Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2801/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า ว. เจ้าของรถบรรทุกของกลางมิได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วยในการที่จำเลยนำรถบรรทุกดังกล่าวไปกระทำความผิดกฎหมาย ซึ่งโจทก์ก็มิได้อุทธรณ์โต้แย้งคัดค้านในข้อนี้จึงต้องฟังเป็นยุติตามนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 หยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นมาแล้ววินิจฉัยว่า ว. รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ ดังนั้น การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกซื้อรถบรรทุกของกลางจาก ว. เจ้าของเดิมที่มิได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลยเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในกิจการของผู้ร้อง กรณีไม่อาจถือว่าผู้ร้องใช้สิทธิขอคืนรถบรรทุกของกลางโดยไม่สุจริตแต่อย่างใด ผู้ร้องจึงเป็นเจ้าของและมีสิทธิขอคืนรถบรรทุกของกลางได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 แต่ไม่ริบรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 80 - 7502 สมุทรปราการ ของกลาง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบรถบรรทุกของกลาง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถบรรทุกของกลาง คดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เดิมรถบรรทุกของกลางเป็นของนายวิทยา ก้อนทรัพย์ ต่อมานายวิทยาให้จำเลยเช่าเพื่อบรรทุกสินค้า มิใช่เป็นกิจการของนายวิทยาหรือมีส่วนได้เสียหรือมีผลประโยชน์ร่วมกับจำเลย ดังนั้น นายวิทยาจึงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยชอบที่จะขอรับรถบรรทุกของกลางคืนได้ ต่อมาหลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่ริบรถบรรทุกของกลาง นายวิทยาได้ขายรถบรรทุกของกลางให้แก่ผู้ร้องในราคา300,000 บาท โดยนายวิทยาและจำเลยไม่ได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบเรื่องที่จำเลยนำรถบรรทุกของกลางไปกระทำความผิด ผู้ร้องเพิ่งมาทราบภายหลังว่าศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาให้ริบรถบรรทุกของกลาง

ขอให้สั่งคืนรถบรรทุกของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถบรรทุกของกลางและมีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดกับจำเลย ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอคืนรถบรรทุกของกลางและเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้คืนรถบรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2542 เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยพร้อมยึดรถบรรทุกของกลางกล่าวหาว่าจำเลยใช้รถบรรทุกของกลางเป็นยานพาหนะบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดต่อมาพนักงานสอบสวนอนุญาตให้นายวิทยา ก้อนทรัพย์ เจ้าของรถบรรทุกของกลางรับรถบรรทุกของกลางไปเก็บรักษาไว้ระหว่างสอบสวน วันที่ 30 มิถุนายน 2542 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 และขอริบรถบรรทุกของกลางจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย แต่ไม่ริบรถบรรทุกของกลางโจทก์อุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 2 วันที่ 5 ตุลาคม 2542 นายวิทยาจดทะเบียนโอนขายรถบรรทุกของกลางให้แก่ผู้ร้อง วันที่ 19 มกราคม 2543 ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่าให้ริบรถบรรทุกของกลางให้โจทก์และจำเลยฟัง คดีถึงที่สุด

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องใช้สิทธิโดยไม่สุจริตกระทำเพื่อประโยชน์ของนายวิทยาโดยถือได้ว่านายวิทยาเจ้าของเดิมและผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับโอนรถบรรทุกของกลางรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ในปัญหาในส่วนของนายวิทยาผู้เป็นเจ้าของรถบรรทุกของกลางในขณะจำเลยกระทำความผิดนั้น ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่านายวิทยาไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย โจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้งคัดค้านในข้อนี้จึงต้องเป็นยุติตามนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 หยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นมาแล้ววินิจฉัยว่า นายวิทยารู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ ดังนั้น การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ซื้อรถบรรทุกของกลางมาจากนายวิทยาเจ้าของเดิมที่ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการประกอบกิจการตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ต่อทางราชการ ตามสำเนาหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดสมุทรปราการเอกสารหมาย

ร.1 ดังที่ผู้ร้องฎีกา ผู้ร้องจึงเป็นเจ้าของและมีสิทธิร้องขอคืนรถบรรทุกของกลางได้ เมื่อนายวิทยาไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยดังกล่าวแล้ว กรณีจึงไม่อาจถือว่า ผู้ร้องใช้สิทธิร้องขอคืนรถบรรทุกของกลางโดยไม่สุจริตแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกคำร้องของผู้ร้องนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับตามคำสั่งศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย พงษธา · วิชัย ชื่นชมพูนุท · จรัส พวงมณี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดนั้น เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 636/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้องวิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดนั้น เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้