Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2783/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิด จำเลยให้การว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ ข้อที่ไม่รับกันจึงอยู่ที่ว่าโจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ซึ่งเป็นประเด็นข้อพิพาทที่ศาลแรงงานกลางจดไว้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 39 วรรคหนึ่ง เมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ได้ทำการทุจริต จำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิด ผลแห่งการเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิด ผลแห่งการเลิกจ้างจึงต้องบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์อันเป็นผลของการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้จึงไม่เป็นการพิพากษานอกประเด็น จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ทำบันทึกขอเบิกเงินค่ามัดจำเสื้อฟอร์มของ น. คืนและทำใบเบิกจ่ายเงินเสนอผู้บังคับบัญชาระบุว่า น. ขอเบิกเงินค่ามัดจำคืนโดยลงชื่อ น. ในใบเบิกจ่ายเงินช่องผู้ขอเบิกทั้ง ๆ ที่ น. ไม่มีสิทธิเบิกและไม่ได้ขอเบิก เป็นทั้งการทุจริตต่อหน้าที่และกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างการที่ศาลแรงงานกลางฟังว่าโจทก์ได้กระทำการตามที่จำเลยให้การก็ชอบที่จะวินิจฉัยปรับบทด้วยว่าเป็นการปลอมเอกสารใบเบิกจ่ายเงินอันเป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างตามที่จำเลยให้การไว้หรือไม่ด้วย การไม่วินิจฉัยปรับบทดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างทำหน้าที่ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกขายปลีกกะรัตเซ็นเตอร์ได้ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 16,200 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 29 ของเดือนวันที่ 28 พฤษภาคม 2542 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์ทำงานกับจำเลยมาครบ 1 ปีแต่ไม่เกิน 3 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย90 วัน คิดเป็นเงิน 48,600 บาท และมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือน คิดเป็นเงิน 16,200 บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 16,200 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จและค่าชดเชยจำนวน 48,600 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง โดยเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2542 โจทก์ทำบันทึกขอเบิกเงินค่ามัดจำเสื้อฟอร์มของนางสาวนิษารัตน์ พันธา ซึ่งลาออกจากการเป็นพนักงานของจำเลยคืน 2 ตัว พร้อมกับทำใบเบิกจ่ายเงินแนบท้ายเสนอผู้บังคับบัญชาระบุว่านางสาวนิษารัตน์ขอเบิกเงินค่ามัดจำเสื้อฟอร์มคืน 2 ตัว ตัวละ 500 บาท รวมเป็นเงิน 1,000 บาทซึ่งเป็นเท็จ เพราะนางสาวนิษารัตน์ไม่ได้ถูกหักเงินค่ามัดจำเสื้อฟอร์มไว้ไม่มีสิทธิเบิกเงินค่ามัดจำเสื้อฟอร์มคืนโดยปลอมลายมือชื่อของนางสาวนิษารัตน์ลงในใบเบิกจ่ายเงินช่องผู้ขอเบิก และลงลายมือชื่อของตนเองในช่องผู้ตรวจ

อันเป็นการปลอมเอกสารและเป็นการกระทำความผิดตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอย่างร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ประการเดียวว่าโจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เมื่อนางสาวนิษารัตน์ พันธาออกจากงานแล้วได้ส่งเสื้อฟอร์ม 2 ตัว คืนจำเลยผ่านทางโจทก์โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าตนไม่ได้เสียเงินค่ามัดจำเสื้อฟอร์มไว้และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์รู้อยู่แล้วว่านางสาวนิษารัตน์ไม่มีสิทธิเบิกเงินค่ามัดจำเสื้อฟอร์มคืนโจทก์ทำบันทึกขอเบิกเงินค่ามัดจำเสื้อฟอร์มของนางสาวนิษารัตน์คืน และทำใบเบิกจ่ายเงินตามเอกสารหมาย

ล.1 เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น โดยแนบเอกสารหลักฐานการยืมเสื้อฟอร์มและหลักฐานการส่งคืนตามเอกสารหมาย ล.3 แผ่นที่ 32 ซึ่งมีลายมือชื่อที่แท้จริงของนางสาวนิษารัตน์ประกอบใบเบิกจ่ายเงินเอกสารหมาย ล.1 ทำขึ้นโดยใช้แบบฟอร์มซึ่งมีช่องผู้ขอเบิก ผู้ตรวจ ผู้อนุมัติ ผู้จ่าย ผู้รับ และผู้ลงบัญชี โจทก์เพียงแต่เขียนชื่อนิษารัตน์ลงในช่องผู้เบิกไม่ได้เขียนในช่องผู้รับมีลักษณะเป็นการทำไปตามที่เป็นจริงทั้งเป็นงานในหน้าที่ของโจทก์ โจทก์อยู่ในฐานะเขียนได้ ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทำการทุจริต เมื่อโจทก์ไม่ได้ทำการทุจริต การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิดพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน16,200 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี และจ่ายค่าชดเชยจำนวน 48,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15ต่อปี นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2542 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเฉพาะที่ศาลฎีกาให้รับไว้พิจารณาว่าการที่ศาลแรงงานกลางมิได้นำข้อเท็จจริงแห่งการกระทำของโจทก์ที่ทำใบเบิกจ่ายเงินเอกสารหมาย ล.1 โดยเขียนชื่อนางสาวนิษารัตน์ลงในช่องผู้ขอเบิกมาวินิจฉัยปรับบทว่าเป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างโดยการปลอมเอกสารตามที่จำเลยให้การต่อสู้ไว้จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ประการหนึ่ง กับการที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์เป็นการพิพากษานอกประเด็นเพราะศาลแรงงานกลางไม่ได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหรือไม่อีกประการหนึ่งสำหรับเรื่องการพิพากษานอกประเด็น เห็นว่า

โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิด

จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ โจทก์จำเลยตกลงกันไม่ได้ ข้ออ้างและข้อเถียงที่คู่ความไม่รับกันจึงอยู่ที่ว่าโจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ซึ่งเป็นประเด็นข้อพิพาทที่ศาลแรงงานกลางจดไว้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 39 วรรคหนึ่ง เมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ได้ทำการทุจริต จำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิดผลแห่งการเลิกจ้างจึงต้องบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541 มาตรา 118 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 583 ดังนั้น การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์อันเป็นผลการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้จึงไม่เป็นการพิพากษานอกประเด็น

อุทธรณ์จำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนเรื่องการวินิจฉัยปรับบทข้อเท็จจริงแห่งการกระทำของโจทก์ว่า เป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างโดยการปลอมเอกสารหรือไม่นั้น เห็นว่า จำเลยได้ให้การต่อสู้ว่าการที่โจทก์ทำบันทึกขอเบิกเงินค่ามัดจำเสื้อฟอร์มของนางสาวนิษารัตน์คืนและทำใบเบิกจ่ายเงินเสนอผู้บังคับบัญชาระบุว่านางสาวนิษารัตน์ขอเบิกเงินค่ามัดจำเสื้อฟอร์มคืนโดยลงชื่อนางสาวนิษารัตน์ในใบเบิกจ่ายเงินช่องผู้ขอเบิกทั้ง ๆ ที่นางสาวนิษารัตน์ไม่มีสิทธิเบิกเงินค่ามัดจำเสื้อฟอร์มคืนและไม่ได้ขอเบิกเงินดังกล่าว เป็นทั้งการทุจริตต่อหน้าที่และการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างโดยการปลอมเอกสารใบเบิกจ่ายเงินในคดีแรงงานได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. 2522 บัญญัติเรื่องประเด็นข้อพิพาทไว้แล้วโดยเฉพาะ จึงไม่อาจนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมได้ดังนี้เมื่อศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงแล้วว่าโจทก์ได้กระทำการตามที่จำเลยกล่าวอ้าง จึงชอบที่จะต้องวินิจฉัยปรับบทด้วยว่าการกระทำของโจทก์เป็นการปลอมเอกสารใบเบิกจ่ายเงินอันเป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างตามที่จำเลยให้การต่อสู้ไว้หรือไม่ด้วย การที่ศาลแรงงานกลางไม่วินิจฉัยปรับบทดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นปัญหาเรื่องการวินิจฉัยปรับบทเป็นปัญหาข้อกฎหมายและคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาแล้ว เห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียเลยว่าการกระทำของโจทก์เป็นความผิดอาญาฐานปลอมเอกสารหรือไม่

เห็นว่าศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า นางสาวนิษารัตน์ส่งเสื้อฟอร์ม2 ตัว คืนจำเลยผ่านทางโจทก์โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าตนไม่ได้เสียเงินค่ามัดจำเสื้อฟอร์มไว้ และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์รู้อยู่แล้วว่านางสาวนิษารัตน์ไม่มีสิทธิเบิกเงินค่ามัดจำเสื้อฟอร์มคืนโจทก์ทำบันทึกขอเบิกเงินค่ามัดจำเสื้อฟอร์มของนางสาวนิษารัตน์คืนและทำใบเบิกจ่ายเงินตามเอกสารหมาย ล.1 เสนอผู้บังคับบัญชาตามหน้าที่ โดยมีการแนบเอกสารหลักฐานการยืมเสื้อฟอร์มและหลักฐานการส่งคืนตามเอกสารหมาย ล.3 แผ่นที่ 32 ซึ่งมีลายมือชื่อที่แท้จริงของนางสาวนิษารัตน์ปรากฏอยู่ประกอบไปด้วย ย่อมจะทำให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทราบได้อยู่แล้วว่าลายมือชื่อของนางสาวนิษารัตน์เป็นอย่างไร

ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่ในเบิกจ่ายเงินเอกสารหมาย ล.1ใช่ลายมือชื่อของนางสาวนิษารัตน์หรือไม่ ประกอบกับโจทก์เขียนชื่อนิษารัตน์ลงในใบเบิกจ่ายเงินเอกสารหมาย ล.1 เฉพาะในช่องผู้ขอเบิกไม่ได้เขียนลงในช่องผู้รับ ตัวอักษรที่เขียนขึ้นก็มีรูปลักษณะแตกต่างไปจากลายมือชื่อของนางสาวนิษารัตน์ในเอกสารหมาย ล.3 อย่างสิ้นเชิงจึงเห็นได้ว่าโจทก์เขียนคำว่านิษารัตน์ลงในใบเบิกจ่ายเอกสารหมายล.1 เพียงเพื่อให้มีข้อความครบถ้วนว่าใครเป็นผู้ขอเบิกเงินดังกล่าวเท่านั้น มิได้มีเจตนาจะให้ผู้พบเห็นเข้าใจหรือหลงเชื่อว่าเป็นลายมือชื่อของนางสาวนิษารัตน์ การกระทำของโจทก์จึงไม่เป็นการปลอมเอกสารไม่เป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างจึงไม่ทำให้จำเลยได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัส พวงมณี · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · หัสดี ไกรทองสุก
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้