Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2816/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนังสือรับสภาพหนี้ระบุว่าจำเลยที่ 1 ขอนำหลักทรัพย์ที่ดิน น.ส.3 ของจำเลยที่ 3 มาประกันหนี้ที่จำเลยที่ 1 ยอมทำหนังสือรับสภาพหนี้ ต่อมาจำเลยที่ 3 และที่ 4 จดทะเบียนจำนองที่ดินให้แก่โจทก์ในวงเงินจำนวนสูงมาก โดยมิได้โต้แย้งแสดงว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 ทราบแล้วว่า จำเลยที่ 1 ทำเงินขาดบัญชีและมีเจตนาจำนองที่ดินเป็นประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อโจทก์ เมื่อพิจารณาสัญญาจำนองที่ระบุว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 ยอมรับผิดในหนี้สินใด ๆ ที่จำเลยที่ 1 ได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่โจทก์ในเวลานี้หรือในเวลาหนึ่งเวลาใดต่อไปในภายหน้าไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ ตามที่กำหนดไว้ในหนังสือสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ทุกประการ และหนังสือรับสภาพหนี้ได้ทำขึ้นก่อนที่จะทำสัญญาจำนองดังกล่าว ดังนี้ เมื่อฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตกลงจำนองที่ดินเพื่อเป็นประกันหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ จำเลยที่ 3 และที่ 4 ผู้จำนองจึงต้องผูกพันรับผิดต่อโจทก์ แม้สัญญาจำนองจะระบุความรับผิดของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตามสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ฉบับที่สิ้นสุดไปแล้ว และได้มีการทำสัญญาจ้างกันใหม่ ทั้งจำเลยที่ 3 และที่ 4 ก็ให้การยอมรับว่าจำเลยทั้งสองจำนอง ที่ดินเพื่อเป็นประกันหนี้จำเลยที่ 1 ในขณะที่ทำสัญญาจำนอง จึงเป็นกรณีที่ระบุสัญญาจ้างผิดฉบับคลาดเคลื่อนไป โดยผิดหลง โดยมีเจตนาที่แท้จริงจะผูกพันกันตามสัญญาจ้างฉบับใหม่ จำเลยที่ 3 และที่ 4 ย่อมไม่อาจยกข้อผิดหลง ดังกล่าวขึ้นอ้างเพื่อปฏิเสธความรับผิดของตนตามสัญญาจำนองที่มีต่อโจทก์ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์ 8,231,258.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 7,886,235.50 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะชำระให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยที่ 2 ชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 50,000 บาท จำเลยที่ 3 และที่ 4 ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองจากโจทก์คนละ 2,800,000 บาท และ 1,200,000 บาท หากจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองขอให้ยึดที่ดินจำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน

จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง ในระหว่างพิจารณาของศาลแรงงานกลาง โจทก์และจำเลยที่ 1 ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และต่อมาโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลแรงงานกลางอนุญาต ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อยอมรับผิดและใช้หนี้ให้แก่โจทก์ ซึ่งมีนายเปรมศักดิ์ สามีจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อเป็นพยานในหนังสือรับสภาพหนี้ โดยไม่ได้โต้แย้งข้อความในเอกสารดังกล่าว แสดงว่าจำเลยที่ 1 เจตนาทำหนังสือรับสภาพหนี้ด้วยความสมัครใจ ทั้งหนังสือรับสภาพหนี้ระบุว่าจำเลยที่ 1 ขอนำหลักทรัพย์ น.ส.3 ของจำเลยที่ 3 มาประกันหนี้ซึ่งจำเลยที่ 1 ยอมทำหนังสือรับสภาพหนี้ด้วย ต่อมาจำเลยที่ 3 จดทะเบียนจำนองที่ดินนี้แก่โจทก์ การจำนองที่ดินของจำเลยที่ 3 เกิดขึ้นเนื่องจากการทำหนังสือรับสภาพหนี้ การที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 จดทะเบียนจำนองในวงเงินจำนวนสูงมากโดยมิได้โต้แย้ง แสดงว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ทราบแล้วว่าจำเลยที่ 1 ทำเงินขาดบัญชีและมีเจตนาจำนองที่ดินเป็นประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อโจทก์

