Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 27624)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้สัญญาจ้างโจทก์ที่ 1 จะได้ทำขึ้นก่อนที่จำเลยจะได้จดทะเบียนเป็นบริษัทก็ตามแต่ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อตั้งบริษัทและสัญญาดังกล่าวมี ส. ผู้เริ่มก่อการของบริษัทซึ่งต่อมาได้เป็นกรรมการบริษัทเมื่อจดทะเบียนแล้วเป็นผู้ลงชื่อในนามของบริษัทจำเลยในฐานะผู้ว่าจ้างและได้ทำสัญญากันก่อนจดทะเบียนตั้งบริษัทเพียง 7 วัน ทั้งหลังจากบริษัทมีสภาพเป็นนิติบุคคลแล้วก็ยอมรับผลแห่งสัญญาจ้างดังกล่าวจ้างโจทก์ที่ 1 และจ่ายค่าจ้างให้ต่อมาดังนี้ โจทก์ที่ 1 จึงเป็นลูกจ้างของบริษัทจำเลยแล้วประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 หาได้บัญญัติว่าสัญญาจ้างแรงงานจะต้องทำเป็นหนังสือไม่ เพียงแต่ตกลงจ้างและให้สินจ้างกันสัญญาจ้างแรงงานย่อมเกิดแล้ว ส. กรรมการบริษัทจำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ที่ 2 ซึ่งโจทก์ที่ 2 ได้ทำงานให้บริษัทจำเลยและจำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ที่ 2 ตลอดมาเป็นเวลา 4เดือน ถือได้ว่าโจทก์ที่ 2 เป็นลูกจ้างของจำเลยแล้วโดยไม่จำต้องพิจารณาว่าสัญญาที่ทำเป็นหนังสือดังกล่าว ส. ทำไปโดยชอบด้วยข้อบังคับของบริษัทจำเลยหรือไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาคดีสองสำนวนนี้เข้าด้วยกันเรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างได้เรียกเก็บเงินประกันความเสียหายคนละ 10,000 บาท ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยมิได้มีความผิดและมิได้ทำความเสียหายแก่จำเลย จำเลยไม่จ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ทั้งสอง และคืนเงินประกันดังกล่าวจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้จ้างโจทก์ทั้งสอง ไม่ได้รับเงินประกันตามฟ้องไม่ได้ค้างชำระค่าจ้าง โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของบุคคลภายนอก ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยคืนเงินประกันความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง และให้จ่ายค่าจ้างค้างจ่ายด้วยจำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์ที่ 1 กับนายสุรสิทธิ์ จันทรประสาท ผู้เริ่มก่อการและกรรมการของจำเลยทำเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2528 แต่จำเลยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2528 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821นั้นการเชิดผู้ใดเป็นตัวแทน ผู้เชิดจะต้องเป็นบุคคล จำเลยจะเชิดนายสุรสิทธิ์ตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางย่อมเป็นไปไม่ได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของจำเลยว่าการเชิดผู้ใดเป็นตัวแทน ผู้เชิดต้องเป็นบุคคลจำเลยเพิ่งเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2528 ก่อนหน้านั้นย่อมไม่มีโอกาสจะเชิดผู้ใดเป็นตัวแทนได้ แต่ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ว่าสัญญาตามเอกสารหมาย จ.4จะได้ทำขึ้นก่อนที่จำเลยจะได้ทำขึ้นก่อนที่จำเลยจะได้จดทะเบียนเป็นบริษัทก็ตามแต่ก็เป็นช่วงระยะเวลาที่อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อตั้งบริษัทและสัญญาดังกล่าวมีนายสุรสิทธิ์ผู้เริ่มก่อการของบริษัทจำเลย ซึ่งต่อมาได้เป็นกรรมการของบริษัทจำเลยเมื่อจดทะเบียนเป็นบริษัทแล้วเป็นผู้ลงชื่อในนามของบริษัทรัชดานคร จำกัด ผู้ว่าจ้างและสัญญาหมาย จ.4 ก็ทำก่อนจดทะเบียนตั้งบริษัทจำเลยเพียง 7 วันเท่านั้นหลังจากบริษัทจำเลยมีสภาพเป็นนิติบุคคลแล้ว

