Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2767/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การลักทรัพย์ที่จะเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 นั้น ในขณะที่ผู้กระทำผิดใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายเจตนาของผู้กระทำผิดจะต้องเป็นไปเพื่อให้ความสะดวกในการลักทรัพย์ เพื่อพาทรัพย์ไปเพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ หรือเพื่อยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในขณะที่จำเลยขู่เข็ญหรือใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย จำเลยมีเจตนาเพียงแต่จะข่มขู่ผู้เสียหายซึ่งเคยเป็นภรรยาจำเลยให้กลับไปอยู่กับจำเลยอีก แม้สร้อยคอของผู้เสียหายจะขาดติดมือจำเลยไปเมื่อจำเลยดึงคอเสื้อของผู้เสียหายก็ตาม การกระทำของจำเลยก็หาเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ไม่ แต่การที่จำเลยได้สร้อยคอของผู้เสียหายแล้วจำเลยเอาไว้เสียโดยทุจริตไม่คืนให้ผู้เสียหายถือได้ว่าเจตนาลักทรัพย์ได้เกิดขึ้นแล้ว จำเลยจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยนี้กับพวกอีกหนึ่งคนมีปืนเป็นอาวุธได้ร่วมกันจับมือ กอดปล้ำกระทำอนาจารแก่นางสะพรั่งทองแก้ว โดยใช้อำนาจด้วยกำลังกายประทุษร้าย และใช้อาวุธปืนขู่เข็ญจะยิง และได้ร่วมกันลักเอาสร้อยคอทองคำราคา 1,720 บาทของนางสะพรั่ง และลักเอาธนบัตร 2,070 บาทของนายเมล์ กาญจนะประสิทธิ์ โดยใช้อำนาจด้วยกำลังกายประทุษร้าย และใช้ปืนขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายยิงนางสะพรั่ง ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกแก่การลักทรัพย์ การพาเอาทรัพย์นั้นไป เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น เพื่อยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ จำเลยเป็นคนคนเดียวกับจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 204/2515 ของศาลจังหวัดสงขลา ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 339, 83 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ข้อ 9, 14 และขอให้สั่งจำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 3,390 บาทแก่เจ้าทรัพย์

ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 204/2515 ด้วยจำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นคนคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 204/2515 ของศาลจังหวัดสงขลาก่อนสืบพยาน นางสะพรั่ง ทองแก้ว ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 โจทก์ไม่คัดค้านศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ของนางสะพรั่ง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 83 ให้จำคุกจำเลย 1 ปี คดีหมายเลขดำที่ 204/2515 โจทก์ถอนคำร้องทุกข์และคดีระงับไปไม่อาจนับโทษต่อไปได้ คดีไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยได้ลักเอาธนบัตร 2,070 บาทของนายเมล์ กาญจนะประสิทธิ์ ไป ให้ยกคำขอในส่วนนี้ คงให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 1,320 บาทแก่นางสะพรั่งผู้เสียหายจำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า

จำเลยมิได้มีเจตนาชิงทรัพย์ จำเลยใช้อาวุธปืนขู่ผู้เสียหายซึ่งเคยเป็นภรรยาเพื่อให้ผู้เสียหายไปกับจำเลย มิได้มีเจตนาขู่เข็ญหรือใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อความสะดวกในการลักทรัพย์ พาทรัพย์ไป ให้ยื่นทรัพย์หรือยึดถือเอาทรัพย์ไว้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ ที่จำเลยจับคอเสื้อผู้เสียหายสร้อยคอขาดติดมือจำเลยไปนั้น เมื่อจำเลยได้สร้อยคอของผู้เสียหายไปแล้วไม่คืนให้ผู้เสียหาย ถือว่าเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยทุจริตเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เจตนาลักทรัพย์เกิดภายหลัง จะถือเอาการมีอาวุธและการมีผู้ร่วมกระทำผิดด้วยเป็นองค์ประกอบเพื่อใช้เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ไม่ได้ เพราะจำเลยมิได้มีอาวุธมาเพื่อลักทรัพย์ และไม่ปรากฏว่าพวกจำเลยมีเจตนาร่วมในการลักทรัพย์ด้วย

จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ให้จำคุกจำเลย 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฝ่ายเดียวฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยมีอาวุธปืนติดตัวไปบอกให้นางสะพรั่งไปกับจำเลยพร้อมกับขู่ว่าถ้าไม่ไปจะยิงนั้น จำเลยมิได้มีเจตนาจะเอาทรัพย์ของนางสะพรั่ง หากมีเจตนาเพียงแต่จะข่มขู่นางสะพรั่งซึ่งเคยเป็นภรรยาจำเลยให้กลับไปอยู่กับจำเลยอีก เมื่อจำเลยใช้มือดึงคอเสื้อนางสะพรั่ง สร้อยคอนางสะพรั่งได้ขาดติดมือจำเลยไปด้วย จำเลยได้สร้อยคอของนางสะพรั่งแล้ว จำเลยเอาไว้เสียโดยทุจริต ไม่คืนให้นางสะพรั่ง เจตนาลักทรัพย์ได้เกิดขึ้น แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยใช้ปืนขู่นางสะพรั่งให้เกิดความกลัวไว้แล้ว ทำให้นางสะพรั่งไม่กล้าทวงสร้อยคืนในทันที ถือว่าการขู่ดังกล่าวเป็นการสะดวกแก่การลักทรัพย์และการพาเอาทรัพย์ไปอยู่ในตัวนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การลักทรัพย์ที่จะเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ในขณะที่ผู้กระทำผิดใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายเจตนาของผู้กระทำผิดจะต้องเป็นเพื่อให้ความสะดวกในการลักทรัพย์ เพื่อพาทรัพย์ไป เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ หรือเพื่อยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในขณะที่จำเลยขู่เข็ญหรือใช้กำลังประทุษร้ายนางสะพรั่ง จำเลยมีเจตนาเป็นอย่างอื่น แม้สร้อยคอของนางสะพรั่งจะขาดติดมือจำเลยไปเมื่อจำเลยดึงคอเสื้อของนางสะพรั่งก็ตามการกระทำของจำเลยหาเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิกรม เมาลานนท์ · สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้