เนื่องจากจำเลยที่ 1 ทำเงินขาดบัญชี จำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงต้องผูกพันรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาจำนอง พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ และให้จำเลยที่ 3 ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองที่ดินจากโจทก์จำนวน 2,800,000 บาท จำเลยที่ 4 ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองที่ดินจากโจทก์จำนวน 1,200,000 บาท หากจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่นำเงินมาชำระ ให้ยึดที่ดิน น.ส.3 ของจำเลยที่ 3 กับที่ดินโฉนดของจำเลยที่ 4 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบตามสัญญาจำนอง จำเลยที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์ประการแรกว่า โจทก์ฟ้องนางวนิดา พนักงานโจทก์พร้อมผู้ค้ำประกัน แต่โจทก์ไม่ได้ฟ้องนางวนิดาในส่วนอาญาเหมือนจำเลยที่ 1 ถือได้ว่าโจทก์ฟ้องโดยเลือกปฏิบัตินั้น เห็นว่า อุทธรณ์ดังกล่าวมิได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลแรงงานกลางว่าไม่ถูกต้องอย่างไร จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ประการที่สองว่า การจำนองตามสัญญาจำนองมีวัตถุประสงค์เพื่อประกันการกระทำหรืองดเว้นการกระทำซึ่งจำเลยที่ 1 กระทำต่อโจทก์ตามสัญญาจ้างเท่านั้น เมื่อสัญญาจ้างดังกล่าวซึ่งเป็นสัญญาประธานสิ้นสภาพไปแล้วเพราะมีการทำสัญญาจ้างฉบับใหม่สัญญาจำนองที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ทำกับโจทก์อันเป็นสัญญาอุปกรณ์ย่อมไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 3 และที่ 4 นั้น

เห็นว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า หนังสือรับสภาพหนี้ที่จำเลยที่ 1 ทำกับโจทก์ระบุว่าจำเลยที่ 1 ขอนำหลักทรัพย์ที่ดิน น.ส.3 ของจำเลยที่ 3 มาประกันหนี้ที่จำเลยที่ 1 ยอมทำหนังสือรับสภาพหนี้ด้วย ต่อมาจำเลยที่ 3 จดทะเบียนจำนองที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวตามหนังสือรับสภาพหนี้และจำเลยที่ 4 ได้จดทะเบียนจำนองที่ดินแก่โจทก์ด้วย การที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 จดทะเบียนจำนองในวงเงินจำนวนสูงมากโดยมิได้โต้แย้ง แสดงว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ทราบแล้วว่าจำเลยที่ 1 ทำเงินขาดบัญชีและมีเจตนาจำนองที่ดินเป็นประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อโจทก์ เมื่อพิจารณาประกอบกับสัญญาจำนองระบุว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 ยอมรับผิดในหนี้สินใด

ๆ ที่จำเลยที่ 1 ได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่โจทก์ในเวลานี้หรือในเวลาหนึ่งเวลาใดต่อไปในภายหน้าไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ ตามที่กำหนดไว้ในหนังสือสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ทุกประการและจำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ก่อนที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 จะทำสัญญาจำนองดังกล่าว เมื่อจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตกลงจำนองที่ดินเพื่อเป็นประกันหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ของจำเลยที่ 1 อันเป็นหนี้ที่มีอยู่ในเวลาทำสัญญาจำนอง จำเลยที่ 3 และที่ 4 ผู้จำนองจึงต้องผูกพันรับผิดต่อโจทก์ แม้สัญญาจำนองจะระบุว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ยอมรับผิดในหนี้สินที่จำเลยที่ 1 ได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่โจทก์ตามสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ฉบับที่สิ้นสุดไปแล้ว และได้มีการทำสัญญาจ้างกันใหม่

ทั้งจำเลยที่ 3 และที่ 4 ก็ให้การยอมรับว่าจำเลยทั้งสองจำนองที่ดินเพื่อเป็นประกันหนี้จำเลยที่ 1 ในขณะที่ทำสัญญาจำนอง ทั้งได้ความว่าในวันที่มีการทำสัญญาจำนอง จึงเป็นกรณีเป็นการระบุสัญญาจ้างผิดฉบับคลาดเคลื่อนไปโดยผิดหลง โดยมีเจตนาที่แท้จริงที่จะผูกพันกันตามสัญญาจ้างฉบับใหม่ จำเลยที่ 3 และที่ 4 ย่อมไม่อาจยกข้อผิดหลงดังกล่าวขึ้นอ้างเพื่อปฏิเสธความรับผิดของตนตามสัญญาจำนองที่มีต่อโจทก์ได้ ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์จำเลยที่ 3 และที่ 4 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พูนศักดิ์ จงกลนี · สละ เทศรำพรรณ · ปัญญา สุทธิบดี
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง (อุบลราชธานี) - นางมาลิน ภู่พงศ์ จุลมนต์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้