Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2792/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อไม่ปรากฏว่าข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน ของนายจ้างเป็นอย่างไร การจะปรับว่าการกระทำของลูกจ้าง เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายอันเป็นกรณีร้ายแรงย่อมปรับไม่ได้ดังนั้นการที่ลูกจ้างซึ่งเป็นพนักงานขับรถให้พนักงานยกของเฝ้ารถไว้แล้วโทรศัพท์บอกนายจ้างว่าตนจะไม่นำ รถกลับเพราะทางราชการห้ามมิให้รถบรรทุกวิ่งในช่วงเวลานั้น เป็นเหตุผลอันสมควรสำหรับลูกจ้างจะถือว่าการละทิ้งรถ ในลักษณะนี้ เป็นกรณีที่ร้ายแรงยังไม่ได้ การที่จะพิจารณาว่าการกระทำใดของลูกจ้างเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายอันเป็นกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่นั้น จักต้องพิจารณาจากการกระทำนั้น โดยเฉพาะจะนำเอาความผิดครั้งก่อนๆมาพิจารณาประกอบแล้วถือว่าการกระทำครั้งหลังเป็นกรณีที่ร้ายแรงหาชอบไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำเป็นพนักงานขับรถส่งของจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด ไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ไม่จ่ายค่าชดเชยเป็นการบอกเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายกับให้ชำระดอกเบี้ยสำหรับเงินต้นสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ขับรถส่งของแล้วไม่ยกของลงจากรถส่งให้แก่ผู้รับตามหน้าที่กับละทิ้งหน้าที่ คือ โจทก์ขับรถส่งของเสร็จแล้วไม่นำรถกลับโรงงาน กลับละทิ้งรถไว้ จำเลยต้องนำรถกลับเอง เป็นการบกพร่องต่อหน้าที่ ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับอย่างร้ายแรง การเลิกจ้างของจำเลยชอบด้วยศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า

เมื่อโจทก์ขับรถส่งของตามหน้าที่แล้วย่อมมีหน้าที่ขับรถกลับด้วย แม้ช่วงเวลา 16 ถึง 18 นาฬิกา ทางราชการห้ามรถบรรทุกวิ่งก็หาให้โจทก์พ้นหน้าที่ต้องขับรถกลับไม่ การกระทำของโจทก์จึงเป็นการขัดคำสั่ง ถือได้ว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ให้ถูกต้องและสุจริตการเลิกจ้างของจำเลยจึงมีสาเหตุอันสมควรมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมอันจำเลยจะต้องรับผิดต่อความเสียหาย และจำเลยเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า แต่การที่โจทก์จอดรถทิ้งไว้โดยมีพนักงานยกของเฝ้าไว้และโจทก์ยังได้แจ้งทางโทรศัพท์ให้จำเลยส่งคนไปขับรถกลับได้โดยเรียบร้อยเป็นการขัดคำสั่งมิใช่เป็นกรณีที่ร้ายแรง โจทก์ไม่เคยถูกตักเตือนในเรื่องนี้มาก่อน เมื่อจำเลยเลิกจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย

พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีนี้คู่ความมิได้ส่งข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยต่อศาลเพื่อให้ศาลพิเคราะห์ว่าการกระทำของโจทก์นั้นเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายอันเป็นกรณีที่ร้ายแรงตามที่จำเลยต่อสู้หรือไม่ ดังนั้น การจะปรับว่าการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายอันเป็นกรณีที่ร้ายแรงย่อมปรับมิได้การที่โจทก์ให้พนักงานยกของเฝ้ารถไว้แล้วแจ้งทางโทรศัพท์ให้จำเลยทราบว่าตนไม่สามารถนำรถกลับได้ เพราะทางราชการห้ามมิให้รถบรรทุกวิ่งในช่วงเวลา16 นาฬิกา

ถึง 18 นาฬิกา นั้น เป็นเหตุผลอันสมควรสำหรับโจทก์จึงจะถือว่าการทิ้งรถในลักษณะนี้เป็นกรณีที่ร้ายแรงยังไม่ได้การที่พิจารณาว่าการกระทำใดของลูกจ้างเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายอันเป็นกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่นั้น จักต้องพิจารณาจากการกระทำนั้นโดยเฉพาะ จะนำเอาความผิดครั้งก่อน ๆ มาพิจารณาประกอบแล้วถือว่าการกระทำครั้งหลังเป็นกรณีที่ร้ายแรงหาชอบไม่ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) ได้เปิดโอกาสให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในกรณีที่ลูกจ้างกระทำความผิดไม่ร้ายแรงอยู่แล้ว ทั้งนี้โดยให้ตักเตือนเป็นหนังสือก่อนสำหรับความผิดนั้น เมื่อประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ เปิดโอกาสให้จำเลยดังกล่าว จำเลยจะนำเอาความผิดครั้งก่อนมาประกอบการพิจารณาสำหรับความผิดครั้งหลังให้เป็นกรณีที่ร้ายแรงย่อมไม่ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · ขจร หะวานนท์ · สุรัช รัตนอุดม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3211/2545

การที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์และได้รับอนุญาตให้ลาจนครบกำหนด และมาทำงานแล้ว ก็ตาม หากจำเลยสงสัยว่าโจทก์ป่วยจริงหรือไม่หรือใช้สิทธิลาป่วยไม่สุจริต ก็ชอบที่จะสั่งให้โจทก์ไปตรวจกับ แพทย์อื่นซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2257/2543

ประกาศของจำเลยที่ห้ามพนักงานของโรงแรมซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยไปขับรถจักรยานยนต์รับจ้างนอกเวลาทำงานตามปกติ ได้ระบุถึงเขตพื้นที่ที่ห้ามไว้โดยเฉพาะคือบริเวณโรงแรมของจำเลยเท่านั้น จึงเป็นอำนาจของจำเลยที่จะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2543

โจทก์ทำงานอยู่แผนกจัดส่ง มีหน้าที่รับส่งและบรรจุน้ำมันลงถังการที่ ว. หัวหน้าแผนกซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์สั่งให้โจทก์ไปตักน้ำมัน และไขน้ำมันจากท่อน้ำรวมในโรงงานซึ่งมีน้ำสกปรกไหลผ่าน เป็นการสั่งให…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้