลยจะขอสืบพยานบุคคลว่าได้ชำระเงินให้โจทก์แล้วหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมีสิทธินำสืบถึงมูลหนี้เดิมได้และมีสิทธินำสืบถึงการชำระหนี้ได้ด้วยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะถ้ายอมให้สืบถึงมูลหนี้เดิมซึ่งสมบูรณ์อยู่แล้ว และสืบถึงการชำระหนี้ตามมูลหนี้เดิมได้โดยไม่คำนึงถึงสัญญากู้ ก็ย่อมไม่มีประโยชน์อย่างใดที่โจทก์จำเลยจะทำสัญญากู้ผูกพันกันไว้

เมื่อวินิจฉัยว่าจำเลยทำสัญญากู้ให้โจทก์ไว้โดยมีมูลหนี้และไม่อาจนำสืบถึงการชำระเงินได้ ข้อเท็จจริงก็ต้องฟังว่าจำเลยยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ตามฟ้อง โดยไม่จำต้องพิจารณาสืบพยานต่อไปอีก ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นแต่เฉพาะดอกเบี้ยซึ่งโจทก์ฟ้องเรียกจากจำเลยนับแต่วันทำสัญญากู้นั้นตามสัญญาระบุว่าจำเลยยอมเสียดอกเบี้ยแก่โจทก์ โดยมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๑๑ ซึ่งเป็นวันที่จำเลยตกเป็นผู้ผิดนัด โจทก์พอใจไม่อุทธรณ์ โจทก์ย่อมมีสิทธิได้ดอกเบี้ยเพียงเท่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษามา

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับเป็นให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สรรเสริญ ไกรจิตติ · เพรียบ หุตางกูร · รื่น วิไลชนม์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายกฤติพล จริงจิตร
ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้