Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2766/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องคดีแพ่งกล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ โดยร่วมกันทุจริตเบียดบังข้าวสารของโจทก์ไป และขอให้ชดใช้เงินค่าข้าวสาร ซึ่งเป็นมูลคดีเดียวกับคดีอาญาซึ่งกล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันทุจริตเบียดบังข้าวสารของโจทก์ไป ขอให้ลงโทษและขอให้คืนหรือใช้ราคาข้าวสารเช่นเดียวกัน จึงเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 เมื่อศาลได้พิพากษายกฟ้องคดีอาญาโดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ได้ร่วมกันเบียดบังยักยอกข้าวสารของโจทก์ไปคดีถึงที่สุดแล้ว ในการพิพากษาคดีแพ่งนี้ ศาลจึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาดังกล่าวฟ้องของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ซึ่งอ้างสภาพแห่งข้อหาในมูลคดีเดียวกับคดีอาญาดังกล่าวจึงตกไปรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 กระทำละเมิดต่อโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 5,782,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปรากฏจากหลักฐานที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นในชั้นอุทธรณ์และในชั้นฎีกาว่า มูลกรณีเรื่องเดียวกันนี้พนักงานอัยการกรมอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นจำเลยต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2521 กล่าวหาว่า เมื่อระหว่างวันที่ 18 มีนาคม 2517 ตลอดมาถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2517 ทั้งกลางวันและกลางคืน จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้บังอาจร่วมกันใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริตเบียดบังข้าวสารขององค์การคลังสินค้าผู้เสียหายซึ่งเก็บรักษาอยู่ในคลังสินค้า 1 ธนบุรี จำนวน18,096 กระสอบ คิดเป็นเงิน 4,054,800 บาท เป็นของจำเลยหรือผู้อื่นโดยทุจริตขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ

พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 4, 8 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352, 83 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 4,054,800 บาทแก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลอาญาพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมกันเบียดบังยักยอกข้าวสารจำนวน 18,096 กระสอบของผู้เสียหายไป พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีถึงที่สุดโดยโจทก์จำเลยมิได้อุทธรณ์รายละเอียดปรากฏตามสำเนาคำฟ้อง สำเนาคำพิพากษาซึ่งจ่าศาลรับรองถูกต้อง และใบสำคัญแสดงว่าคำพิพากษาคดีถึงที่สุดที่จำเลยยื่นส่งศาลเพื่อประกอบการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีแพ่งที่พิจารณาอยู่นี้ โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์โดยร่วมกันทุจริตเบียดบังเอาข้าวสารจำนวน18,096 กระสอบของโจทก์ไปและขอให้ชดใช้เงินค่าข้าวสารนั้นเป็นมูลคดีเดียวกันกับคดีอาญาดังกล่าวข้างต้นซึ่งกล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกันทุจริตเบียดบังข้าวสารจำนวน 18,096 กระสอบของโจทก์ไป

ขอให้ลงโทษและขอให้คืนหรือใช้ราคาข้าวสารเช่นเดียวกัน จึงเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 บัญญัติว่า "ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา" เมื่อคดีปรากฏว่าศาลได้พิพากษายกฟ้องในคดีอาญาโดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมเบียดบังยักยอกข้าวสารจำนวน 18,096 กระสอบของโจทก์ไปคดีถึงที่สุดแล้ว ในการพิพากษาคดีแพ่งนี้ศาลฎีกาจึงจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาดังกล่าว โดยต้องฟังว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมกันทุจริตเบียดบังเอาข้าวสารจำนวน 18,096 กระสอบของโจทก์ไปด้วย ฟ้องของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ซึ่งอ้างสภาพแห่งข้อหาในมูลคดีเดียวกับคดีอาญาดังกล่าวจึงย่อมตกไป รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ดังโจทก์ฟ้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ศิริ จีระมะกร · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม แม้ในคดีอาญาข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงและคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ป.วิ.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1164/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 43 บัญญัติว่า "คดีลักทรัพย์...ยักยอก...ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาที่เขาสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดคืน เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ก็ให้เรียกทรัพย์สินหรือ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710897)

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 ที่บัญญัติให้การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาหมายความเพียงว่า ถ้ามีคำพิพากษาคดีส่วนอาญาถึงที่สุดแล้ว ในการพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2567

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงนครสวรรค์เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2097/2563 ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 326, 328 ซึ่ง ป.อ. มาตรา 328 มีระวางโทษเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครสวรรค์ ภายหลังโจทก์ขอถอนฟ้องเพื่อยื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้