Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 282/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องให้ลงโทษฐานผลิตกัญชา แต่พยานโจทก์ไม่มีผู้ใดรู้เห็นการปลูกกัญชาของจำเลย และไร่ข้าวที่ปลูกกัญชาจะเป็นของจำเลยหรือไม่ โจทก์ไม่มีพยานยืนยัน ส่วนบ้านจำเลยที่ค้นพบกัญชาก็ปรากฏว่าปลูกอยู่บนที่ดินของ ส. ดังนี้พยานโจทก์จึงไร้น้ำหนักรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยผลิตกัญชา.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2532 เวลากลางวัน จำเลยมีกัญชาแห้ง น้ำหนักสุทธิ 3 กิโลกรัม กัญชาสดน้ำหนักสุทธิ 3กิโลกรัม ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี จำเลยผลิตกัญชาโดยการเพาะปลูกต้นกัญชาจำนวน 100 ต้น น้ำหนัก 78 กิโลกรัมและมีกัญชาจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี เหตุเกิดที่ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าพนักงานยึดกัญชาแห้งจำนวน 3 กิโลกรัม และกัญชาสดจำนวน 81 กิโลกรัม เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7, 8, 26, 75, 76, 102 และขอให้ริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

พ.ศ. 2522 มาตรา 26, 76 วรรคหนึ่ง จำคุก 1 ปี ของกลางริบข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานผลิตกัญชาด้วยจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานผลิตกัญชาตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26, 75วรรคหนึ่งอีกกระทงหนึ่ง จำคุก 5 ปี รวมเป็นโทษจำคุกจำเลย 6 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว สำหรับข้อหาว่าจำเลยมีกัญชาแห้งจำนวน 3 กิโลกรัม และกัญชาสด จำนวน 81 กิโลกรัม ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นอันยุติ คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่าจำเลยผลิตกัญชาโดยการเพาะปลูกต้นกัญชาจำนวน 100 ต้น น้ำหนัก 78 กิโลกรัม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีตามกฎหมายหรือไม่ ปัญหานี้ โจทก์มีร้อยตำรวจโทบรรจบดำคำหรือกาฬวัจนะ ผู้ตรวจค้นและยึดกัญชาของกลางเบิกความว่าขณะตรวจค้นบ้านจำเลยไม่มีใครอยู่จึงเรียกนายจารึก พัฒน์ศรีทองให้เป็นพยานในการตรวจค้น การค้นพบกัญชาแห้ง 2 กล่อง วางอยู่บนร้านข้างบ้าน ใกล้ ๆ บริเวณร้าน มีกัญชาสดอยู่ในกระสอบปุ๋ย 2 กระสอบได้ตรวจไร่ข้าวมีกัญชาปลูกอยู่ 100 ต้น จึงยึดเป็นของกลางนายดาบตำรวจเฉลิม

นาคศรี ผู้ร่วมตรวจค้นบ้านจำเลยเบิกความว่ากัญชาสด 100 ต้น อยู่ในไร่ข้าวจำเลย ไร่ข้าวจำเลยอยู่ห่างบ้านจำเลยที่ตรวจค้น 2 กิโลเมตร นายจารึก พัฒน์ศรีทอง เบิกความว่าบ้านที่เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นเป็นของจำเลยปลูกอยู่บนที่ดินนายไสว ไร่จำเลยอยู่ห่างบ้านจำเลยประมาณ 5 กิโลเมตร เจ้าพนักงานตำรวจเป็นผู้ขอร้องให้เป็นพยานในการตรวจค้นบ้านจำเลย กัญชาสดเจ้าพนักงานตำรวจได้มาอย่างไรพยานไม่ทราบ พยานไม่เคยไปไร่จำเลย เห็นว่าพยานโจทก์ดังกล่าวทั้งสามปากไม่รู้เห็นการเพาะปลูกกัญชาของจำเลยตามคำฟ้องแต่อย่างใด ไร่ข้าวที่เจ้าพนักงานตำรวจยึดกัญชาสด 100 ต้น จะเป็นไร่ข้าวของจำเลยจริงหรือไม่ โจทก์ไม่มีพยานยืนยัน ทั้งนายจารึกพยานโจทก์ที่ร้อยตำรวจโทบรรจบเบิกความว่าเป็นผู้แจ้งกับตนขณะตรวจค้นยึดกัญชาของกลางว่า ของกลางที่ยึดเป็นของจำเลย

กลับเบิกความยืนยันว่าไม่เคยไปไร่ข้าวจำเลย กัญชาสดของกลางเจ้าพนักงานได้มาอย่างไรพยานไม่ทราบ พยานโจทก์ทั้งสามปากเบิกความถึงข้อเท็จจริงเดียวกันแตกต่างและขัดกันเอง มีพิรุธไร้น้ำหนัก รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยผลิตกัญชาตามฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องฐานผลิตกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาตนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้