Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2798/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นผู้แทนจำหน่ายหนังสือพิมพ์ของโจทก์ร่วม หนังสือพิมพ์ของโจทก์ร่วมได้ลงพิมพ์โฆษณาข้อความทำนองว่า จำเลยค้างชำระหนี้สินเป็นจำนวนมาก เป็นผู้ถ่วงเวลาการชำระเงินและมีมารยาทไม่ดีเป็นข้อความที่เห็นได้ว่าอาจเกิดความเสื่อมเสียแก่ฐานะของจำเลยซึ่งเป็นพ่อค้าได้ จำเลยจึงลงพิมพ์โฆษณาข้อความโต้ตอบในหนังสือพิมพ์มีใจความตอนแรกแสดงถึงจำนวนหนี้สินที่ค้างชำระระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลยว่ามีไม่มาก และต่อมาก็เป็นข้อความว่าโจทก์ร่วม เช่นว่าโจทก์ร่วมมีเจตนาไม่ดี ใช้คำพูดแข็งแกร่ง ไร้เหตุผลเป็นบุคคลต่ำต้อย เหี้ยมเกรียมชั่วร้ายต่อผู้แทนเป็นคนหน้าเนื้อใจเสือ มีวิธีการเลวทรามต่ำช้า ไร้มารยาทและไม่มีจรรยาทางหนังสือพิมพ์ ดังนี้ เป็นข้อความที่ตอบโต้เพื่อให้ผู้ที่รู้เห็นได้เข้าใจว่า ผู้ที่กล่าวหาจำเลยเสียหายนั้นเป็นบุคคลที่ไม่ควรเชื่อถือ เป็นการกระทำที่ป้องกันความเสียหายของจำเลยโดยตรง และพฤติการณ์ได้เป็นไปโดยการโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ เฉพาะในเรื่องที่จำเลยถูกกล่าวหาภายหลังจากโจทก์ร่วมได้โฆษณากล่าวหาจำเลยแล้ว จึงเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริต เพื่อป้องกันตนตามคลองธรรม จำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใส่ความหมิ่นประมาทผู้เสียหายโดยโฆษณาข้อความในหนังสือพิมพ์ภาษาจีนรายวันชื่อ "ฮั้วซึงไคว่เป้า" ว่า "ข้าพเจ้าแต่ไหนแต่ไรมาถือว่านายเกียงเจี๊ยะ แซ่เอง เป็นปัญญาชนที่ควรแก่การเคารพนับถือ แต่ทว่าถ้ายกเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นข้อสังเกต นายเกียงเจี๊ยะ แซ่เอง ก็เพียงแต่เป็นบุคคลผู้น้อยที่ต่ำต้อย ฯลฯ ข้าพเจ้าไม่เพียงแต่เสียประโยชน์ซึ่งต่อสู้มาเป็นเวลา 16 เดือน และยังถูกนายเกียงเจี๊ยะ แซ่เอง ทำให้อัปยศอย่างไร้มารยาท นายเกียงเจี๊ยะ แซ่เอง เข้าใจว่าตนมีหนังสือพิมพ์อยู่ฉบับหนึ่งก็ทำอะไรได้ตามอำเภอใจ ใช้ความเห็นส่วนตัวยกยอหรือด่าทอ ไม่มีมารยาททางบุคคลเสียเลย และไม่มีจรรยาทางด้านหนังสือพิมพ์ ฯลฯ" เป็นเหตุให้นายเกียงเจี๊ยะ

แซ่เอง เสียชื่อเสียง ถูกประชาชนดูหมิ่นเกลียดชัง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328จำเลยให้การปฏิเสธผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาว่า การกระทำของจำเลยหาใช่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตหรือเพื่อความชอบธรรม ป้องกันตน หรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมไม่ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยเป็นผู้แทนจำหน่ายหนังสือพิมพ์ "เจียะเป้า" ของโจทก์ร่วมมาแต่ปี พ.ศ. 2513 ในวันที่ 1 ถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2514 หนังสือพิมพ์ "เจียะเป้า" ได้ลงพิมพ์ข้อความมีใจความสำคัญว่า หนังสือพิมพ์ "เจียะเป้า"

เปลี่ยนผู้แทนจำหน่ายคนใหม่ ห้ามผู้ซื้อชำระเงินต่อผู้แทนจำหน่ายคนเดิม และต่อมาวันที่ 4 สิงหาคม 2514 ได้ลงพิมพ์ข้อความต่อไปมีใจความว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายคนเดิมค้างชำระค่าหนังสือพิมพ์เป็นจำนวนมากถ่วงเวลาการชำระเงิน และมารยาทที่จำเลยทำต่อผู้อ่านไม่เหมาะสม จึงได้ถอนสิทธิการเป็นผู้แทนจำหน่ายของจำเลย ครั้นวันที่ 4 กันยายน 2514 หนังสือพิมพ์ "ฮั้วซึงไคว่เป้า" ได้พิมพ์ข้อความตามที่โจทก์ฟ้องนี้ปัญหาว่า จำเลยหมิ่นประมาทใส่ความหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อความที่โจทก์ร่วมลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ "เจียะเป้า" อันเป็นมูลทำให้มีการโต้ตอบกัน ได้มีข้อความทำนองว่าจำเลยค้างชำระหนี้สินเป็นจำนวนมาก เป็นผู่ถ่วงเวลาการชำระเงิน และมีมารยาทไม่ดีเป็นข้อความที่เห็นได้ว่าอาจเกิดความเสื่อมเสียแก่ฐานะของจำเลย ซึ่งเป็นพ่อค้าได้ สำหรับข้อความที่โจทก์อ้างว่า จำเลยบังอาจใส่ความโจทก์ร่วมนั้นมีใจความสำคัญในตอนแรกแสดงถึงจำนวนหนี้สินที่ค้างชำระระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลยว่ามีไม่มาก และต่อมาก็เป็นข้อความว่าโจทก์ร่วม เช่นว่าโจทก์ร่วมมีเจตนาไม่ดี ใช้คำพูดแข็งแกร่งไร้เหตุผล เป็นบุคคลต่ำต้อย เหี้ยมเกรียมชั่วร้ายต่อผู้แทน เป็นคนหน้าเนื้อใจเสือ มีวิธีการเลวทรามต่ำช้า

ไร้มารยาท และไม่มีจรรยาทางหนังสือพิมพ์เหล่านี้เป็นต้น ล้วนแต่เป็นข้อความที่ตอบโต้เพื่อให้ผู้ที่รู้เห็นได้เข้าใจว่า ผู้ที่กล่าวหาว่าจำเลยเสียหายนั้นเป็นบุคคลที่ไม่ควรเชื่อถือ เป็นการกระทำที่ป้องกันความเสียหายของจำเลยโดยตรง และพฤติการณ์นี้ได้เป็นไปโดยการโฆษณาทางหนังสือพิมพ์เฉพาะในเรื่องที่ว่าจำเลยถูกกล่าวหา ภายหลังจากโจทก์ร่วมได้โฆษณากล่าวหา จำเลยทางหนังสือพิมพ์แล้วเช่นเดียวกัน จึงเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริต เพื่อป้องกันตนตามคลองธรรม ฉะนั้น แม้จำเลยจะเป็นผู้โฆษณาข้อความตามฟ้อง ก็ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(1) บัญญัติไว้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศิริ อติโพธิ · เสถียร ลิมปิษเฐียร · วิทูร เทพพิทักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้