Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2793/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 7 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 มาตรา 5 บัญญัติว่าไม้สักและไม้ยางทั่วไปในราชอาณาจักรไม่ว่าจะขึ้นอยู่ที่ใด เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไม้อื่นในป่าจะให้เป็นไม้หวงห้ามประเภทใดให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา เมื่อไม้ยางแดงถูกกำหนดให้เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก.โดยพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2505 จึงต้องแปลว่าไม้ยางแดงเป็นไม้อื่นตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 7แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 5(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 35/2515)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง

จำเลยให้การรับสารภาพ คดีฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑มีไม้ยางแดงหนึ่งท่อน ที่ยังไม่แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยทั้งสองร่วมกันแปรรูปไม้ยางแดงหนึ่งท่อนปริมาตร ๓.๑๓ ลูกบาศก์เมตร และร่วมกันมีไม้หวงห้ามดังกล่าวไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าไม้ยางแดงของกลางเป็นไม้หวงห้ามโดยพระราชกฤษฎีกาจึงเป็นไม้หวงห้ามประเภทไม้อื่น หาใช่เป็นไม้ประเภทไม้ยางไม่ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๔, ๖, ๗, ๔๗, ๔๘, ๔๙, ๖๙, ๗๐, ๗๓, ๗๔,๗๔ ทวิ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๖, ๑๗พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๔๐๓ มาตรา ๕, ๑๒, ๑๗, ๑๘, ๒๑ประกาศกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้

พุทธศักราช ๒๔๘๔ ลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๙พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๔ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ปรับจำเลยที่ ๑ ฐานมีไม้หวงห้ามยังไม่แปรรูปโดยไม่รับอนุญาต ๒๐๐ บาท ปรับจำเลยทั้งสองฐานแปรรูปไม้และมีไม้หวงห้ามแปรรูปโดยไม่รับอนุญาตคนละ ๘๐๐ บาท

จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘คงปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๕๐๐ บาท ปรับจำเลยที่ ๒ เป็นเงิน ๔๐๐ บาทบังคับค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ของกลางริบ

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ว่า ไม้ยางแดงของกลางเป็นไม้ยางตามมาตรา ๗แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๕ ซึ่งตามมาตรา ๖๙(๑) และมาตรา ๗๓(๑) บัญญัติว่าผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๖ เดือนถึง ๕ ปี และปรับตั้งแต่ ๒,๐๐๐ บาทถึง ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะอัตราโทษที่ลงแก่จำเลยทั้งสอง เป็นว่าจำคุกคนละ ๖ เดือน และปรับคนละ ๒,๐๐๐ บาท ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๗๓ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๗ จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๓ เดือน และปรับคนละ๑,๐๐๐ บาท แต่โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด ๑ ปี บังคับค่าปรับตามมาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ไม้ยางแดงที่โจทก์ฟ้องเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก.ในบัญชีที่ ๒ อันดับ ๑๔๑ ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามพ.ศ. ๒๕๐๕ แต่พระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๕บัญญัติว่า ไม้สักและไม้ยางทั่วไปในราชอาณาจักร ไม่ว่าจะขึ้นอยู่ที่ใดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไม้อื่นในป่าจะให้เป็นไม้หวงห้ามประเภทใดให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่าเมื่อไม้ยางแดงที่โจทก์ฟ้องถูกกำหนดให้เป็นไม้หวงห้าม ประเภท ก.โดยพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๐๕ ไม้ยางแดงจึงเป็นไม้อื่นตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๕

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๗, ๔๗, ๔๘, ๗๓ วรรค ๑ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๕, ๑๗ ประกาศกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช๒๔๘๔ ลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙ พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามพ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ และจำเลยที่ ๑มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๗,๖๙ วรรค ๑ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๕, ๑๒พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๔ อีกกระทงหนึ่งส่วนกำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยทั้งสองนั้น ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ของกลางริบ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศวิต สมหวัง · อุดม เพชรคุปต์ · ยงยุทธ เลอลภ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดราชบุรี - นายสุทิน เลิศวิรุฬห์
ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ วราภรณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้