Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2810/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นเจ้าของที่ดิน ให้ผู้อื่นทำการจัดสรรแบ่งที่ดินขาย โจทก์ได้ทำสัญญาจะซื้อที่ดินนั้นกับผู้จัดสรร โดยจำเลยลงชื่อเป็นพยานและผู้ให้คำยินยอม ย่อมถือได้ว่าจำเลยเชิดผู้จัดสรรออกเป็นตัวแทน หรือยอมให้ผู้จัดสรรเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนในการขายที่ดินให้แก่โจทก์ จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์จำเลยฎีกาว่า ฟ้องเคลือบคลุมและคดีขาดอายุความ โดยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดิน ได้อนุญาตให้นางสุทธิพรนำที่ดินออกขายโดยประกาศว่าจะแบ่งที่ดินออกเป็นแปลงเล็ก ๆ ต่อมาจำเลยร่วมกับนางสุทธิพรนำส่วนหนึ่งของที่ดินรวม 3 แปลง ทำสัญญาจะขายให้โจทก์ โดยนางสุทธิพรลงชื่อในสัญญาเป็นผู้จะขาย ส่วนจำเลยลงชื่อในฐานะพยานและผู้ให้คำยินยอม โจทก์ชำระเงินให้นางสุทธิพรและจำเลยครบถ้วนแล้ว จำเลยและนางสุทธิพรตกลงจะจัดการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้โจทก์ทันทีที่แบ่งแยกที่ดินเสร็จ แต่ไม่จัดการให้ ขอให้บังคับให้จำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ หากจำเลยไม่ยินยอมไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ ขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากโอนให้ไม่ได้ ก็ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 145,200 บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า เดิมนางสุทธิพรได้ตกลงซื้อที่ดินจากจำเลยแล้วผิดสัญญา จำเลยจึงริบมัดจำและเลิกสัญญาซื้อขาย หนังสือสัญญาจะซื้อขายระหว่างนางสุทธิพรกับโจทก์เป็นหนังสือสัญญาที่นางสุทธิพรจะขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้โจทก์ จำเลยเป็นแต่ลงชื่อเป็นพยานขณะลงชื่อในสัญญาไม่มีคำว่า "และผู้ให้ความยินยอม" คำขอท้ายฟ้องที่ว่าหากโอนให้ไม่ได้ ให้จำเลยชำระเงิน 145,200 บาทพร้อมดอกเบี้ยนั้น โจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยจะต้องชำระเงินดังกล่าวด้วยเหตุใดจึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม และคดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า ตามสัญญาเอกสาร จ.1 นางสุทธิพรเป็นผู้รับเงินมัดจำ ไม่ได้ระบุชื่อจำเลยเป็นคู่สัญญา จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามที่โจทก์เรียกร้อง ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยให้คำรับรองยินยอมอนุญาตให้นางสุทธิพรนำที่ดินของจำเลยออกขายจริง เป็นการกระทำที่เรียกได้ว่าจำเลยเชิดให้นางสุทธิพรเป็นตัวแทนหรือยอมให้นางสุทธิพรเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนขายที่ดินของจำเลยให้โจทก์ จำเลยจึงต้องรับผิดโอนที่ดินตามฟ้องให้โจทก์ พิพากษากลับ ให้จำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ หากจำเลยไม่ยินยอมไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากโอนไม่ได้ให้จำเลยชำระเงินค่าที่ดินในอัตราไร่ละหนึ่งแสนบาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นางสุทธิพรเป็นผู้จัดสรรที่ดินแบ่งขาย โจทก์ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาท นางสุทธิพรลงชื่อเป็นผู้จะขายและผู้รับเงิน จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พิพาทลงชื่อเป็นพยานและผู้ให้คำยินยอม โดยในสัญญามีข้อความว่านางสุทธิพรได้รับสิทธิจากจำเลยให้จัดการขายได้โดยไม่มีเงื่อนไข พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยเชิดนางสุทธิพรออกเป็นตัวแทน หรือยอมให้นางสุทธิพรเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตน ขายที่ดินให้กับโจทก์ จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและคดีขาดอายุความนั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 จึงไม่วินิจฉัยให้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กฤษณ์ โสภิตกุล · ยงยุทธ เลอลภ · อุดม จาละ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้