จำเลยก็ยอมรับผลแห่งสัญญาเอกสารหมาย จ.4 จ้างโจทก์ที่ 1 จ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ที่ 1 ตลอดมาเป็นเวลาประมาณ4 เดือนครึ่งจึงได้เลิกจ้าง ดังนี้โจทก์ที่ 1 จึงเป็นลูกจ้างของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ข้อที่สองว่า สัญญาจ้างโจทก์ที่ 2 ลงชื่อกรรมการบริษัทจำเลยเพียงผู้เดียว และตราที่ประทับในสัญญาไม่เหมือนกับตราที่จดทะเบียนไว้ สัญญาจึงไม่ผูกพันจำเลย

ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีของโจทก์ที่ 2 ได้ทำสัญญากันหลังจากจำเลยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว สัญญาจ้างแรงงานนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 หาได้บัญญัติว่าจะต้องทำเป็นหนังสือประการใดไม่เพียงแต่ตกลงจ้างและตกลงให้สินจ้างกันสัญญาจ้างแรงงานย่อมเกิดขึ้นแล้ว คดีนี้นายสุรสิทธิ์ กรรมการผู้เดียวทำสัญญาจ้างโจทก์ที่ 2 หลังจากนั้นโจทก์ที่ 2 ก็ทำงานให้จำเลย จำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ที่ 2 ตลอดเวลามาเป็นเวลาประมาณ 4 เดือนย่อมถือได้ว่าโจทก์ที่ 2 เป็นลูกจ้างของจำเลยแล้ว มิพักต้องย้อนกลับไปพิจารณาอีกว่าสัญญาที่ทำเป็นหนังสือตามเอกสารหมาย จ.1 จะชอบหรือมิชอบด้วยหนังสือรับรองเอกสารหมาย ล.5 ประการใดหรือไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · มาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 809)

แม้สัญญาจ้างโจทก์ที่1จะได้ทำขึ้นก่อนที่จำเลยจะได้จดทะเบียนเป็นบริษัทก็ตามแต่ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อตั้งบริษัทและสัญญาดังกล่าวมีส.ผู้เริ่มก่อการของบริษัทซึ่งต่อมาได้เป้นกรรมการบริษัทเมื่อจดทะเบี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 104010)

แม้สัญญาจ้างโจทก์ที่ 1 จะได้ทำขึ้นก่อนที่จำเลยจะได้จดทะเบียนเป็นบริษัทก็ตามแต่ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อตั้งบริษัทและสัญญาดังกล่าวมี ส. ผู้เริ่มก่อการของบริษัทซึ่งต่อมาได้เป็นกรรมการบริษัทเมื่อจดท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15911/2555

โจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทของจำเลยที่ 1 โดยติดต่อกับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายขายของจำเลยที่ 1 โดยสุจริต ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ในการขายรถยนต์พิพาทให้แก่โจทก์ แม้จำเลยที่ 1 จะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 397/2554

ในขณะที่จำเลยที่ 1 เป็นประธานกรรมการดำเนินการของโจทก์ และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 เป็นคณะกรรมการ ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2540 ของโจทก์มีมติอนุมัติให้ซื้อรถยนต์เพื่อใช้ในกิจการของโจทก์สองคัน ในวงเงิน 1,5…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5336/2550

ส. เดินทางไปกับ ก. ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงของโจทก์และร่วมกันเจรจาขอรับรถยนต์คืนตลอดจนทำบันทึกการตรวจสภาพรถมอบให้แก่ตัวแทนของจำเลยที่ 1 เป็นพฤติการณ์ที่ ส. แสดงออกเป็นตัวแทนของโจทก์ และโจทก์ก็รับเอา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้