Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2819/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยช่วยจำหน่ายหรือช่วยพาเอาไปเสียซึ่งโคของผู้เสียหายอันเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ กรณีจะเป็นความผิดก็เข้าลักษณะฐานรับของโจร แม้จำเลยร่วมกับผู้อื่นยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ก็ไม่แสดงว่าจำเลยเป็นคนร้ายลักโคของผู้เสียหายไป โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดฐานลักทรัพย์ ถือว่ายกฟ้องข้อหาฐานรับของโจร เมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์ ข้อหาฐานรับของโจรย่อมยุติ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องฐานลักทรัพย์ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์แต่มีความผิดฐานรับของโจร และพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองฐานรับของโจรจึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา จำเลยทั้งสองมีสิทธิฎีกาขอให้ยกฟ้องฐานรับของโจรได้ และศาลฎีกาไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ เพราะศาลอุทธรณ์ได้ยกฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาลักทรัพย์แล้ว ศาลฎีกาย่อมพิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องในข้อหาฐานรับของโจร.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างเดือนกันยายน 2530 ถึงวันที่ 15ตุลาคม 2530 เวลากลางวัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด มีคนร้ายร่วมกันลักเอาโค 4 ตัวของนายคำปัน กลิ่นส่ง ผู้เสียหายไปโดยทุจริต ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2530 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยทั้งสองกับพวกอีกสองคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้นำโค 3 ตัว ซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งของผู้เสียหายที่ถูกลักไปดังกล่าว ไปขายให้แก่ผู้มีชื่อทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันลักเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปหรือมิฉะนั้นจำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันรับเอาไว้ ช่วยซ่อนเร้นช่วยจำหน่ายซึ่งทรัพย์ส่วนหนึ่งของผู้เสียหายดังกล่าวจากคนร้ายโดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำผิดฐานลักทรัพย์

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 336 ทวิ, 357, 83พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525มาตรา 11 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 7)พ.ศ. 2530 มาตรา 3 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21พฤศจิกายน 2514 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาโค 4 ตัวราคา 16,000 บาท แก่ผู้เสียหาย และนับโทษของจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 437/2531 ของศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 477/2531 ของศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรม

อันมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 83 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2530 มาตรา 3 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 7 ปี ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 437/2531ของศาลชั้นต้น ไม่ปรากฏว่าคดีดังกล่าวได้พิพากษาแล้ว จึงไม่นับโทษต่อให้ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยทั้งสองไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ แต่มีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา357, 83 จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ในเบื้องต้นจะได้วินิจฉัยฎีกาโจทก์ก่อนว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันไปรับโคของผู้เสียหายและยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายย่อมฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันลักโคของผู้เสียหายนั้น เห็นว่า ตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาคงได้ความตามคำเบิกความของผู้เสียหายและนายอ้วนบิดาผู้เสียหายว่า หลังจากโคของผู้เสียหายถูกคนร้ายลักไปแล้วนายคำและนายส่วยได้มาติดต่อจำเลยทั้งสองให้นำรถยนต์มาบรรทุกโคของผู้เสียหายไปขายให้แก่นายตุ่น เช่นนี้ข้อเท็จจริงคงรับฟังได้แต่เพียงว่า จำเลยทั้งสองช่วยจำหน่ายหรือช่วยพาเอาไปเสียซึ่งโคของผู้เสียหายอันเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์เท่านั้น

การกระทำดังกล่าวถ้าจะเป็นความผิดก็จะเข้าลักษณะรับของโจรเท่านั้น หาใช่ความผิดฐานลักทรัพย์ไม่ แม้หากจะฟังข้อเท็จจริงต่อไปตามที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองร่วมกับนายคำและนายส่วยยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงเพียงแค่นี้ก็ไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ได้ชัดแจ้งว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันเป็นคนร้ายลักโคดังกล่าวของผู้เสียหายไป ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นต่อไปจะได้วินิจฉัยฎีกาจำเลยทั้งสองที่ขอให้ยกฟ้องโจทก์นั้นเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานลักทรัพย์จึงถือได้ว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ข้อหาฐานรับของโจร

เมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์กรณีย่อมต้องถือว่าข้อหาความผิดฐานรับของโจรได้ยุติไปแล้ว จำเลยอุทธรณ์ขอให้พิพากษายกฟ้องข้อหาฐานลักทรัพย์ ประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะวินิจฉัยก็คือ จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2วินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์จึงชอบแล้ว แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 กลับไปวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานรับของโจร และพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองฐานรับของโจรซึ่งยุติไปแล้วนั้นจึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาจำเลยทั้งสองมีสิทธิฎีกาขอให้ยกฟ้องในข้อหาฐานรับของโจรได้ และศาลฎีกาไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาพิพากษาใหม่ เพราะศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ยกฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาฐานลักทรัพย์แล้ว ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องในข้อหาฐานรับของโจรได้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ข้อหาฐานรับของโจร นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา ธนานันท์ · สมาน เวทวินิจ · สุทธิ อินทุเศรษฐ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้